ด้วยทรงตระหนักถึงสภาพปัญหาของเด็กและเยาวชน ไทยยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่น ซึ่งกำลังเป็นวิกฤติใหญ่ระดับชาติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จึงมีพระดำริให้จัดตั้งโครงการรณรงค์ป้องกันการตั้งครรภ์ ไม่พร้อมในวัยรุ่น ภายใต้โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว ในพระราชูปถัมภ์ฯ โดยทรงมอบหมายให้นักธุรกิจหญิง "แป้ง—นวลพรรณ ล่ำซำ" เป็นหัวหน้าคณะทำงาน จับมือกับกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนต่างๆ ร่วมกันประชาสัมพันธ์ให้เด็กวัยรุ่นไทย ตระหนักถึงผลร้ายที่จะเกิดขึ้นตามมาจากการตั้งท้องก่อนวัยอันควร ตลอดจนรณรงค์ให้รู้จักวิธีป้องกันตนเอง เพื่อหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์ขณะยังไม่พร้อม
สภาพปัญหาของเด็กไทยในปัจจุบัน น่าเป็นห่วงขนาดไหน
จากการรายงานสภาวะการตั้งครรภ์และคลอดบุตรของประเทศไทย เมื่อปี 2550 พบว่าประเทศไทย ติดอันดับสองของโลก รองจากแอฟริกา ที่มีคุณแม่วัยใส ซึ่งตั้งครรภ์และคลอดบุตรขณะอายุต่ำกว่า 20 ปี คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ประมาณ 13.37% ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานขององค์การอนามัยโลก ที่กำหนดไว้ไม่เกิน 10% นอกจากนี้ยังพบว่าช่วงอายุของเด็กหญิงที่ตั้งท้องมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ โดยปัจจุบันพบว่าอายุน้อยสุดอยู่ที่ 12 ปี ซึ่งเป็นสถิติที่น่าตกใจมาก นอกจากนี้ จากสถิติของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ยังระบุว่า 10 จังหวัดที่มีอัตราการคลอดบุตรของแม่วัยรุ่นมากที่สุดคือ กำแพงเพชร, ประจวบคีรีขันธ์, พิจิตร, นครสวรรค์, ลพบุรี, อุทัยธานี, สมุทร-สงคราม, ชัยนาท, กาญจนบุรี และอ่างทอง ซึ่งล้วนแต่เป็นจังหวัดเล็กๆ ซึ่งห่างไกลข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง น่าสังเกตว่าจังหวัดใหญ่ๆที่ความเจริญเข้าไปถึงแล้ว เช่น กรุงเทพฯ, เชียงใหม่ และภูเก็ต เด็กอาจจะได้รับข่าวสารเยอะ ทำให้รู้จักป้องกันดูแลตัวเองมากกว่า
...
อะไรคือแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้ "พระองค์หญิงศรีรัศมิ์" ทรงจัดตั้งโครงการนี้ขึ้น
พระองค์หญิงทรงมีความเป็นแม่สูงมาก ทรงตระหนักถึงความสำคัญของสถาบันครอบครัวมาโดยตลอด และจากการที่ได้เสด็จลงพื้นที่ตามจังหวัดต่างๆ ได้ทรงสัมผัสกับประชาชนอย่างใกล้ชิด ทำให้ทรงทราบว่าปัจจุบันมีปัญหาการตั้งครรภ์ในกลุ่มวัยรุ่นรุนแรงขึ้น เรื่อยๆ พระองค์หญิงรับสั่งว่า ถ้าไม่รีบหาทางแก้ไขและป้องกันอย่างเร่งด่วนที่สุด ปัญหานี้จะกลายเป็นประเด็นปัญหาระดับชาติ ไม่ต่างจากปัญหายาเสพติด เพราะการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นก่อให้เกิดปัญหาสังคมตามมามากมาย ปัญหาใหญ่ที่เป็นผลพวงจากแม่วัยรุ่นตั้งครรภ์คือ เด็กที่เกิดออกมาสุขภาพก็ไม่สมบูรณ์ เป็นพิการอะไรก็เยอะ เพราะแม่ยังเด็กมาก สำหรับ ตัวแม่เองก็ประสบปัญหาเช่นกัน ส่วนใหญ่ไม่สามารถกลับไปเรียนต่อได้ เพราะ อับอายที่เพื่อนไม่ยอมรับ เมื่อไม่เรียนหนังสือ ก็หางานทำไม่ได้ แถมยังต้องเลี้ยงลูกตามลำพัง ก็กลายเป็นปัญหาลูกโซ่ที่แก้กันไม่รู้จบ
จากที่ได้สัมผัสตลอด 3 เดือนเต็ม รากเหง้าแท้จริงของปัญหาอยู่ตรงไหน
