"สุขภาพ" สำคัญไฉน "โรคหัวใจ" ก็เช่นกัน ไลฟ์สไตล์ไทยรัฐ จะมาบอกกล่าวถึงเรื่องของ "โรคหัวใจ" ซึ่งถือเป็นภัยร้ายคร่าชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทย คุณรู้หรือไม่? บางปีโรคหัวใจก็เป็นสาเหตุที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตมากที่สุด ขณะที่บางปีโรคนี้อาจเป็นต้นเหตุการเสียชีวิตอันดับ 2 หรือ 3 ก็เป็นได้ โดยสลับกันระหว่าง มะเร็ง และอุบัติเหตุ
วูบ หมดสติ สุดท้ายเสียชีวิต...เหตุการณ์แบบนี้เราเชื่อเหลือเกินว่า หลายคนไม่เคยรู้ตัวเลยด้วยซ้ำ ว่าตัวเองมีความผิดปกติที่หัวใจ จนกว่าจะเสียชีวิตไปอย่างกะทันหัน ซึ่งถึงตอนนั้น...คุณก็ไม่มีโอกาสได้รักษา หรือได้รับรู้อะไรอีกต่อไปแล้ว แถมเวลา 4 นาทีหลังจากหมดสติ มันก็ช่างน้อยเสียเหลือเกิน...ที่จะกู้ชีวิตมนุษย์คนหนึ่ง ซึ่งเป็นที่รักของใครหลายคนกลับคืนมา
มาค่ะ...วันนี้ ไลฟ์สไตล์ไทยรัฐ จะพาไปเจาะลึก "โรคหัวใจ" กับคุณหมอผู้เชี่ยวชาญ ที่มาเสวนาในงานเปิดศูนย์หัวใจและหลอดเลือด ณ โรงพยาบาลวัฒนา อุดรธานี พร้อมๆ กัน แต่ก่อนอื่นเราต้องรับทราบร่วมกันก่อน ดังนี้
...
ไทยขาดหมอหัวใจ รพ. ก็ขาดศูนย์หัวใจ
ทุกโรงพยาบาล ไม่ได้มีศูนย์หัวใจโดยตรง น้อยมากที่จะมีศูนย์หัวใจแบบนี้ เพราะข้อเท็จจริง คือ ประเทศไทยขาดแคลนหมอผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจจำนวนมาก ทั้งนี้แอบได้ยินมาว่า การที่จะเป็นหมอผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดหัวใจ อาจต้องเรียนเฉพาะทางมากๆ จนแก่พอดี ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เราจะรักษาหรือผ่าตัดหัวใจ ถึงต้องรอหมอนานมาก
ไม่ใช่โรคคนรวย คนจนก็เป็นได้จ้า
ผู้คนมักเข้าใจว่า โรคหัวใจ เป็นโรคของคนรวย เข้าใจผิดนะจ๊ะ ที่เราคิดแบบนั้นเพราะ คนรวยมีตังค์รักษาและผ่าตัด ทำให้เราเข้าใจไปเองว่าเป็นโรคคนรวย แต่ความจริงแล้ว โรคนี้คนจนก็เป็นได้ แต่อาจจะไม่รู้สาเหตุ จึงอนุมานไปว่าเป็นไหลตายนั่นเอง ดังนั้นเราจึงควรเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ เพราะโรคนี้เป็นของทุกคน ทุกเพศ และทุกวัยด้วย ใครก็เป็นได้จ้า
โรคหัวใจ = โรคฉุกเฉิน
ดร.ณัฐธิรา ตั้งสืบกุล ผู้บริหารโรงพยาบาลวัฒนา อุดรธานี บอกเล่าถึงสาเหตุที่เปิดศูนย์หัวใจและหลอดเลือดขึ้นมา เพราะตัวเองมองว่า โรคหัวใจ เป็นโรคที่ร้ายกาจนัก และเป็นโรคที่คร่าชีวิตคนโดยไม่จำเป็น จะบอกว่ามันเป็น โรคฉุกเฉิน ก็ว่าได้ เนื่องจากเรามีเวลายื้อชีวิตผู้ป่วยไว้ได้ในเวลาอันน้อยนิด ไม่แตกต่างจากอุบัติเหตุเลย
คนอุดรฯ เสี่ยงโรคหัวใจ
แนวโน้มคนไทยจะเป็นโรคหัวใจมากขึ้น โดยเฉพาะคนในจังหวัดอุดรธานีนั้นก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกัน เราจึงพัฒนาศูนย์หัวใจและหลอดเลือดนี้ขึ้นมา เพื่อรองรับผู้ป่วยที่มีโอกาสเป็นโรคหัวใจ รวมทั้งตั้งใจให้ศูนย์แห่งนี้เป็นศูนย์ที่รักษาผู้ป่วยโรคหัวใจในพื้นที่ภาคอีสานตอนบน และผู้ป่วยที่มาจากประเทศลาวด้วย
ผ่าตัด...หลายแบบ
"จิตติยา ปาไทย" จากบริษัทเซฟฮาร์ทการแพทย์ บอกว่า ศูนย์หัวใจและหลอดเลือดแห่งนี้ครบวงจร ทั้งเครื่องมือ และทีมแพทย์ รวมถึงการทำงาน การผ่าตัด การรักษาหัวใจในรูปแบบต่างๆ ทั้งการผ่าตัดทำบายพาสหัวใจ ผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ ทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ และยังมีห้องผู้ป่วยเฉพาะด้วย
...
