เฮียโส
โส ธนวิสุทธิ์ เป็นคนรอบคอบมาก ดูอย่างบ้าน แทนที่จะไปอยู่เงียบๆ เป็นส่วนตัว เฮียโส กลับซื้อตึกริมถนน ซึ่งมีเสียงรถทั้งวันทั้งคืน โดยมีเหตุผลว่า เคยบายพาสมา จึงต้องระวังตัวเองทุกนาที เกิดปุ๊บปั๊บ จะได้เรียกรถไปหาหมอเดี๊ยวนั้น ขืนปลูกบ้านในที่ 20 ไร่ กว่าจะออกมาได้อาจช้าไป! และเพื่อให้รอบคอบอีกชั้น เฮียโส จึงหาสาวๆรุ่นกระเตาะ 1 ฝูง แวดล้อม 24 ชม. ไม่เว้นแม้แต่เข้าห้องน้ำ เพราะเกิดลื่นล้มอยู่ในนั้น กว่าคนจะรู้ อาจช่วยไม่ทัน! ตอนอายุครบ 60 เฮียโส ก็เริ่มเตรียมความพร้อมจะไปอยู่ที่อื่น โดยไปซื้อโลงศพไม้สักทองราคาเป็นแสน มาตั้งไว้กลางห้อง แล้วลงไปนอนเล่นบ่อยๆ! เวลาใช้จริงๆจะได้ชิน และยังทำฮวงซุ้ย ที่พยุหะคีรี อยู่ใกล้ๆกับฮวงซุ้ยของเตี่ยและแม่ โดยทำเผื่อลูกสาว น้องแอน–อินทิรา ด้วยความหนาของอิฐที่ก่อราวๆครึ่งเมตร จนมีคนนึกว่าสร้างสระว่ายน้ำ
พอฮวงซุ้ยเสร็จ เฮียโส ก็คิดรอบคอบว่าอีกร้อยปี คนอาจไม่รู้ว่าฮวงซุ้ยใคร จึงคิดหล่อรูปจำลองราคา 4 ล้าน ไว้เป็นหลักฐาน แต่พอเห็นข่าวโจรลักตัดแม้กระทั่งสายไฟ เฮียโส ผู้รอบคอบก็เปลี่ยนใจ เดี๊ยวถูกโจรตัดแขนตัดขาไปชั่งเศษเหล็กขาย จึงเปลี่ยนให้ปั้นเป็นปูนราคาไม่กี่แสน นั่งเป็นแบบไม่กี่วัน ก็ได้รูปปั้น (เกือบ) เหมือน ใหญ่กว่าตัวจริง 3 เท่า ตั้งเด่นกลางฮวงซุ้ย ซึ่ง เฮียโส บอกว่า หน้าเหมือนโดเรมอนก็ช่างมันเถอะ นอกจากฮวงซุ้ย เฮียโส ยังทำหนังสืองานศพตัวเองเสร็จแล้ว เขียนเองง่ายๆสั้นๆ เริ่มว่า "นี่คือ โส ธนวิสุทธิ์ เกิดเมื่อวันที่...ที่...พ่อชื่อ...แม่ชื่อนางจั๊บ ฐานะต่ำต้อยยากจน ต้องจากพ่อแม่มาอยู่กรุงเทพฯตั้งแต่เด็กๆ ร่อนเร่พเนจรไปทั่ว ชีวิตอดอยาก ว้าเหว่ และถูก "เขาหาว่า" เป็นเจ้าพ่อ เป็นมือปืน..." อ่านอีตรง "เขาหาว่า" แล้ว คนที่รู้จัก เฮียโส คงนั่งขำในงานศพ
เพื่อให้ครบเครื่อง วันเกิดปีที่แล้ว เฮียโส จึงสร้าง เหรียญที่ระลึก มีรูปตัวเองนั่งขัดสมาธิ ใส่เสื้อยืดคอกลมขาวตัวโปรด แถมม้วนแขนเสื้อด้วย ใต้เหรียญมีชื่อ โส ธนวิสุทธิ์ หลังเหรียญเขียนว่า เจ้าพ่อ มั่งคั่ง มั่นคง เตรียมไว้แจกคนรักใคร่ชอบพอไว้ดูต่างหน้ายามที่จากไปแล้ว คนได้รับเหรียญ ถามว่าให้พระที่ไหนปลุกเสก เฮียโส ชี้ตัวเอง พระไม่ต้อง เฮียนี่แหละเสกเองทุกวัน เป็นล้านครั้งได้แล้วมั้ง ไม่ยากอะไร แค่พูด ว่า "ขออัญเชิญเทพยดาแห่ง ดิน น้ำ ลม ไฟ มาสิงสถิตในเหรียญของข้าพเจ้า ถ้าใครนับถือเหรียญนี้ขอให้ร่ำรวย อายุยืนเป็นร้อยปี มากด้วยบารมี สุขภาพแข็งแรง... แค่นี้เหรียญก็ศักดิ์สิทธิ์แล้ว--หมายเหตุ เฮียโส ท้าว่าถ้าไม่ดีจริงให้ตามไปต่อว่าได้ จะรออยู่ในนรก เพราะบนสวรรค์ไม่มีเพื่อน ขี้เกียจไป เหงา!
