ไชย ณ ศีลวันต์
ตอนที่ หนุ่มหล่อ ภรรยาสวย ไชย ณ ศีลวันต์ ซื้อเฮลิคอปเตอร์ลำแรก ก็เพื่อให้บิดา องคมนตรี เชาว์ ณ ศีลวันต์ ใช้เดินทางจากบ้านศรีราชามาประชุมที่กรุงเทพฯสะดวกสบายขึ้น ต่อมา ได้ตัดสินใจเปิดเป็นธุรกิจให้คนอื่นเช่าเหมาลำ ในนามบริษัท แอ็ดวานซ์ เอวิเอชั่น--เพื่อให้คุ้มกับค่าบำรุงรักษา เดือนละ 1 ล้าน!
ลูกค้า ของบริษัทมักเป็นผู้บริหารระดับสูง ที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วในการเดินทางต่างๆ แต่ล่าสุด คุณไชย มีเรื่องตื่นเต้นและน่าภูมิใจ เพราะ 2 สัปดาห์ที่แล้ว ได้รับการติดต่อมาจากลูกชายของ เทย์ ซา มหาเศรษฐีนักธุรกิจอันดับ 1 ของพม่าที่ประสบอุบัติเหตุเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ตกทางตอนเหนือของพม่า และยังติดอยู่บนภูเขา ขอให้ส่งเฮลิคอปเตอร์ไปช่วย หลังจากเครื่องบินของกองทัพพม่าระดมหาแล้วไม่พบ ตอนแรก คุณไชย ก็ไม่แน่ใจ เพราะพื้นที่ที่ต้องไป สภาพอากาศหฤโหดทีเดียว แต่เพราะอยากช่วยคน คุณไชย จึงเลือกนักบินที่มีชั่วโมงบิน สูงสุด คือ กัปตันสมเกียรติ ไกรทิพย์ และ กัปตันชัชวาล แท่นทอง ให้ไปทำงานนี้
หลังจากทีมงานของรัฐบาลพม่า รวมถึงทีมนักบินเอกชนอื่นๆที่ถูกระดมให้เข้าไปช่วยด้วย ร่วมกันค้นหาอยู่ 3 วันเต็มๆ แต่ไม่พบ ปรากฏว่า ทีมของ คุณไชย เป็นเฮลิคอปเตอร์ลำเดียวที่เข้าไปถึงพื้นที่ซึ่งเป็น ภูเขาน้ำแข็ง สูงถึง 12,000 ฟุต อุณหภูมิ -15 องศา และหามหาเศรษฐี เทย์ ซา และคณะ รวม 6 คนจนพบ และนำตัวกลับอย่างปลอดภัยที่เมืองพุเตา แต่ยังไม่ทันได้บินกลับ 2 กัปตันก็ต้องออกบินช่วยคนอีกรอบ เพราะทีมงานพม่าอีก 15 คนที่ถูกส่งไปค้นหาทางภาคพื้นดิน ไปติดอยู่บนเขาออกมาไม่ได้ กัปตันไทยสองคนเลยกลายเป็นฮีโร่ในพม่าไปแล้ว ส่วน คุณไชย ที่ยังยิ้มแก้มหุบไม่ลง บอกว่า ภูมิใจที่สุดในชีวิตที่ได้ช่วยคนจากธุรกิจ ที่ตัวเองไม่ได้คิดว่าจะทำเป็นธุรกิจแต่แรก--ตอนนี้คงต้องคิดแล้ว เพราะลูกค้ารุมตรึม
...
A A A
กว่า จะเป็น ด็อกเตอร์ ณ วันนี้ได้ ไม่น่าเชื่อว่า สมศักดิ์ ชลาชล เคยเป็นเด็กไม่เอาไหน มีเรื่องตีรันฟันแทงเป็นประจำ จนได้ฉายาโหด ศักดิ์ สปาร์ต้า ไปสอบที่ไหนไม่เคยติด ต้องอาศัยโควตาถึงได้เรียน แต่จบแล้วสอบไหนก็ไม่ติด โชคดีที่ วิทยาลัยครูสวนสุนันทา เปิดรับ ทำให้รักเรียนขึ้น (นิดนึง) พอจบ จึงไปต่อที่รามคำแหง แต่ความเป็นคนสำอาง นั่งแท็กซี่ไปเรียนทุกวัน หลังๆก็เริ่มขี้เกียจ เลยเลิกเรียน อีกสิบกว่าปี ถึงกลับไปลงเรียนจนจบ แต่คิดแค่ว่าเป็นช่างผมดัง น่าจะมีปริญญาประดับสักใบ
จาก นั้น ก็ถูกชวนไปเรียนปริญญาโทที่จุฬาลงกรณ์ ตอนแรกก็ตามไปสนุกๆ แต่ แรงบันดาลใจ เกิดปุบปับ เมื่อถูกด็อกเตอร์คนหนึ่งถามเชิงดูถูก ตอนสัมภาษณ์ว่า เป็นช่างทำผม แล้วมาเรียนปริญญาโททำไม จึงมานะอดทน จนเรียนจบ พร้อมผลงานวิทยานิพนธ์หัวข้อ เศรษฐศาสตร์การเมืองว่าด้วยธุรกิจทำผม
จากนั้นความคิดของ คุณสมศักดิ์ ก็เปลี่ยนไป เพราะมี เป้าหมายชีวิต ใหม่ได้สาระ คือ การยกระดับช่างทำผมไทย 2 ปีก่อน จึงไปเรียนปริญญาเอกที่รามคำแหง คราวนี้ทุ่มเทเต็มที่ ผู้ชายพายเรือไม่ยุ่ง มุ่งแต่เรียน จนจบปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ พร้อมดุษฎีนิพนธ์ เรื่อง การพัฒนามาตรฐานวิชาชีพช่างทำผมไทย (The Development of Professional Standard For Thai Hairdressers) ซึ่ง นคร ศิลปอาชา อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน บอกว่ากำลังถูกเอาเข้าราชกิจจานุเบกษา เพื่อนำไปปรับใช้เป็นมาตรฐานวิชาชีพช่างทำผมไทย และยังเชิญ ดร.สมศักดิ์ เป็นวิทยากรของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานด้วย--แต่เป้าหมายอันยิ่งใหญ่ยังไม่จบ เพราะตอนนี้ ด็อกเตอร์หมาดๆ ต้องการผลักดันให้เกิดการสอนหลักสูตร ช่างทำผม ในระดับ มหาวิทยาลัย เหมือนที่มีสาขาวิศวะ สถาปัตย์ฯ มนุษยศาสตร์ ครุศาสตร์ เพื่อให้อาชีพนี้ มี ปริญญาตรี ช่างทำผมไทย ต่อไป.
โสมชบา