เป็นความชอบถึงขั้นชอบมากๆ ตั้งแต่เด็กๆ จนทำให้พอโตขึ้นจึงคิดมาตลอดมาว่าเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นขึ้นมาสักร้าน วันนี้ หนุ่มก้อง-กมลสุทธิ์ ทัพพะรังสี เลยทำขึ้นมาจนได้ โดยมีบรรดาน้องๆ เพื่อนสนิท เข้ามาร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ด้วย
"ผมเป็นคนชอบทานอาหารญี่ปุ่นมากๆ ตั้งแต่เด็กแล้ว พอคิดจะเปิดร้านอาหารญี่ปุ่น ก็เลยอยากให้เป็นร้านที่ตอบสนองตัวเราเองได้ ผมเลยใส่ใจทุกขั้นตอนกว่าจะเกิดร้านนี้ขึ้น ตั้งแต่เลือกทำเล คุยกับอินทีเรียเรื่องการตกแต่ง เลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์เข้าร้าน เรื่องเมนูอาหาร วัตถุดิบต่างๆ บัญชี เชฟ รวมถึงการดูแลลูกค้าด้วย เพราะบางทีลูกค้าเยอะ ผมก็มีเหมือนกันที่มาช่วยเสิร์พบ้าง เรียกว่าทำทุกอย่างครับ ผมเข้าร้านนี้ทุกวัน คอยเป็นตัวตั้งตัวตี ส่วนน้องๆ และเพื่อนที่เป็นพาร์ทเนอร์เขามีมาดูบ้าง ช่วยๆ กันครับ"
...
นอกจากเรื่องการตกแต่งร้านและเมนูอาหารที่หนุ่มก้อง ดูแลเป็นหลักแล้ว ที่สำคัญอีกอย่างก็คือเรื่องชื่อร้าน ซึ่งเขาบอกว่ากว่าจะได้ชื่อนี้มาต้องเลือกอยู่นาน เพราะอยากได้ชื่อร้านที่ความหมายดี และฟังแล้วเป็นญี่ปุ่นที่สุดด้วย
"เรื่องชื่อร้าน พอดีมีนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นที่เป็นเพื่อนคุณพ่อเขาส่งมาให้เลือกครับ 30 ชื่อเลยนะ ผมก็เลือกชื่อที่ความหมายดี และเหมาะกับร้านอาหารมากที่สุดก็เลยได้ชื่อ "มูเกนได" MUGENDAI แปลว่า 'ไม่มีที่สิ้นสุด' พอได้ชื่อร้านก็มาคิดโลโก้กันต่อ เลยออกมาเป็นเหมือนเลข 8 คือยังไงก็ไม่มีที่สิ้นสุดเหมือนกัน ภาพนี้จะมองได้หลายแบบครับ อย่างที่เห็นจะเป็นเลข 8 ก็ได้ มองเป็นปลาก็ได้ มองเป็นหน้ากากก็ได้ แต่ไม่อยากให้มันเป็นสีดำทื่อๆ อยากให้เหมือนกับการวาดรูปด้วยพู่กัน ให้ดูธรรมชาติ เหมือนเขียนด้วยพู่กันญี่ปุ่น เลยออกมาเป็นแบบนี้ครับ "
กว่าร้านมูเกนไดจะเสร็จสมบูรณ์ให้คนที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นได้ไปทานอาหารอร่อยๆ ในร้านสวยๆ บรรยากาศดีๆ ที่สะท้อนความเป็นญี่ปุ่นแบบร่วมสมัยไว้อย่างลงตัวแล้ว เรื่องเมนูอาหารที่หนุ่มก้องบอกว่ามีส่วนเข้าไปดูแลนั้น เขาก็ดูแลจริงจัง ชนิดที่ว่ารู้เรื่องอาหารญี่ปุ่นถึงแก่นแท้
"อย่างที่บอกครับว่าผมเป็นคนชอบทานอาหารญี่ปุ่นมากๆ และทานมาหลายร้านในญี่ปุ่น พอมาทำร้านเองก็อยากให้มีคุณภาพจริงๆ ที่นี่เลยคัดสรรแต่วัตถุดิบสดใหม่และอิมพอร์ตจากญี่ปุ่น ซึ่งเมนูที่นี่ก็มีที่ผมเอามาประยุกต์ด้วย อย่างเนื้อมัตสึซากะสไลด์ย่างบนหินลาวาร้อน (เป็นเมนูที่ลูกค่าสั่งบ่อยมาก) อีกเมนูก็จะเป็นขาปูทาราบะ ปูสายพันธ์เดียวกับปูอลาสก้า เอามาทำเทมปุระ จิ้มด้วยเกลือ ชาเขียวและบีบมะนาวตาม หรือเป็นซูชิด้วย และเมนูหอยเชล (โฮตาเตะ) สอดไส้หอยเม่น (อุหนิ) นำเข้าจากฮอกไกโด ซึ่งถือเป็นหอยเม่นที่อร่อยที่สุดแล้ว เอาไปชุบแป้งทอด"
...
