จากความสำเร็จของโครงการ Enhancing Lives of Female Inmates (ELFI) หรือโครงการจัดทำข้อเสนอประเทศไทยเพื่อผลักดันให้เป็นข้อกำหนด ของสหประชาชาติสำหรับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำ อันเป็นโครงการในพระดำริของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา นำไปสู่ “ข้อกำหนดกรุงเทพฯ”หรือ Bangkok Rules ที่รับรองโดยสหประชาชาติ ให้นำไปปฏิรูปกฎหมายและนโยบายด้านราชทัณฑ์ ที่เกี่ยวกับผู้หญิงทั่วโลก เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.2553
กระทรวงยุติธรรม จึงจัดงานฉลองความสำเร็จของประเทศไทยในเวทีโลกครั้งนี้ โดยมี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จไปทรงเป็นองค์ประธาน โอกาสนี้นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นำทีมคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเฝ้ารับเสด็จ อาทิ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม, นายกษิตย์ ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ พร้อมด้วยนายแกรี่ เลวิส ผู้แทนสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ ภาคพื้นเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ เมื่อวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงมีพระดำรัสเปิดงานตอนหนึ่งว่า ผู้ต้องขังหญิงเป็นประชากรกลุ่มน้อยและถูกละเลยมาเป็นเวลาช้า นานแล้ว ความเป็นประชากรกลุ่มน้อยทำให้คนเหล่านี้ถูกมองข้าม และไม่ได้รับในสิ่งที่ควรจะได้รับ ทั้งในด้านความเป็นอยู่ สุขภาพอนามัย การดูแลบุตร และมาตรฐานขั้นต่ำของสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้อง ขัง ปี ค.ศ.1955 ที่หน่วยงานราชทัณฑ์ทั่วโลกใช้อ้างอิง กล่าวถึงผู้ต้องขังในภาพรวม ซึ่งพระองค์เห็นว่า ช่องว่างดังกล่าวเป็นเรื่องที่ต้องได้รับการแก้ไขโดยเร่งด่วน โดยเฉพาะการสอดแทรกแนวคิดเรื่องการปฏิบัติความอ่อนไหวทางเพศ ชาย-หญิงในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง
พระองค์ภารับสั่งต่อว่า ELFI เป็นโครงการที่สานต่อจากโครงการกำลังใจที่พระองค์ได้ริเริ่ม ขึ้นในเรือนจำและทัณฑสถานของประเทศไทย หากแต่จะมีมิติระหว่างประเทศมากกว่า เพราะเป็นความพยายามที่จะให้ประชาคมโลกตระหนักถึงความสำคัญของ สิทธิมนุษยชน และการตอบสนองความต้องการที่มีลักษณะเฉพาะของผู้ต้องขังหญิง พระองค์ทรงตระหนักดีว่า โครงการ ELFI เป็นเรื่องที่ยากและท้าทาย แต่ด้วยความสามารถ ความร่วมมือร่วมใจเป็นหนึ่งเดียวของผู้เกี่ยวข้อง ก็สามารถทำเรื่องที่ยากให้สำเร็จลงได้ภายในระยะเวลาอัน รวดเร็ว การที่มีข้อกำหนดกรุงเทพฯ เป็นเพียงก้าวแรกของการสร้างมาตรฐานโลก ในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงเท่านั้น แต่ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากที่จะมาช่วยเพิ่มศักยภาพ ให้ข้อกำหนดนี้ส่งผลดีในทางปฏิบัติ
นอกจากนี้ พระองค์ภายังได้รับสั่งขอบใจนายกรัฐมนตรีที่ได้แสดงความมุ่งมั่น ของรัฐบาล ในการสนับสนุนการจัดตั้งสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย ให้เป็นศูนย์กลางแห่งความเป็นเลิศระดับนานาชาติ ในการส่งเสริมการอนุวัติข้อกำหนดกรุงเทพฯ ซึ่งพระองค์เชื่อมั่นว่า สถาบันนี้จะมีส่วนช่วยวางตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ของไทย ในด้านการป้องกันอาชญากรรม และความยุติธรรมทางอาญาในเวทีสหประชาชาติและอาเซียนในอนาคตได้ เป็นอย่างดี.
...