สิทธิบัตรต่างๆ ก็สามารถใช้ได้
ถ้าผู้ป่วยมีบัตรทอง ก็สามารถส่งต่อผู้ป่วยมารักษาที่นี่ได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเหมือนทั่วๆ ไป สิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินก็เช่นกัน ทั้งนี้เพื่อช่วยชีวิตคนทุกระดับและทุกชนชั้นจริงๆ
25 ปีก็เสียชีวิตได้
นายแพทย์ไพศาล กอบเกื้อชัยพงษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจและหลอดเลือด เล่าว่า อุบัติการณ์โรคหัวใจของจังหวัดอุดรธานี ในปี 2560 พบว่า มีผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงถึง 373 คน โดยเพิ่มสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึงร้อยละ 3.64 โดยส่วนมากอยู่ในช่วงอายุ 40-60 ปี นับเป็นอันดับต้นๆ ของเขตภาคอีสานตอนบน และส่วนใหญ่เป็นอาการแบบเฉียบพลัน แต่ปัจจุบันเราพบว่า ผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตมีอายุน้อยลง 25 ปี ก็พอมาแล้ว
เสี่ยงมาก!!
การที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ทราบมาก่อนว่าเป็นผู้มีความเสี่ยง และไม่เคยเข้ารับการตรวจรักษา หรือการตรวจคัดกรองใดๆ และยังคงใช้ชีวิตประจำวัน โดยไม่ได้ระมัดระวังหรือป้องกันแต่อย่างใด จึงเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ ยังรวมถึงปัญหาเกี่ยวกับการเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที และการรักษาแบบต่อเนื่องด้วย
...
ตายมาก...จากหลอดเลือดหัวใจตีบ
ขณะที่คนไทยตายด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือด สูงถึง 150 คนต่อวัน (เห็นตัวเลขแล้วจะเป็นลม...น่ากลัวมากๆ) โรคหัวใจที่คนไทยเป็นมากที่สุด เกิดจากหลอดเลือดหัวใจตีบ ซึ่งมักเกิดจากการสะสมของไขมันในผนังหลอดเลือด จนเกิดลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลัน ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตาย จึงมีอัตราการเสียชีวิตสูง
...
ชายเป็นมากกว่าหญิง
ในอดีตมักเกิดกับผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป โดยพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง แต่ในปัจจุบันจากพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสม อาหารไขมันสูง ไปจนถึงการทานบุฟเฟ่ต์หรือปิ้งย่างเป็นประจำ ประกอบกับการใช้ชีวิตที่เร่งรีบ มีความเครียดสูง ทำให้มีกลุ่มผู้อายุต่ำกว่า 40 ปี มีโอกาสเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดมากขึ้น จึงควรดูแลตัวเองให้ดี ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค และการใช้ชีวิตให้เหมาะสม รวมถึงควรตรวจสุขภาพเป็นประจำ เพื่อป้องกันก่อนจะสายเกินไป
อาการโรคหัวใจ สัญญาณโรคหัวใจ คืออะไรบ้าง?
1. แน่นหน้าอก มีอาการร้าวร่วมด้วย อาจปวดกรามได้ในบางราย
2. เจ็บ จุก บริเวณหน้าอก ร้าวไปแขน จนรู้สึกชา
3. เหงื่อแตก ใจสั่น
4. เหนื่อยหอบ เดินก็เหนื่อย ออกกำลังกายนิดหน่อยก็เหนื่อย
5. เป็นลมบ่อยๆ อยู่ดีๆ ก็เป็นลม แต่ตื่นกลับมาอย่างรวดเร็ว
วิธีดูแลตัวเอง ป้องกันโรคหัวใจ
1. กินอาหารที่มีคอเลสเตอรอลน้อยๆ
2. งดของเค็ม ของไม่มีประโยชน์
3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
4. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
5. ตรวจสุขภาพประจำปี
สุดท้าย คุณหมอบอกว่า
...ถ้าคุณไม่เปลี่ยนตัวเอง รักษาอย่างไรก็ไม่หายขาด ไม่ว่าจะโรคอะไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือ "การตรวจสุขภาพประจำปี" ที่ถือเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง "หัวใจ" ก็ต้องได้รับการตรวจและดูแลเช่นกัน.