เรื่องราวความรักของพระราชวงศ์อังกฤษ หยิบมาเล่ากี่ครั้งกี่หน ก็ยังมีเสน่ห์ชวนติดตาม ยิ่งในบรรยากาศอึมครึมแบบนี้ด้วยแล้ว เศรษฐกิจก็ตกสะเก็ด และยังมีกระแสต่อต้านราชวงศ์กระพือออกมาเป็นระยะๆ การประกาศหมั้นอย่างเป็นทางการของ “เจ้าชายวิลเลียม” กับแฟนสามัญชน “เคท มิดเดิลตัน” จึงถือเป็นของขวัญส่งท้ายปีเก่า ที่สร้างความสุข และจุดประกายความหวังให้คนอังกฤษทั้งประเทศ
ในขณะที่ “เจ้าชายวิลเลียม” ทรงใช้เวลารอคอยนานถึง 8 ปีเต็ม เพื่อค้นหาหัวใจของตัวเอง จนมั่นพระทัยพอจะคุกเข่าขอแฟนสาวแต่งงาน ย้อนกลับไปในสมัยของ “พระเจ้าจอร์จ ที่ 6” พระราชบิดาของสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ ซึ่งมีพระราชศักดิ์เป็นพระมาตามหัยกา (ปู่ทวด) ของ “เจ้าชายวิลเลียม” ก็ทรงสร้างตำนานตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกไว้อย่างลือลั่น
โดยขณะดำรงพระยศเป็น “เจ้าชายอัลเบิร์ต” พระชนม์ย่าง 25 ชันษา ทรงได้รับการแนะนำให้รู้จักกับ “เลดี้เอลิซาเบธ โบว์ส ลีออน” ในงานเลี้ยงเต้นรำงานหนึ่ง ซึ่งจัดขึ้นอย่างหรูหรา ที่โรงแรมริทซ์ โฮเต็ล ใจกลาง กรุงลอนดอน เมื่อเดือน ก.ค. 1920 และเพียงแวบแรกที่ได้เห็นหน้า...พระองค์ก็ทรงหลงรักเลดี้ผู้งดงามเข้าอย่างเต็มเปา กระนั้น ฝ่าย “เลดี้เอลิซาเบธ” กลับไม่กระตือรือร้นที่จะรับรักแต่อย่างใด เพียงเล่าให้เพื่อนสนิทฟังว่า เจ้าชายก็ดูใช้ได้
...
หลังจากนั้นในช่วงฤดูร้อน เจ้าชายหนุ่มเริ่มทนเสียงเรียกร้องของหัวใจไม่ไหว จึงตัดสินพระทัย เสด็จไปเยี่ยม “เลดี้เอลิซาเบธ” ถึงที่บ้านฝ่ายหญิง โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าสักคำ แทนที่จะดี๊ด๊าดีใจ ว่ากันว่า เลดี้ผู้ถูกหมายปองกลับบันทึกลงไดอารี่ว่า ช็อกไปเลย!! “เจ้าชายอัลเบิร์ต” มาหาเราที่บ้านเมื่อวันเสาร์นับวัน “เจ้าชายอัลเบิร์ต” จะยิ่งหลงรัก “เลดี้เอลิซาเบธ” เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเจ้าชายลงทุนคุกเข่าขอสตรีผู้เป็นที่รักเสกสมรสด้วยถึง 3 ครั้ง 3 ครา ภายในเวลา 3 ปี แต่ก็ถูกปฏิเสธอย่างไม่ไยดีทุกหน สร้างความไม่พอใจให้พระราชบิดา “พระเจ้าจอร์จ ที่ 5” และพระราชมารดา “สมเด็จพระราชินีแมรี่” เป็นอย่างมาก กับท่าทีเมินเฉยไม่ให้เกียรติกัน
อย่างไรก็ดี เพราะถือคติว่า ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก ในที่สุด เมื่อวันที่ 14 ม.ค.1923 “เลดี้เอลิซาเบธ” ก็ยอมใจอ่อนรับปากเสกสมรสกับเจ้าชายผู้สูงศักดิ์ หลังทนลูกตื๊อของเจ้าชายไม่ไหว เพราะตามง้อตามขอแต่งงานอย่างต่อเนื่อง กระทั่งถึงดึกดื่นมืดค่ำ เบื้องลึกระบุว่า สาเหตุที่เลดี้ลังเลใจไม่รับปากสักที ก็เป็นเพราะมีหนุ่มๆมารุมขายขนมจีบหลายคน โดยรายที่มีภาษีดีกว่าเพื่อนคือ “เจมส์ สจ๊วต” ซึ่งเพียรเฝ้าอยู่เช่นกัน โชคดีที่คู่แข่งคนสำคัญของเจ้าชายถูกเรียกตัวไปทำงานที่อเมริกา ทำให้หนทางสะดวกโยธินขึ้น
