มารีน่า เบย์ แซนด์ส
หลังจากสร้างความฮือฮาให้ภูมิภาค เอเชีย ด้วยการเปิดตัวโครงการอินเตอร์เกรเต็ด รีสอร์ต "เดอะ เวเนเชียน มาเก๊า" จนเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ เวิลด์ ล่าสุด ค่ายลาสเวกัส แซนด์ส คอร์เปอร์เรชั่น กลุ่มพัฒนารีสอร์ต ครบวงจรจากสหรัฐอเมริกา หันมาชุบชีวิตเกาะสิงคโปร์ให้ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง ด้วยการทุ่มทุนสร้าง มารีน่า เบย์ แซนด์ส วาดฝันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อความบันเทิงครบวงจรแห่งใหม่ ที่ฮิตฮอตที่สุดในเอเชีย โดยจุดเด่นที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้เมกะโปรเจกต์นี้ อยู่ที่รูปลักษณ์ของอาคารสวยหรูชวนตะลึง สร้างสรรค์ เป็นตึกสูงระฟ้า 3 หลัง เชื่อมติดกันด้วยระเบียงลอยฟ้าสกายพาร์ก รูปลักษณ์คล้ายกับการกรีดไพ่ 3 สำรับ
ภายในโครงการประกอบด้วยโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว มีห้องพักให้บริการเกือบ 3,000 ห้อง พร้อมห้องอาหารชื่อดัง ที่คัดสรรจากนานาประเทศทั่วโลก โดยไฮไลต์สำคัญของโรงแรมอยู่ที่ "เดอะ แซนด์ส สกายพาร์ก" บนชั้น 57 บรรจงเนรมิตให้เป็นสวนลอยฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีพื้นที่กว้างขวางเกือบ 12,500 ตารางเมตร ความสูง 200 เมตร ตกแต่งประดับประดาอย่างสวยงามด้วยต้นไม้เขียวขจีหลายพันต้น สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์รอบเกาะสิงคโปร์ และยังมีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
นอกจากตัวโรงแรมจะเป็นที่ ฮือฮาในความอลังการแล้ว ฝั่งตรงข้ามโรงแรมยังมี "มารีน่า เบย์ แซนด์ส กาสิโน" ตั้งอยู่ภายในอาคารโอ่อ่าหรูหรา ไว้คอยเอาใจนักท่องเที่ยวทั่วเอเชีย มีโต๊ะพนันมากกว่า 600 โต๊ะ ตู้เกมหยอด เหรียญเป็นพันๆตู้ และยังมีเลานจ์เอ็นเตอร์เทนเมนต์เล่นดนตรีสดๆ พร้อมเสิร์ฟเครื่องดื่มเย็นๆ ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนนักช็อปทั้งหลาย รวมถึงนักชิม ก็เตรียมตื่นตาตื่นใจกับเรสเตอรองต์ดัง และแบรนด์เนมระดับโลก ที่ตั้งเรียงรายให้เลือกสรรจนละลานตาบริเวณโซนช็อปปิ้ง มอลล์ ภายในโครงการยังมีศูนย์ ประชุม และศูนย์จัดแสดงสินค้า "แซนด์ส เอ็กซ์โป แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์" จุคนได้มากถึง 45,000 คน ไม่นับรวมถึงพิพิธภัณฑ์ และแหล่งรวมความบันเทิงอื่นๆที่จะทยอยเปิดให้บริการเร็วๆนี้
...
