คุณชเล - คุณโต้ง

ชเล วุทธานันท์ ชอบกีฬาทางน้ำมาก อยู่กรุงเทพฯก็ว่ายน้ำทุกวัน พอออกทะเลก็ดำน้ำ และเล่นเรือใบ พอเรือลำใหม่ที่สั่งต่อไว้ที่อิตาลีมาถึง คุณชเล ก็เข้าร่วมการแข่งขันเรือใบรีกัตตา ที่ภูเก็ตเมื่อปลายปี แต่คืนก่อนการแข่งขันจะเริ่ม เกิดพายุ ซัดเรือใบหรูๆของเศรษฐีนักกีฬาเรือใบมาเกยฝั่งเค้เก้หงายท้องไปหลายลำจนเป็น ข่าวหน้า 1 คุณชเล เป็นห่วงเรือป้ายแดงของตัวเอง จึงรีบลงเรือยางไปที่เรือเพื่อถอนสมอ เอาเรือเข้าฝั่ง แต่ติดเครื่องไม่ได้ เพราะเชือกพันกับใบพัดเรือ ทหารเรือที่เป็นผู้ช่วย จึงตัดสินใจดำลงไปตัดเชือก เพราะอีก 10 เมตร เรือจะต้องชนหินโสโครกแน่ !

ทหารเรือดำขึ้นดำลงอยู่หลายรอบ ก็ยังตัดเชือกไม่ขาด จนเรือเริ่มกระแทกหิน จนอีกแค่ 3 เมตรก็จะต้องถูกคลื่นซัดเข้าไปในกองหิน ซึ่งต้องได้รับบาดเจ็บแน่หรืออาจถึงตาย โชคช่วย ที่เชือกขาดพอดี คุณชเล จึงรีบติดเครื่องถอยออกมา แต่ทหารเรือหาย ไปในทะเลแล้ว ! ซึ่งในสถานการณ์ตอนนั้น คุณชเล ไม่สามารถจะทำอะไรได้ เพราะตัวเองก็ไม่รู้ว่าจะรอดหรือเปล่า ได้แต่เสียใจว่าไม่ควรห่วงเรือเลย เพราะทำให้ตัวเองและคนอื่นตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต แต่โชคดีมากที่ทหารเรือถูกคลื่นซัดเข้าฝั่ง


หลังจากครั้งนั้น คุณชเล ก็จอดเรือทิ้งไว้ซ่อมที่ภูเก็ต ตอนปีใหม่จึงชวนภรรยา คุณโต้-รติยา ลูกสาวลูกชาย และแม่ยาย รตยา จันทรเทียร ลงไปเคาต์ดาวน์ฉลองปีใหม่กัน โดยขับรถลงไปจากกรุงเทพฯ กะถึงภูเก็ตสองทุ่มก็ลงไปนอนในเรือเลย แต่กะผิด เพราะตอนซ่อม ข้าวของในเรือหายไปหลายอย่าง กว่าจะหาซื้อได้ครบ ก็ตีสาม จะนอนบนฝั่งก็ไม่ได้ เพราะไม่ได้จองโรงแรมไว้ คุณชเล จึงออกเรือเลย ไปถึงสิมิลันเกือบเที่ยง และไปพักเรือที่เกาะสี่ ซึ่งน้ำทะเลสวยมากจนแม่ยายวัย  81  อดไม่ไหวโดดลงน้ำคนแรก  คืนนั้น  ครอบครัวพาซาย่า เคาต์ดาวน์กันที่นั่น โดยเอาพลุ s.o.s มาจุดแทนพลุที่ลืมไว้บนฝั่ง สว่างไปทั้งท้องฟ้า นั่งคุยกันไปสักพัก ก็ออกเรือไปเกาะตาชัย แต่แล่นไปได้ 5 ชม.ก็จอดที่เกาะ 2 พัก 1 คืนแล้วแล่นกลับ รวมแล้วไปกลับราว 40 ชม. ซึ่งทุกคนแทบไม่ได้นอน เพราะคลื่นแรงมาก จนเรือโคลงเคลงเหมือนอยู่บนหลังปลาวาฬ

ถึงจะเป็นทริปทร  (โ)  หดอดทน  ทุกคนก็สนุกประทับใจ  โดยเฉพาะตอนปลานกแก้วมาว่ายรอบเรืออย่างไม่กลัวคน ก่อนกลับ คุณชเล จึงเอาอาหารบนเรือแจกปลาหมด ซึ่งถ้าเกิดอะไรขึ้น 5 ชีวิตคงอดอาหารกันผอมแน่ เพราะมีคำสั่งแม่ยายว่า ห้ามจับสัตว์น้ำกิน--เพราะคุณแม่ยายเป็นนักอนุรักษ์ธรรมชาติตัวแม่ ตอนนี้เป็นประธาน มูลนิธิสืบ นาคะเสถียร !


ผ่านคืนส่งท้ายปีเก่ามาเกือบเดือน อรนภา กฤษฎี ยังอวดเรื่องฝันเป็นจริง เพราะได้ดูโอร้องเพลงคู่กับนักร้องในดวงใจ ศรีไสล สุชาติวุฒิ ที่จะบินจากนอร์มังดีมาร้องเพลงให้ วิคเตอร์ สุขเสรี ในปาร์ตี้เคาต์ดาวน์ ของโรงแรมดุสิต รีสอร์ทฯ หัวหิน ทุกปี จนเป็นประเพณีว่า คุณตุ้ม-ศรีไสล ร้องที่นี่ อีกคนที่สมหวัง เพราะปลื้ม คุณตุ้ม มาก ตอนหนุ่มๆถึงกับขับรถตามไปฟัง คุณตุ้ม ร้องที่ สีทันดรและยัวร์เพลซ ทุกคืน คือ ดร.ธนศักดิ์ วหาวิศาล พอทราบว่ามาร้องที่ดุสิตฯ ดร.ตี่-ธนศักดิ์ ซึ่งชวน มาดาม การะเกด สารสิน ไปฉลองที่อื่น ก็เปลี่ยนใจ นั่งหลับตาซึ้งฟังทั้งคืน


กำลังเพลิน ดร.ตี่ ก็ถูกขัดจังหวะ เพราะมีคนขอเพลง ผู้แพ้รัก ของ มัณฑนา โมรากุล ซึ่ง คุณตุ้ม ไม่แน่ใจว่าจะร้องจบ จึงประกาศถามว่าใครร้องได้ให้ขึ้นมาช่วย เข้าทาง คุณนายม้า ซึ่งแพ้รักตลอดชาติอย่างแรง จึงวิ่งขึ้นไปทันที และร้องได้จริงๆ เพียงแต่ ดร.ตี่ ที่กำลังเคลิ้มหลับตาฟังเสียงศรีไสลถึงกับสะดุ้ง นึกว่า สวลี ร้องเพลงคู่กับ สุเทพ เพราะเสียง คุณม้า ห้าวมาก พอถูกคนฟังตะโกนให้ทำเสียงเล็กๆหน่อย คุณม้า บอก ได้แค่นี้ค่ะ (เพราะสุดทางคอหอยที่ลืมผ่าเส้นเสียง) พอจบเพลง ก็ไม่ยอมลง ร้องเพลง กล้วยไม้ ต่อโดยไม่มีใครขอ จนคนฟังใกล้ม้วย !

...


"โสมชบา"