ดูเหมือนจะเป็นวลีฮิตติดปากที่ใครๆก็ทราบดี ว่าการบริโภคผัก-ผลไม้นั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ช่วยป้องกันโรคร้ายต่างๆได้นานาชนิด
แต่ถ้าถามต่อไปว่า แล้วเราจะต้องกินผักและผลไม้เหล่านั้นในปริมาณที่มากเพียงใดในแต่ละวัน อันนี้ชักจะเริ่มออกอาการงง อ้ำอึ้งเล็กน้อยว่าแค่ไหนถึงจะพอดีค้นข้อมูลของ สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ จากเว็บไซต์ www.hiso.or.th ในเรื่อง การบริโภคผักผลไม้ของคนไทย รศ.พญ. เยาวรัตน์ ปรปักษ์ขาม และคณะ ได้ทบทวนงานวิจัยต่างๆ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณการบริโภคผักและผลไม้ต่อวันกับการเกิดโรคต่างๆ พบว่าปริมาณที่เหมาะสมคือ ระหว่าง 400-600 กรัมต่อวัน อันนี้ไม่รวมพืชผักที่มีแป้งมากอย่างมันเทศ มันฝรั่ง หรือถ้าจะคิดเป็นถ้วยมาตรฐานก็คือขนาด 150 ซีซี ใน 1 ถ้วยนั้นจะประกอบด้วยผัก และผลไม้ 80 กรัม ก็จะได้วันละ 5-7.5 ถ้วยมาตรฐาน
ในข้อมูลของเว็บไซต์สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ ยังลงเกณฑ์ขั้นต่ำการบริโภคผักและผลไม้ แยกตามกลุ่มอายุให้เห็นอย่างละเอียด โดยอ้างอิงงานวิจัยขององค์การอนามัยโลก เมื่อปี 2547 พอสรุปได้ว่าตั้งแต่แรกเกิดถึง 4 ปี ควรได้รับผัก-ผลไม้ประมาณ 330 กรัม อายุ 5-14 ปี 480 กรัม/วัน อายุมากกว่า 15 ปีขึ้นไป ควรได้ประมาณวันละ 500 กรัมขึ้นไป
มีการยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายๆด้วยว่า ผลไม้ 1 หน่วย (ถ้วย) มาตรฐาน มีขนาดประมาณไหน อันได้แก่ มะละกอหรือแตงโมหรือสับปะรด 6-8ชิ้น กล้วยน้ำว้า 1 ผล กล้วยหอมครึ่งผล ส้มเขียวหวาน 1 ผลใหญ่ เงาะ 4 ผล ผลไม้กระป๋อง 1 ถ้วย (150 ซีซี)
ส่วนผัก 1 ถ้วยมาตรฐาน ได้แก่ ผักที่ปรุงแล้วครึ่งถ้วย หรือ 1 ทัพพีใหญ่ ถ้าเป็นผักสด 1 ถ้วย หรือผักสลัด 1 ถ้วย ถ้าน้ำผักไม่ผสมอื่นใดเลยครึ่งถ้วย
คงพอเป็นแนวทางให้คนรักสุขภาพได้ไปไขว่ คว้าหาผักและผลไม้มาบำรุงสุขภาพป้องกันโรคกันได้เป็นอย่างดี.
...