สำหรับเมืองไทยของเรา ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ซึ่งพร้อมดึงดูดทัวริสต์จากทั่วเอเชียเช่นกัน ได้แก่ พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ กรุงเทพฯ เปิดให้บริการแล้ว บนชั้น 6 ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่น่าจับตามอง เพราะเมืองไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีพิพิธภัณฑ์มาดาม ทุสโซ และเป็นประเทศที่สามในเอเชีย ต่อจากฮ่องกงกับเซี่ยงไฮ้ งานนี้ใช้งบลงทุนกว่า 500 ล้านบาท เป็นการลงทุนตรงแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยค่ายเมอร์ลิน เอ็นเตอร์เทนเมนต์ส กรุ๊ป ประเทศอังกฤษ ครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 3,000 ตารางเมตร โดยหุ่นขี้ผึ้งทุกตัวปั้นได้เหมือนจริงมากๆ ด้วยฝีมือของช่างปั้นระดับโลก แต่ละตัวมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 8 ล้านบาท ขั้นตอนการปั้นจะเริ่มตั้งแต่การพบปะ และค้นคว้าข้อมูลจากบุคคลต้นแบบตัวจริง จากนั้นจึงวัดตัวอย่างละเอียดยิบ เทียบสีผิว สีตา และเส้นผม กว่าจะได้หุ่นขี้ผึ้งที่งดงามสมบูรณ์แบบต้องใช้เวลาปั้นกว่า 4-6 เดือน
เพื่อ สร้างเอกลักษณ์ให้พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ กรุงเทพฯ จึงมีการผสมผสานความเป็นไทย เข้ากับความเป็นสากล โดยภายในมิวเซียมประกอบด้วยรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งบุคคลสำคัญระดับโลก ตลอดจนเซเลบริตี้ที่มีชื่อเสียงทั้งไทยและต่างประเทศมากกว่า 70 ชีวิต มีการแบ่งพื้นที่ออกเป็นห้องๆ มีทั้งห้องประวัติศาสตร์ และบุคคลสำคัญ, ห้องราชวงศ์, ห้องนักกีฬาคนโปรด, ห้องปาร์ตี้คนดังบนพรมแดง, ห้องศิลปินเพลงป๊อป, ห้องศิลปะ และวิทยาศาสตร์ รวมถึงห้องศิลปินจอแก้ว ทั้งนี้ พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ปั้นพระบรมรูปหุ่นขี้ผึ้งสมเด็จพระบรมราช ชนก และสมเด็จพระบรมราชชนนี ประดิษฐานเด่นสง่าอยู่ภายในห้องราชวงศ์
มา เที่ยวมาดามทุสโซเมืองไทยไม่ต้องต่อคิวยาวเหมือนที่อังกฤษ ก็สามารถกระทบไหล่บุคคลสำคัญระดับโลกอย่างใกล้ชิด ไล่ตั้งแต่ควีนเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ, เจ้าหญิงไดอานา, ประธานาธิบดีบารัค โอบามา, องค์ดาไลลามะ, มหาตมะ คานธี ส่วนใครเป็นแฟนซุปเปอร์สตาร์ฮอลลีวูด และนักกีฬาดังระดับท็อป ก็ตามไปแชะรูปเก็บไว้อวดในเฟซบุ๊ก เดินทางมาหมด ทั้งไมเคิล แจ๊กสัน, เดวิด เบคแคม, บรูซ ลี, สตีเฟ่น เจอร์ราด, แบรด พิตต์, แองเจลินา โจลี, จอห์นนี่ เด็ปป์, ทอม ครูซ, มาดอนน่า, บียอนเซ่ และบริตนีย์ สเปียร์ส
ข้าม ฟากไปสำรวจดูไบ รัฐที่ร่ำรวยที่สุดของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งสร้างความมั่งคั่งจากการขุดเจาะน้ำมัน และผุดสิ่งก่อสร้างระดับเมกะโปรเจกต์ไม่หยุดยั้ง ก็มีเดสติเนชั่นที่น่ากล่าวขวัญถึงเช่นกัน นั่นคือ การทุ่มทุน สร้าง เบิร์จ คาลิฟา อาคารระฟ้าที่ทำลายสถิติเป็นอาคารสูงสุดในโลกไปแล้ว ด้วยความสูงถึง 828 เมตร จำนวน 206 ชั้น ครอบคลุมพื้นที่ 334,000 ตารางเมตร แซงหน้าเจ้าของสถิติเก่าคือ ตึกไทเป 101 โดยเมื่อช่วงต้นปีก่อนเพิ่งได้ฤกษ์ดีจัดพิธีเปิดตัวอาคารอย่างเป็นทางการ ทั้งๆที่เริ่มลงมือก่อสร้างตั้งแต่ปี 2004 สาเหตุที่ต้องหยุดชะงักลง เนื่องจากเกิดวิกฤติการเงินครั้งใหญ่ในดูไบ เมื่อปี 2009