อาหารญี่ปุ่นสำหรับหนุ่มก้อง เขาบอกว่านอกจากจะเป็นสิ่งที่เขาชอบมากๆ แล้ว อีกอย่างหนึ่งของประเทศนี้ก็คือ เรื่องวัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่น ซึ่งหนุ่มก้องบอกว่าบางอย่างเขาเองก็นำมาปรับใช้กับไลฟ์สไตล์ของตัวเองด้วย
"โดยส่วนตัวผมนอกจากอาหารญี่ปุ่นที่ชอบ ผมก็ชอบวัฒนธรรมของประเทศนี้ด้วย คนญี่ปุ่นเป็นคนพิถีพิถัน นอบน้อมถ่อมตน จะสังเกตได้ถ้าใครไปญี่ปุ่นทุกคนจะโค้งให้กันและทักกันตลอดเวลา เป็นสัญชาตญาณของเขาเลย พวกเขาเป็นมิตร อัธยาศัยดีครับ ยิ่งพอได้ทานอาหารที่มีความประณีตของเขาด้วยก็ยิ่งรู้สึกหลงใหล เพราะไม่มีตรงไหนที่เขามักง่ายเลย เขาใส่ใจทุกรายละเอียดมาก และผมเป็นคนอะไรที่เรียบร้อยแบบนี้อยู่แล้ว ก็เลยอยากสร้างมาตรฐานของร้านให้มีมาตรฐานที่ดีพอๆ กับที่ญี่ปุ่นด้วย แต่ตัวผมไม่ใช่คนที่ชอบโค้งคำนับตลอดเวลานะ (หัวเราะ) แต่ค่อนข้างพิถีพิถันในตัวเองระดับนึง อย่างเรื่องการแต่งตัวก็ด้วยครับ"
...
ดูเหมือนช่วงนี้งานจะรัดตัวมาก เพราะร้านมูเกนไดแม้ว่าจะเปิดมาได้ไม่กี่เดือน หลายคนที่ไปทานอาหารก็ติดใจ จนมีขาประจำแวะเวียนอยู่ทุกวัน แบบนี้เวลาส่วนตัวของหนุ่มก้องที่มารับบนหนักในการดูแลร้าน เลยไม่ค่อยมีเวลาออกไปไหน นอกจากร้านอาหารที่เขาลงทุน ลงแรง ลงความคิดมาตั้งแต่ต้น
"ร้านนี้เปิดมาได้ไม่กี่เดือนเองครับ ช่วงนี้ผมเลยต้องเข้าร้านทุกวัน เพื่อดูแลลูกค้า เพราะคนเสิร์ฟยังขาดอยู่ เวลาที่นั่งเต็มจะเสิร์ฟไม่ทัน บางทีผมก็ต้องเข้าครัวเสิร์ฟเองด้วย กะว่ารอให้อยู่ตัวอีกสักหน่อย ก็อาจจะปล่อยบ้าง แต่ช่วงนี้ต้องใกล้ชิดมากครับ"
...
สำหรับหนุ่มก้อง ในวันนี้ร้านมูเกนได อาจเป็นสิ่งที่สะท้อนอีกด้านหนึ่งของหนุ่มคนนี้ได้ดีที่สุด หนุ่มก้องจึงได้ทิ้งท้ายก่อนจะไปดูแลร้านต่อว่า
"กับร้านมูเกนได ผมเชื่อว่ามันคืออีกทางเลือกหนึ่งของคนชอบทานอาหารญี่ปุ่นในเมืองไทยนะ เพราะที่นี่ตั้งแต่ทำเลก็ไม่เหมือนที่อื่นแล้ว มีมุมให้ลูกค้านั่งหลายที่ และอยู่บนดาดฟ้าด้วย ได้ชมวิวไปพร้อมๆกับการทานอาหารอร่อยๆ ที่คัดสรรมาอย่างดี ผมเองก็รู้สึกถูกใจนะที่ร้านออกมาเป็นแบบนี้ เพราะคิดว่าร้านอาหารคงไม่ใช่แค่มานั่งทานอย่างเดียว แต่อยากให้บรรยากาศมันลงตัวเข้ากันด้วยครับ".