เด็กที่ต้องประสบปัญหาเหล่านี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขาดข้อมูลข่าวสาร ทำให้ไม่รู้จักวิธีป้องกันตัวเอง อีกอย่างหนึ่งก็คือเป็นเด็กที่มาจากครอบครัวไม่อบอุ่น ทำให้ โหยหาความรักความอบอุ่นนอกบ้าน
"พระองค์หญิงศรีรัศมิ์" ทรงชี้แนะแนวทางแก้ไข ปัญหาไว้อย่างไรบ้าง
พระองค์หญิงรับสั่งมาตั้งแต่เริ่มโครงการว่า กุญแจสำคัญที่สุดในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ คือการสร้างเกราะป้องกันให้เด็กๆ ด้วยการมอบความรักความอบอุ่นในครอบครัว ขณะเดียวกัน ก็ควรร่วมมือกันทำงานแบบบูรณาการทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อรณรงค์และประชาสัมพันธ์ให้เยาวชนไทยรู้จักป้องกันตนเองจากการตั้งท้อง ก่อนวัยอันควร โดยปีหน้าจะมีการทำโรดโชว์เดินสายไปตาม 10 จังหวัดพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้ข้อมูลความรู้ที่ถูกต้องในเรื่องนี้ และกระตุ้นเตือนให้เยาวชนไทยตระหนักถึงค่านิยมที่ถูกต้องในการรักนวลสงวนตัว
พระองค์หญิงรับสั่งเน้นว่า อยากให้มีการบูรณาการ ไม่ เฉพาะแต่ภาครัฐเท่านั้น แต่ยังต้องดึงกระทรวงอื่นๆ รวมถึงเอ็นจีโอ และภาคเอกชน เข้ามาระดมสมองเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน มีการจัดตั้งกองทุนเพื่อการรณรงค์ป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่น ภายใต้ความร่วมมือของ ปตท., การไฟฟ้าฝ่ายผลิต, บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต และบริษัทเมืองไทยประกันภัย เพื่อหารายได้ช่วยเหลือเยาวชนไทยที่ประสบปัญหาดังกล่าว สิ่งที่พระองค์หญิงเน้นหนักอีกอย่างก็คือ อยากให้ประชาสัมพันธ์รณรงค์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เพื่อตัดไฟเสียแต่ต้นลม มากกว่าจะเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาโดยตรง ขณะเดียวกัน ก็ทรงเน้นว่าควรเผยแพร่โครงการไปให้ถึงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด พระองค์ หญิงทรงอยากเห็นโครงการนี้เป็นโครงการยั่งยืน ไม่ใช่การประชาสัมพันธ์ประเดี๋ยวประด๋าว
...
ภายใต้โครงการนี้ รูปแบบของกิจกรรมจะออกมาในลักษณะใด
เราเริ่มจากการจัดโรดโชว์อบรมเครือข่ายเยาวชนในกรุงเทพฯเป็นอันดับแรก โดยเอาเด็กจากโรงเรียนต่างๆมาเข้าร่วมโครงการ และคัดเด็กหัวกะทิขึ้นมา 500 คน ทำหน้าที่หัวหน้าเครือข่าย เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้เพื่อนๆในโรงเรียนได้ตระหนักถึงปัญหาการตั้ง ครรภ์ในวัยรุ่น นอกจากนี้ยังมีการจัดเสวนาระดับชาติ เมื่อต้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา โดยเชิญเอ็นจีโอ คุณหมอ และนักวิชาการจากหลายหน่วยงาน มานั่งคุยกันว่าเราควรจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร เป็นการระดมสมองเพื่อหาแนวทางรับมือกับปัญหาดังกล่าว เมื่อวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา ก็มีการเปิดโครงการอย่างเป็นทางการ ที่สยามพารากอน โดยมีเด็กนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการมาร่วมเปิดบูธแสดงไอเดียต่างๆมากมาย เพื่อเสนอแนะแนวทางป้องกันตนเองจากการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เป็นการแบ่งปันไอเดียจากเพื่อนถึงเพื่อน
การหยิบเรื่องเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่นขึ้นมาพูด ถือเป็นของใหม่มากสำหรับสังคมไทย?!