ก่อนหน้า นี้ มีเสียงทักท้วงหลายอย่างถึงอาถรรพณ์ของ "เบิร์จ ดูไบ" โดยกล่าวหาว่าอาจเป็นต้นเหตุทำให้ดวงเมืองตกต่ำ ภายหลังจึงมีการเปลี่ยนชื่ออาคารเป็น "เบิร์จ คาลิฟา" เพื่อให้เกียรติแก่ "เชคคาลิฟา บิน ซาเอ็ด อัล นาห์ยัน" ประมุขผู้ครองนครอาบูดาบี และประธานาธิบดีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สำหรับอาคารระฟ้าแห่งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการก่อสร้างศูนย์กลางใหม่ของดูไบ ซึ่งประกอบด้วย "เบิร์จ อัล อาหรับ" โรงแรมรูปทรงเรือใบที่หรูหราที่สุดในโลก และหมู่เกาะต้นปาล์ม รวมไปถึง ดูไบ มารีน่า และดูไบ มอลล์ เพื่อสร้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ดึงดูดเม็ดเงินเข้าดูไบ
นอกจากเรื่องความสูงที่ทำลายสถิติโลกแล้ว เช่นเดียวกับงบลงทุนมากกว่า 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รูปแบบสถาปัตยกรรมของอาคารเบิร์จ คาลิฟา ก็งดงามไม่แพ้กัน ออกแบบโดย "เอเดรียน สมิธ" สถาปนิกชื่อดังจากสำนักงานสถาปนิกเอสโอเอ็ม ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นคนเดียวกับที่ออกแบบตึก เซียร์ ทาวเวอร์ อาคารสูงที่สุดของอเมริกาในปัจจุบัน ในส่วนของเบิร์จ คาลิฟา ตั้งใจผสมผสานรูปแบบสถาปัตยกรรมอิสลามเข้ากับความทันสมัยของโลกตะวันตก ภายในตกแต่งโดย "จอร์จิโอ อาร์มานี" เพื่อจัดทำเป็นโรงแรม อาร์มานี ตั้งแต่ชั้นล่างสุดถึงชั้น 37 ส่วนชั้น 45 ถึง 108 จะเป็นอพาร์ตเมนต์ และที่เหลือทำเป็นสำนักงาน ขณะที่ชั้น 123 และ 124 เป็นจุดชมวิวของอาคารระฟ้า อาคารนี้ยังทำลายสถิติเป็นตึกที่ติดตั้งลิฟท์วิ่งเร็วที่สุดในโลก ความเร็วถึง 18 เมตรต่อวินาที และมีน้ำพุที่สูงที่สุดในโลก ความยาว 275 เมตร ใหญ่กว่าสนามฟุตบอล 2 สนามรวมกัน และยาวกว่าน้ำพุเบลลาจิโอ ที่เมืองลาสเวกัส สามารถพ่นน้ำได้ 83,000 ลิตร พุ่งขึ้นได้สูงถึง 150 เมตร เทียบเท่ากับตึก 50 ชั้น
...
อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวใหม่ล่าสุดที่นำมาเล่าสู่กันฟัง ยังรวมถึงการบุกไปเปิดห้างสรรพสินค้า ในประเทศจีนของค่ายเซ็นทรัล และเซน โดยถือเป็นก้าวกระโดด ที่ทำให้ทิ้งห่างคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่น เพราะใครๆก็ทราบดีว่าตลาดจีนเป็นตลาดใหญ่ อันดับหนึ่งของโลก และกำลังจะผงาดเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจ งานนี้ค่ายเซ็นทรัล ภายใต้การนำของสุทธิธรรม จิราธิวัฒน์, ทศ จิราธิวัฒน์ และอลัน นามชัยศิริ เลือกเมืองเศรษฐกิจใหม่คือ เสิ่นหยาง เป็นทำเลทองบุกเบิกตลาดแดนมังกร โดยห้างฯเซนแห่งแรกในประเทศจีน จะเปิดตัวที่ศูนย์การค้าจอย ซิตี้ ในเดือน เม.ย.นี้ ภายใต้ชื่อ ZEN JOY CITY ปั้นให้เป็นแหล่งช็อปปิ้ง สำหรับโก๋กี๋ตี๋หมวยที่ชื่นชอบแฟชั่นล้ำยุคล้ำเทรนด์ และนวัตกรรมแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนจีนรุ่นใหม่ ส่วนห้างฯเซ็นทรัล เลือกเปิดให้บริการในมิกซ์ซี ช็อปปิ้ง เซ็นเตอร์ ณ เชี่ยนเจียง นิว ซิตี้ ในเมืองหังโจว วางขายผลิตภัณฑ์แบรนด์ไทยและนานาชาติ ที่ครอบคลุมครบครันทุกไลฟ์สไตล์ เรียกว่ายกห้างฯเซ็นทรัลไปไว้ที่หังโจวให้ได้ช็อปปิ้งกันอย่างจุใจทีเดียว.
...
ทีมข่าวหน้าสตรี