ประนอม ทาแปง-โกมล พานิชพันธ์.

จากการคัดเลือกศิลปินแห่งชาติที่ผ่านๆมา ผู้ได้รับการยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติในสาขาทัศนศิลป์ น้อยครั้งนักที่จะเป็นผู้มีผลงานด้านศิลปะผ้าทอ แต่ปรากฏว่าศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 2553 นางประนอม ทาแปง ศิลปินผ้าทอพื้นบ้าน วัย 56 ปี จาก จ.แพร่ ที่ได้อุทิศตนสร้าง สรรค์ผลงานศิลปะลายผ้าดั้งเดิม โดยเฉพาะการทอผ้าตีนจกอันสวยงาม เป็นอีกผู้หนึ่งที่ถูกมองเห็นคุณค่า จึงได้รับเลือกเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประณีตศิลป์-ศิลปะผ้าทอ)  และในงาน "สัปดาห์ศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช 2553" ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม  ได้จัดให้มีการเสวนาหัวข้อ  "ผ้าทอสู่ชีวิต"  ขึ้น  โดย  นางประนอม ทาแปง ศิลปินแห่งชาติประจำปี 2553 พร้อมด้วย โกมล พานิชพันธ์, ทรงสิทธิ์ พูนลาภ และนิตยา มหาชัยวงศ์ ที่หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย


ในงาน ประนอม กล่าวว่า ดีใจที่ได้รับเกียรติอันสูงสุดนี้ ที่ก้าวมาถึงจุดนี้เพราะสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงส่งเสริมตนในเรื่องของความรู้การทอผ้า โดยตนทอผ้ามาตั้งแต่อายุ 12 ปี จนปี 2522 ได้มีโอกาสนำผ้าทอลายโบราณไปทูลเกล้าฯถวาย ขณะที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระ ราชดำเนินเมืองแพร่ พระองค์ทรงมีรับสั่งว่า ใครเป็นคนสอน ชอบทอผ้าไหม จากนั้นทรงให้ท่านผู้หญิงสุประภาดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา มาที่บ้าน พร้อมทั้งให้ตั้งกลุ่มทอผ้า และให้เงินมาจำนวนหนึ่งเพื่อให้ทอผ้า และพระองค์จะทรงรับซื้อหมด จากนั้นพระองค์โปรดฯให้ตนไปเรียนทอผ้าไหม เป็นนักเรียนศิลปาชีพ เพราะทรงเห็นว่าทอผ้าฝ้าย เก่งแล้ว เรียนเสร็จก็ให้กลับไปสอนชาวบ้าน บางครั้งพระองค์ทรงนำลายผ้ามาให้ทอเป็นตัวอย่าง ทำให้เราได้พัฒนาผสมผสานลายทอใหม่ รวมทั้งการทำสีให้คลาสสิกจากเดิมชาวบ้านจะย้อมผ้าให้สีสันสดใส และตนยังได้พัฒนาผ้าจกย้อมคราม ซึ่งทุกอย่างทำด้วยใจรัก และชอบที่จะทำงานยาก

ด้าน ทรงสิทธิ์ พูนลาภ กล่าวว่า งานที่คุณประนอมทำนั้นได้ส่งเสริมทั้งเรื่องของชีวิต, เศรษฐกิจ, สังคม, สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม ครบองค์ประกอบหมด และนับเป็นแนวพัฒนาแนวใหม่ ซึ่งการทอผ้านั้นเป็นวัฒนธรรมที่มีคุณค่าของประเทศเรา ผ้ายิ่งโบราณยิ่งมีคุณค่า ซึ่งบางคนเก็บเป็นสินทรัพย์เอาใส่กรอบเลยทีเดียว จึงอยากให้นำผ้าลายโบราณออกมาเป็นแฟชั่น ซึ่งจะมีคุณค่าสูงกว่าแบรนด์เนมที่เห่อๆกันอีก

ขณะที่ โกมล พานิชพันธ์ กล่าวว่า ผ้าทอของไทยนั้น นอกจากจะแสดงวิถีชีวิตของชุมชนชาวบ้านแล้ว ยังแสดงถึงภูมิปัญญา ของชาวบ้านอีกด้วย อย่างการทอผ้าตีนจกของ ชาวเมืองลอง จ.แพร่ ที่โด่งดัง จะทอเป็นลายขวาง แต่ทำให้คนสวมใส่ไม่เตี้ย เพราะจะมีตีนผ้าสีพื้นแดงบริเวณด้านบนเอว ที่เรียกว่าหัวซิ่น และด้านล่าง หรือตีนซิ่น เป็นการดึงสายตาให้ขึ้นลง ทำ ให้ดูตัวคนใส่สูงขึ้น แต่คนเมืองไม่รู้ มักจะพับผ้าด้านบนหมดเลยทำให้ดูเตี้ยลง จากที่คุณประนอมได้เป็นหัวหอกในการพัฒนาผ้าทอนั้น ทำให้ปัจจุบันมีการรวมกลุ่มทอผ้าที่เข้มแข็งขึ้นในเมืองแพร่.

...