ที่จริงแล้วเรื่องเพศศึกษาก็มีสอนกันอยู่แล้วในโรงเรียน เพียงแต่โครงการนี้จะหยิบเรื่องเพศศึกษาขึ้นมาวางบนโต๊ะ และเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้พูดคุยถึงเรื่องนี้อย่างเปิดอกมากขึ้น ไม่หลบเลี่ยงเหมือนสมัยก่อน ซึ่งต้องอาศัยความกล้าและความจริงใจที่อยากแก้ปัญหาโครงการนี้ ไม่เพียงแต่จะพุ่งเป้าไปที่เด็กวัยรุ่น แต่ยังรณรงค์ให้ผู้ใหญ่ตระหนักว่าปัญหาอย่างนี้ได้เกิดขึ้นแล้วในสังคมไทย และกำลังทวีความรุนแรงขึ้น สำหรับเด็กๆ สิ่งที่อยากรณรงค์ที่สุดก็คือกระตุ้นเตือนให้พวกเขารู้จักป้องกันตนเองมาก ขึ้น มีความตื่นตัว และตระหนักในปัญหาดังกล่าวมากขึ้น โดยเฉพาะผลกระทบร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นตามมา อันเนื่องมาจากการตั้งท้องก่อนวัยอันควร เราเริ่มทำงานกับเด็กตั้งแต่ชั้นประถม 4 รณรงค์ทุกอย่างเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง
...
เท่าที่ได้สัมผัสมา เด็กสมัยนี้รู้เรื่องเพศสัมพันธ์ลึกซึ้งกว่าที่คิดไหมคะ
เด็กสมัยนี้รู้เรื่องเพศศึกษาเร็วกว่าเด็กสมัยก่อน เพียงแต่จะทำยังไงให้พวกเขารู้จักวิธีป้องกันตนเอง ทั้งป้องกันตนเองจากการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร และถ้าจะมีเพศสัมพันธ์จริงๆ ก็ต้องรู้จักป้องกันตนเองด้วย อย่างตอนที่ไปเยี่ยมบ้านเมอร์ซี่ เด็กๆเล่นละครให้ดู ปรากฏว่าตอนจบ เด็กผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ในวัยรุ่นต้องสูญเสียชีวิตไปเลย เพียงแต่พ่อแม่ของเด็กยอมรับได้ และยื่นมือเข้ามาช่วยเลี้ยงลูก โดยที่ไม่ได้สั่งให้ไปทำแท้ง คือเด็กๆเข้าใจถึงปัญหานี้ เด็กไทยรู้ข้อมูลเรื่องนี้บ้างบางส่วน แต่ไม่ตระหนักถึงความร้ายแรงของปัญหา ก็อยากให้ผู้ใหญ่ช่วยกันตอกย้ำถึงความรุนแรงของปัญหาทุกวันๆ เพื่อกระตุ้นเตือนเด็กๆให้ตระหนักถึง ความสำคัญของเรื่องนี้อย่างจริงจัง
ในฐานะที่เป็นคุณแม่และมีลูกสาวด้วย รู้สึกกังวลไหมคะกับสภาพสังคมไทยในปัจจุบัน
ยอมรับว่ากังวลนะคะ ตอนนี้ลูกสาวอายุ 13 ปีแล้ว เรียนอยู่โรงเรียนสาธิตปทุมวัน ภาคอินเตอร์ ทางโรงเรียนก็มีการสอนเรื่องเพศศึกษาบ้างแล้ว แต่ "แป้ง" จะกล้าพูดเรื่องพวกนี้กับลูกตรงๆ และคิดว่าเป็นสิ่งที่พ่อแม่สมัยใหม่ควรจะทำ แทนที่จะปิดหูปิดตาลูกไม่ให้เห็นโลกแห่งความเป็นจริง "แป้ง" จะสอนลูกเสมอว่าเกิดเป็นลูกผู้หญิงต้องรักนวลสงวนตัว "แป้ง" ไม่เคยห้ามลูกทำโน่นทำนี่ อย่างการเล่นอินเตอร์เน็ต ก็ไม่เคยห้าม เพราะรู้ว่าส่วนใหญ่ลูกสาวจะใช้อินเตอร์เน็ตเป็นประโยชน์ทางการศึกษา เป็นการเปิดโลกให้กว้างขึ้น เพียงแต่จะตั้งข้อแม้นิดหนึ่งว่า ลูกจะสามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้ที่ห้องทำงาน ซึ่งอยู่ในสายตาของแม่ แต่จะไม่อนุญาตให้มีคอมพิวเตอร์ในห้องนอนเด็ดขาด ยอมรับว่าโลกสมัยนี้น่ากลัว จิตใจของเด็กยังบริสุทธิ์อยู่เลย บางทีเป็นเรื่องของธรรมชาติ แต่เด็กอาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์ นึกไม่ถึงว่าความพลั้งเผลอชั่วครั้งชั่วคราวจะทำลายชีวิตพวกเขาทั้งชีวิต เราเป็นผู้ใหญ่อาบน้ำร้อนมาก่อน ก็มีหน้าที่ต้องชี้แนะสิ่งที่ถูกต้องให้ลูกหลานของพวกเรา.
...