อาจเพราะสภาวะความเครียดที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน เป็นสาเหตุให้จำนวนผู้ป่วยกลุ่มโรคอารมณ์ผิดปกติมีเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโรคซึมเศร้า หรือโรคอารมณ์สองขั้วที่เราเรียกกันว่าไบโพลาร์...
หลังจากที่ อดีตภรรยาของเสก-โลโซ กานต์ วิภากร แสงสายทิม ออกมาเล่าถึงอดีตสามี ที่ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการรักษาของแพทย์หลังพบว่าเป็นโรคไบโพลาร์ระดับที่ 3
ดังนั้นวันนี้ ไลฟ์สไตล์ไทยรัฐ จะขอมาเล่าถึงอาการของโรคไบโพลาร์ ให้คุณผู้อ่านได้ทำความเข้าใจกับโรคนี้มากขึ้น...
ไบโพลาร์คืออะไร
“ไบโพลาร์” หรือโรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar Disorder) เป็นหนึ่งในกลุ่มโรคอารมณ์ผิดปกติที่พบได้บ่อยในทั่วโลก ประมาณ 1-2% ของอาการป่วยทางจิต ที่องค์การอนามัยโลกระบุว่า โรคไบโพลาร์ เป็นโรคที่ก่อให้เกิดความสูญเสียเนื่องจากการเจ็บป่วยหรือความพิการอันดับที่ 6 ของโลก ที่น่าตกใจคือ ผู้ป่วย 1 คน ใน 5 คน มักจบชีวิตลงด้วยการฆ่าตัวตายสำเร็จ
...
อะไรคือสาเหตุของการเกิดโรค
ประกอบด้วยหลายปัจจัย หนึ่งในนั้นคืออาการผิดปกติของสมองหรือความผิดปกติของระบบฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกายที่ทำให้การสมองส่วนที่ควบคุมการสั่งการด้านอารมณ์ทำงานได้ไม่เต็มที่
ส่วนปัจจัยภายนอกก็เป็นส่วนกระตุ้นโรคนี้ให้เห็นได้ชัด อาทิ ผู้ที่มีอาการผิดปกติทางสมองอยู่แล้ว ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับความเครียด หรือปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในชีวิตได้ นี่ก็จะเป็นตัวกระตุ้นให้มีการแสดงออกถึงโรคอย่างชัดเจน
ดูอย่างไร?...ใครเป็นไบโพลาร์
สำหรับผู้ที่มีแนวโน้มเป็นโรคไบโพลาร์ อาจจะมีอาการเบื้องต้น ยกตัวอย่าง ซึมเศร้า เก็บตัว เสียใจง่าย ร้องไห้ง่าย เหนื่อยหน่าย เบื่อ ท้อแท้ สิ้นหวัง วิตกกังวลต่อสิ่งต่าง มองโรคในแง่ร้าย รวมถึงมีปัญหาในการนอน นอนไม่หลับ นอนมากหรือน้อยเกินไป เป็นต้น
คนกลุ่มนี้จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับคนเป็นโรคซึมเศร้า อาจจะรู้สึกไม่มีความสุขในชีวิต ไม่ตอบสนองต่อสิ่งรอบตัว ซึ่งอาจจะนำมาสู่มีความคิดอยากตายหรืออยากฆ่าตัวตายในอนาคต
ไบโพลาร์มีกี่ขั้น?
เริ่มต้นที่ ไบโพลาร์ชนิดอ่อน หรือที่เรียกกันว่า Cyclothymia ต่างมีลักษณะคืออารมณ์ที่แปรปรวนขึ้นๆ ลงๆ
ส่วนอาการของโรคไบโพลาร์ก็สามารถแยกออกเป็น 2 กลุ่มกว้างๆ ได้แก่ 1. Bipolar I Disorder คือ มีอาการเมเนีย สลับกับช่วงซึมเศร้า หรืออาจมีอาการเมเนียเพียงอย่างเดียวก็ได้ และ 2.Bipolar II Disorder คือ มีอาการซึมเศร้า สลับกับช่วงไฮโปเมเนีย (hypomania)
รักษาได้ไหม?
ได้! ดังนั้นหากคนรู้จักของใครที่มีอาการเข้าข่าย ควรรีบนำผู้ป่วยไปพบแพทย์หรือปรึกษาแพทย์โดยด่วน เพราะโรคนี้รักษาให้หายได้
แล้วหายได้อย่างไร?
หากแพทย์วินิจฉัยว่าบุคคลนั้นเป็นโรคอารมณ์สองขั้วแล้ว ก็จะเริ่มให้รับประทานยาเพื่อปรับอารมณ์ อาทิ กลุ่มยาต้านโรคจิต (Antipsychotics) กลุ่มยาต้านซึมเศร้า (Antidepressants) และกลุ่มยาคลายกังวล (Antianxiety medications) เป็นต้น
ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายจากอาการใน 2-8 สัปดาห์ และกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ซึ่งต้องได้รับกำลังใจและความเข้าใจจากคนรอบข้าง รวมทั้งได้รับการรักษาที่ต่อเนื่อง เพราะเมื่อหายแล้ว...สามารถกลับมาเป็นใหม่ได้อีก
เคล็ด(ไม่)ลับ ช่วยให้หายเร็วขึ้น
ผู้ป่วยโรคนี้ต้องการกำลังใจและความเข้าใจเป็นอย่างมาก หากคนใกล้ตัวของคุณเป็นโรคนี้ หลังจากพาเขาไปพบแพทย์ คุณควรเป็นส่วนหนึ่งในกำลังใจให้เขา เพื่อให้เขารู้ว่าตัวเองยังมีคนคอยสนุบสนุน พูดคุยให้คำปรึกษา จากนั้นก็พาเขาออกไปทำกิจกรรมอื่นๆ อาทิ ออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ รวมถึงดูแลให้มีการพักผ่อนอย่างเพียงพอ เท่านี้อาการของโรคก็จะค่อยๆหายไปแล้วจ้า
...