นับแต่โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว ได้ก่อกำเนิดขึ้นด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ที่ทรงเล็งเห็นว่า สถาบันครอบครัวที่อบอุ่นจะเป็นรากฐานในการพัฒนาและก่อเกิดสังคมที่สงบร่มเย็นน่าอยู่ในอนาคต โดยได้รับพระกรุณาธิคุณ จากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงรับโครงการฯไว้ในพระราชูปถัมภ์ มาบัดนี้โครงการสายใยรักแห่งครอบครัวได้ดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความอบอุ่นในครอบครัวมาเป็นปีที่ 5 แล้ว โดยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (7 ธ.ค.) สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยาม มกุฎราชกุมาร ได้เสด็จฯพร้อมด้วย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ และ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ทรงเป็นประธานเปิดงาน "5 ปีสายใยรักแห่งครอบครัว" ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี ฮอลล์ 7-8


ในการนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ได้ทอดพระเนตรกิจกรรมต่างๆภายในงาน ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด สร้างความรัก : เริ่มต้นจากนมแม่ การเลี้ยงลูกอย่างถูกวิธี และเข้าใจซึ่งกันในครอบครัว ด้วยการเรียนรู้ : การเรียนรู้ตลอดชีวิต ทรัพย์ปัญญา พัฒนาความเป็นอยู่ : พัฒนาอาชีพตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง สร้างสุขภาพ สุขอนามัยในครัวเรือน และสิ่งแวดล้อมในชุมชน สู่ครอบครัวอบอุ่น เข้มแข็งอย่างยั่งยืน : สถาบันครอบครัวเข้มแข็ง ชุมชนเข้มแข็ง เมืองเข้มแข็ง ประเทศชาติเจริญ

...


ในส่วนของโครงการนมแม่ ซึ่งเป็นโครงการแรกที่ดำเนินงานควบคู่กับโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว นับเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง เพราะสามารถรณรงค์ให้แม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของเด็กแรกเกิดมีอัตราสูงขึ้น จากก่อนเริ่มโครงการที่มีการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียง 5.4 เปอร์เซ็นต์ แต่ปัจจุบันการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพิ่มขึ้นเป็น 29.5 เปอร์เซ็นต์ และยังมีการให้ความรู้เรื่องนมแม่แบบดิลิเวอรี่ คือการให้ความรู้แก่แม่ที่ต้องฝากลูกไว้กับญาติๆในต่างจังหวัด โดยสอนวิธีการบีบนมหรือปั๊มนมเก็บไว้ในช่องแช่แข็งอย่างถูกวิธี เพื่อส่งไปให้ลูกที่อยู่ต่างจังหวัดได้กินนมแม่ให้มากที่สุด

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของสมาชิกโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ พร้อมเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วม "กิจกรรมทำบุญสองต่อ" ช่วยกันอุดหนุนผลิตภัณฑ์ต่างๆภายในงาน เพื่อส่งต่อไปยังมูลนิธิหรือหน่วยงานที่ขาดแคลนทั่วประเทศ เป็นการเติมเต็มสังคมให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น โดยเปิดให้ประชาชนเข้าชมงานระหว่างนี้ถึงวันที่ 12 ธ.ค.ศกนี้.