เบาหวาน ... โรคร้ายที่ไม่เบาเหมือนชื่อ เป็นอีกโรคยอดฮิตของคนในปัจจุบัน ผู้ป่วยแต่ละคนเมื่อต้องเผชิญหน้ากับโรคเบาหวานต่างก็ต้องปฏิวัติการกินในชีวิตประจำวันกันยกใหญ่ เพราะต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ

นพ.ธวัชชัย ภาสุรกุล อายุรแพทย์โรคเบาหวาน ไทรอยด์และต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า ระดับน้ำตาลในเลือดของคนปกติจะอยู่ที่ 70-99 มล./ดล.หากเกินกว่านี้จะถือว่ามีความเสี่ยง แต่ถ้าใครมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกิน 126 มล./ดล. แล้วล่ะก็ คุณก็จะกลายเป็นสมาชิกของโรคเบาหวานทันที  มีผู้ป่วยเบาหวานหลายท่านที่รู้หน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งแพทย์ตลอดการรักษา แต่ในผู้ป่วยบางรายกลับหลังจากระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอยู่ในเกณฑ์ปกติแล้วจึงไม่ควบคุมอาหารต่อเนื่อง คิดว่าตนเองหายจากโรคเบาหวานแล้ว ต่อไปนี้เป็นกรณีศึกษาของผู้ป่วยสองรายที่น่าสนใจ


นายบุญหวาน อายุ 56 ปี ตรวจน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารได้ 133 มก./ดล. เป็นโรคเบาหวาน แพทย์ให้คุมอาหาร งดของหวาน  อีก 3 เดือนไปตรวจน้ำตาลในเลือดซ้ำ ได้ 126 มก./ดล. แพทย์ให้คุมอาหารต่อ จากนั้นไปตรวจอีก 3 ครั้งทุก 3 เดือน ได้ค่า 108, 122, และ 102 มก./ดล. ตามลำดับ  นายบุญหวานก็ดีใจและคิดว่าตัวเองหายจากเบาหวานแล้ว แต่ยังสงสัยคาใจว่าตนเองเป็นเบาหวานจริงหรือเปล่า

นายรักตน อายุ 61 ปี เป็นเบาหวานมา 5 ปี รับประทานยาและติดตามการรักษา มาพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง น้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารอยู่ระหว่าง 95-120 มก./ดล. นายรักตนภาคภูมิใจที่ตนเองปฏิบัติตัวในการรักษาได้ดีแต่คำถามมีอยู่ว่า นายบุญหวานเป็นเบาหวานจริงหรือไม่ ? และนายรักตนรักษาจนเบาหวานอยู่ในเกณฑ์ที่ดีจริงหรือ ?มีอะไรที่สามารถพิสูจน์เพื่อตอบความรู้สึกทั้งของนายบุญหวานและนายรักตนได้บ้าง อะไรคือคำตอบ หรือต้องปล่อยให้กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์    

แต่นายบุญหวานจะรู้สึกอย่างไรหากทุกวันตนเองได้ควบคุมอาหารและไม่ได้รับประทานของหวานแต่หลังรับประทานอาหาร ระดับน้ำตาลในเลือดสูงถึง 230 มก./ดล. และนายรักตนควบคุมอาหารและรับประทานยาตามแพทย์สั่งแต่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกือบ 300 มก./ดล. นี่คือความจริงที่แฝงอยู่ในความเป็นไปได้  เพราะฉะนั้น คำตอบคือ น้ำตาลในเลือดหลังอาหาร (post-prandial glucose) ช่วยวินิจฉัยเบาหวานได้เร็วกว่าน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหาร

โดยทั่วไปแล้วเกณฑ์การวินิจฉัยเบาหวาน มีดังนี้

1.    น้ำตาลในเลือดขณะอดอาหาร 8 ชั่วโมงขึ้นไป มากกว่าหรือเท่ากับ 126 มก./ดล.

