ด้วยบุคลิกที่อ่อนหวานแต่แคล่วคล่องว่องไวของ ริน-ทิพย์ชยา พงศธร จึงเป็นที่ชื่นชมในหมู่ผู้พบเห็น แม้สถานะทางสังคมของเธอนั้นไม่เบาเลย!! คือทายาทคนเดียวของนักธุรกิจใหญ่ วิเชียร พงศธร ผู้กุมบังเหียนกลุ่มบริษัทพรีเมียร์ ที่มีทั้งธุรกิจโรงแรม อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจอาหาร เมโทรบัส และผลิตภัณฑ์ทางสิ่งแวดล้อม ฯลฯ แต่ ริน กลับวางตัวเป็นกันเอง เข้ากับเพื่อนร่วมงานได้อย่างดีและเป็นหนึ่งเดียว โดยเข้ามาดูแลในส่วนของธุรกิจโรงแรม คือ โรงแรมรายาวดี จ.กระบี่ และโรงแรมแทมมาริน จ.เชียงใหม่

ก่อนจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการบริหารธุรกิจของกลุ่มพรีเมียร์ ริน เล่าว่า เธอเรียนมาทางด้านเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เพราะรู้ว่าเป็นอะไรที่ได้ใช้แน่ๆ เนื่องจากทางบ้านมีธุรกิจ อย่างไรเสียก็ต้องมีพื้นฐานทางด้านนี้ไว้ติดตัว กระทั่งช่วงปลายของการเรียนปริญญาตรี เธอชักเริ่มรู้ตัวเองว่าชอบด้านศิลปะ จึงขอต่อปริญญาโทด้านการบริหารออกแบบมาโดยเฉพาะ อีกหนึ่งปริญญา และเริ่มต้นชีวิตการทำงานครั้งแรกที่ TCDC ด้านงานนิทรรศการ

"ตอนนั้นอยากทำที่ TCDC เพราะเราเรียนมาด้านนี้ ก็อยากช่วยยกระดับการออกแบบของไทยให้สามารถแข่งขันในเวทีโลกได้ อยากดึงเอกลักษณ์ความเป็นไทยออกมา ให้เป็นความได้เปรียบทางเศรษฐกิจ คือเราเป็นคนมองศิลปะในแง่ของการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ" รินบอกเหตุผลที่เลือกเข้าทำงานที่ TCDC

ตลอดเวลาที่ทำงานอยู่ที่ TCDC ริน บอกว่า เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก แต่เนื่องจากธุรกิจที่บ้านก็ต้องการให้เธอซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารด้วยเหมือนกัน จึงตัดสินใจมาทำธุรกิจของที่บ้าน โดยเลือกในส่วนของธุรกิจโรงแรม เพราะธุรกิจนี้แต่ไหนแต่ไรมาจะใช้ดีไซน์เป็นตัวนำ เป็นอะไรที่ตรงกับสิ่งที่เธอร่ำเรียนมาได้มากที่สุด บวกกับความประทับใจที่ได้เห็นโรงแรมรายาวดีในตอนเด็กๆแล้ว ให้ความรู้สึกเหมือนสวรรค์จริงๆ มีความเป็นธรรมชาติมาก มีภูเขาหินปูนสีแดง และน้ำเป็นสีฟ้าเขียว จึงอยากเข้ามาดูในส่วนของโรงแรมเป็นพิเศษ

ริน ยังบอกด้วยว่า ในการทำธุรกิจนั้น เธอได้รับการถ่ายทอดจากคุณพ่อ ที่เน้นย้ำด้วยการพูดคุยเสมอว่า ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไร   ต้องเห็นในคุณค่าของตัวองค์กร พนักงาน และสังคม เป็นสำคัญ อย่างโรงแรมทั้ง 2 โรงแรมที่เธอดูแลอยู่ ก็พยายามเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนนั้นๆ โดยที่ไม่ไปรบกวนเขา แต่ขณะเดียวกัน ได้เข้ามาช่วยเสริมสร้างการท่องเที่ยวของชุมชนนั้น และช่วยสร้างงานที่ดีเป็นหลักประกันที่มั่นคงให้แก่พนักงาน เป็นการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน

"ทุกวันนี้ รินรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากที่ได้ทำในสิ่งที่ชอบ และสามารถภาคภูมิใจกับสิ่งที่ตัวเองทำว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่า" ซึ่งแน่นอนว่า ตอนนี้รินอายุเพิ่งจะ 28 ปี จึงยังมีพลังและไฟในการทำธุรกิจอีกมากมาย   และพร้อมที่จะต่อยอดในสิ่งที่ทำให้เดินไปตามแนวคิดของการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน  โดยไม่หวังกอบโกยกำไรเพียงอย่างเดียว  หากแต่มุ่งสร้างคุณค่าให้กับสังคมอีกด้วย!!

...