อีกมุมของผู้ชายสไตล์ a day  โหน่ง - วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ ซึ่งนอกจากจะเป็นผู้สร้างแมกกาซีนสุดเท่จนติดใจคนอ่านมาแล้ว วันนี้เขายังได้เริ่มทำอะไรเท่ๆ อีกอย่างกับโปรเจกต์ "a day  foundation"

จะเป็นเพราะติดนิสัยของการเป็นคนช่างคิด หรือขี้เบื่อ อยากทำอะไรใหม่ๆ อยู่เรื่อยๆ ก็ตาม จนทำให้เกิดโครงการดีๆ เพื่อสังคมอย่าง "a day foundation" ซึ่งตัวเขารับหน้าที่เป็นประธานกองทุน แต่ก็นับว่าเป็นโอกาสดีที่สังคมจะได้โอกาสดีๆ วันนี้เจ้าตัวเลยได้บอกเล่าถึงความคิดของการได้มาทำโครงการสุดคูลนี้ว่า ไม่ใช่สิ่งที่แปลกใหม่อะไร แต่เป็นความทะเยอทะยานอีกแบบในความคิดที่โตขึ้น ไม่ใช่เด็กๆ อีกแล้ว

"แต่ก่อนตอนที่เริ่มทำหนังสือ ผมก็ไม่ได้มองว่า  a day จะต้องประสบความสำเร็จสูงสุด หรืออะไรที่ดูไกลเกินไป ผมมองแค่ว่าพรุ่งนี้จะเป็นไง อาทิตย์หน้า เดือนหน้าจะเอาไง ออกวางตลาดได้ทุกเดือน มีเงินมาทำเล่มต่อได้ก็บุญโขแล้ว จนตอนนี้กลายมาเป็นหัวหน้า เจ้าของบริษัท เป็นผู้นำ มันก็เป็นอีกอารมณ์นึง แต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่ผมอยากทำตอนนี้ และเชื่อมั่นว่าจะเป็นชีวิตที่ทำเพื่อคนอื่นบ้าง เพื่อสังคมบ้าง มันก็เลยเป็นที่มาของ a day foundation ครับ "

...


ผู้ชายคนนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นคนที่ทำ และคิดอะไรไม่เหมือนคนอื่น และใน a day foundation ก็คงมาจากตัวตนของเขา ที่ต้องมีบางอย่างที่แตกต่างจากมูลนิธิทั่วไปแน่นอน

"ผมเชื่อในความเป็นออริจินัล ซึ่งมันเป็นหัวใจสำคัญทำให้หนังสือประสบความสำเร็จ และก็เชื่อว่ามันสามารถทำกับ a day foundation ได้ เพราะจุดเริ่มต้นมันไม่ได้มาแบบฉาบฉวย และบอกเลยว่าไม่ได้มีเจตนาทำเพื่อพีอาร์หนังสือหรือ CSR บริษัทครับ ผมเป็นคนชอบทำบุญ ชอบช่วยเหลือคน ซึ่งติดมาจากคุณแม่ พอช่วงนี้หนังสือเริ่มอยู่ตัว ผมมีเวลามากขึ้นก็เลยอยากทำในสิ่งที่ตัวเองสนใจและให้ค่า  ผมเชื่อว่าพื้นฐานคนไทยใจบุญ ดูได้จากหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บ้านเราก็ช่วยกัน a day foundation ที่ผมจะทำขึ้น เลยเกิดจากการศึกษารูปแบบมูลนิธิทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่ม Target ของคนแบบ  a day ที่สื่อสารกับผมอยู่ทั้งกลุ่มวัยรุ่น นักศึกษา ซึ่งผมจะให้ a day foundation เป็น Volunteer Agency  เพื่อเข้าไปแตะกับทุกปัญหาในสังคม"

ความคาดหวังที่เกิดขึ้นจากการก่อตั้งมูลนิธินี้ อาจไม่ได้เปลี่ยนแปลงได้โดยฉับพลัน แต่เจ้าตัวก็บอกว่า อย่างน้อยก็เป็นการสร้างกระแสให้คนหันมาช่วยเหลือกันมากขึ้น

"ผมไม่คาดหวังหรอกว่าจะเปลี่ยนแปลงฉับพลันทันที แต่เชื่อว่าน่าจะเป็นแรงกระเพื่อมเล็กๆ ที่จะทำให้เกิดกระแส ว่างาน Volunteer เป็นเรื่องเท่ ทุกคนทำได้ และควรจะทำด้วย อยากทำให้คนรุ่นใหม่ วัยรุ่น นักศึกษา เขาสนใจ ซึ่งถ้าเขารู้สึกเชื่อหรือปักหลักกับอะไรไปแล้ว ก็จะโน้มนาวได้ เพราะเขาพร้อมจะรับฟัง คนกลุ่มนี้เป็นคนที่มีพลัง มีความฝัน มีไฟครับ ถ้าเข้ามาร่วม ก็จะเกิดกระแส เกิดการช่วยเหลือ ซึ่งมันดีสำหรับการได้ทำอะไรสักอย่างแบบนี้".