สาวน้อย สรัย วัย 14 หายไป 6 วัน กลับมาตัวดำเหนี่ยงเหมือนไปทะเล เพราะต้องขุดดินช่วยชาวเขาทำไร่ทุกวัน ซึ่ง น้องสรัย ก็ช่วยด้วยความเต็มใจ เพราะไปเห็นสภาพชาวบ้านที่ยากจนชนิด ไม่มีอะไรเลย แล้วสงสารจับใจ พอเห็นเด็กชาวเขาหน้าตามอมแมมมายืนมอง น้องสรัย ก็ใจดีแจกเงินให้ไปซื้อขนมกิน
จากการออกค่าย 6 วันซึ่งเป็นการไปทำงานกลางดินกลางแดดจริงๆ (ไม่ใช่เรียลลิตี้แบบ simple life ของคุณหนู ปารีส ฮิลตัน) น้องสรัย บอกคุณแม่ อรพรรณ ว่า หนูเปลี่ยนไปแล้ว ซึ่ง คุณนิด–อรพรรณ ก็เชื่อว่า ลูกเปลี่ยนไป ดูจากที่คุณพ่อ สราวุธ ต้องคอยเตือนบ่อยๆว่าให้ปิดไฟเวลาเลิกใช้ (นิสัยนี้ เหมือนคุณปู่ของ น้องสรัย คือ ผอ.กำพล วัชรพล เพราะตอนที่ยังอยู่ ก่อนกลับบ้าน ผอ.กำพล จะเดินสำรวจทั่วโรงพิมพ์ไทยรัฐ ตามปิดไฟที่ลูกน้องบางคน (รวมทั้งอิฉันด้วย) ไม่สนใจจะปิด!) แต่หลังกลับจากค่าย ตอนนี้ไม่ต้องเตือนอีกเลย เพราะ น้องสรัย รู้แล้วว่า ยากลำบากมากกว่าจะมีไฟฟ้าใช้ ชาวเขาจึงไม่มีไฟฟ้าใช้กันเลย อีกเรื่องคือ รู้ค่าของเงิน เพราะก่อนนี้เวลาเงินบาทสองบาทหล่น น้องสรัย ไม่เคยสนใจจะเก็บ ตอนนี้ก็เปลี่ยนไป เพราะบอก แม่นิด ว่า เงิน 2 บาทที่โน่น ซื้อน้ำแข็งไสได้ชามโตม้าก จึงรู้แล้วว่าแม้เงินเล็กน้อยก็มีค่ามาก--
เรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่ดี และน่าจะเป็นประโยชน์ต่อลูกหลานเศรษฐีคนอื่นๆ ถ้าได้ไปพบกับชีวิตที่แตกต่างกับชีวิต คุณหนู และถ้า ได้คิด คิดได้ เหมือน น้องสรัย ก็น่าชื่นใจและที่ขอปรบมือให้ คือนอกจากจะไปทำกิจกรรม น้องสรัย ยังทำการบ้านมาฝากคุณย่า คุณหญิงประณีตศิลป์ ตลอดจนลุงป้าน้าอาชาวไทยรัฐให้ดีใจด้วย โดยถามชาวเขาว่าอ่านหนังสือพิมพ์กันไหม อ่านอะไร และชาวเขา (ซึ่งไม่รู้หรอกว่า น้องสรัย เป็นหลาน คุณปู่กำพล) บอกว่า อ่านแต่ไทยรัฐ.
...
โสมชบา