2.    น้ำตาลในเลือด ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง (ไม่ได้อดอาหาร) มากกว่า 200 มก./ดล. และมีอาการของเบาหวานร่วมด้วย

3.    ทดสอบความทนต่อน้ำตาล (กลูโคส) ด้วยการดื่มกลูโคส 75 กรัม ถึงแม้น้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารไม่ถึง 126 มก/ดล ถ้าน้ำตาลในเลือด 2 ชั่วโมงหลังดื่มกลูโคส มากกว่า 200 มก./ดล. ก็เป็นเบาหวาน ถ้าอยู่ระหว่าง 140-199 มก./ดล. อยู่ในภาวะบกพร่องต่อความทนน้ำตาล (impaired glucose tolerance – IGT) ซึ่งยังไม่ถือว่าเป็นเบาหวาน และถ้าต่ำกว่า 140 มก./ดล. ถือว่าการทดสอบความทนต่อน้ำตาลได้ผลปกติ

นายบุญหวานตรวจน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารครั้งแรกได้ 133 มก./ดล. วินิจฉัยว่าเป็นเบาหวาน เมื่อควบคุมอาหารน้ำตาลในเลือดลดเหลือ 102 มก./ดล.  แต่ถ้าต้องการจะรู้สภาวะเบาหวานต้องตรวจน้ำตาลในเลือดหลังอาหารด้วย หรือทดสอบความทนต่อน้ำตาลด้วยการดื่มกลูโคส 75 กรัม (oral glucose tolerance test) ถ้าน้ำตาลในเลือด 2 ชั่วโมงหลังจากดื่มกลูโคส 75 กรัมได้มากกว่า 200 มก./ดล.  แสดงว่านายบุญหวานยังเป็นเบาหวานอยู่ แต่ดีขึ้น ถ้าน้ำตาลในเลือด 2 ชั่วโมงอยู่ระหว่าง 140-199 มก./ดล. แสดงว่านายบุญหวานรักษาตนเองดีขึ้นจนอยู่ในภาวะบกพร่องความทนต่อน้ำตาล (impaired glucose tolerance) ซึ่งไม่ได้สูงเท่าเกณฑ์เป็นเบาหวาน ที่ดีที่สุดคือถ้าน้ำตาลในเลือด 2 ชั่วโมงต่ำกว่า 140 มก./ดล. แสดงว่านายบุญหวานรักษา(ด้วยการคุมอาหาร) จนการเผาผลาญน้ำตาลกลับสู่ปกติ  แต่ไม่ควรถือว่าเบาหวานหาย ต้องควบคุมตลอดไป

น้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารของนายรักตนอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องการแล้ว แต่ก็ควรตรวจน้ำตาลในเลือดหลังอาหารด้วย ถ้าน้ำตาลในเลือดหลังอาหารได้เกือบ 300 มก./ดล. เหมือนที่ยกตัวอย่าง เบาหวานของนายรักตนยังรักษาได้ไม่ดี และนายรักตนมีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนเมื่อโรคเป็นนานขึ้น  เป้าหมายของน้ำตาลในเลือดหลังอาหารในผู้ที่เป็นเบาหวานไม่ควรเกิน 180 มก./ดล. ให้ดีที่สุดไม่ควรเกิน 140 มก./ดล. (เหมือนคนปกติ)

ดังนั้น น้ำตาลในเลือดหลังอาหารจึงสามารถบ่งชี้ผลการรักษาเบาหวานได้ดีกว่าน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารแต่ผู้ป่วยโรคเบาหวานส่วนใหญ่จะมาตรวจตอนเช้าและอดอาหารมาเจาะเลือด แต่ความจริงท่านสามารถมาตรวจเบาหวานในตอนเย็นได้ โดยตรวจน้ำตาลในเลือดก่อนอาหารเย็น ซึ่งถือเป็นน้ำตาลในเลือดหลังอาหารระยะท้าย (late post-prandial) และจะสัมพันธ์กับระดับของค่าน้ำตาลเฉลี่ย (HbA1c)ได้ดีกว่าน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหาร จึงสามารถประเมินผลการรักษาเบาหวานได้ดี ทำให้ไม่ต้องทรมานต่อการอดอาหารเพื่อมาเจาะเลือดตอนเช้าอีกต่อไป นพ.ธวัชชัยกล่าว

...

ศูนย์เบาหวานไทรอยด์และต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลเวชธานี 
www.vejthani.com