เมื่อมาถึงยุคของ สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 พระประมุของค์ปัจจุบันของสหราชอาณาจักร ซึ่งมีพระราชศักดิ์เป็นพระอัยยิกาของ “เจ้าชายวิลเลียม” ก็มีเรื่องราวให้เล่าขานมากมายไม่แพ้กัน พระองค์ต้องร้องเพลงรออยู่นานหลายปีกว่าจะได้เสกสมรสกับชายหนุ่มผู้เป็นที่รัก โดยเหตุผลหลักเป็นเพราะยังทรงเด็กเกินไป ขณะนั้นทรงมีพระชนม์เพียง 13 ชันษาเท่านั้น ตอนที่ได้พบกับพระญาติห่างๆ “ร้อยเอกฟิลิป เมาท์แบตเทน” เจ้าชายแห่งกรีซและเดนมาร์ก ระหว่างเสด็จเยือนวิทยาลัยกองทัพเรือดาร์ทมาธ เมื่อปี 1939 มีการบันทึกไว้ว่า “เจ้าหญิงเอลิซาเบธ” ทรงเขินอายจนแก้มแดงเป็นลูกตำลึง เพราะทรงตกหลุมรักเจ้าชายรูปงามตาสีฟ้าผมสีทองตั้งแต่แรกพบ
เรื่องราวความรักระหว่างพระญาติทั้ง 2 พระองค์ ถูกเก็บงำไว้เป็นความลับยาวนานถึง 7 ปีเต็ม กว่าที่สาธารณชนจะล่วงรู้ความจริง กระนั้น ก็เป็นที่ทราบกันในหมู่พระบรมวงศานุวงศ์ใกล้ชิด โดย “เจ้าหญิง นิโคลัสแห่งกรีซ” ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าของ “เจ้าชายฟิลิป” เคยแซวหลานชายว่า “ฟิลิป” เตรียมจะเป็นพระสวามี ของควีนแห่งสหราชอาณาจักร ก็เพราะเหตุนี้จึงเลือกรับใช้กองทัพเรืออังกฤษตั้งแต่ต้น
ในที่สุด เวลาที่รอคอยก็มาถึง เมื่อ “เจ้าหญิงเอลิซาเบธ” เจริญชันษาครบ 20 ชันษาเต็ม งานอภิเษกสมรสถูกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 20 พ.ย.1947 ท่ามกลางการถกเถียงอย่างหนักถึงคุณสมบัติที่ไม่เข้าตาของ “ร้อยเอกฟิลิป” โดยหลายกระแสติงว่าฝ่ายชายฐานะการเงินไม่ดีเท่าที่ควร, เป็นคนต่างชาติต่างภาษา และยังมีพี่เขยเป็นเชื้อพระวงศ์เยอรมัน ซึ่งสนิทสนมพัวพันกับพวกนาซี
ขณะที่สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ “ควีนมัม” คัดค้านการอภิเษกสมรสครั้งนี้มาตั้งแต่ต้น ถึงขนาดเรียกลูกเขยลับหลังว่า “ทหารเยอรมัน” กระนั้น ภายหลังเริ่มเห็นความดีของลูกเขยมากขึ้นเรื่อยๆ จึงเปลี่ยนใจ มายกย่อง “เจ้าชายฟิลิป” ว่าเป็นสุภาพบุรุษอังกฤษทุกกระเบียดนิ้วมีการบันทึกไว้ว่า ในวันอภิเษกสมรส เกิดเรื่องราววุ่นวายให้ได้เล่าขานไม่รู้จบ นอกจากเจ้าสาวจะต้องใช้คูปองซื้อวัสดุต่างๆเพื่อมาตัดเย็บชุดวิวาห์ เพราะอังกฤษยังไม่ฟื้นตัวจากผลกระทบของสงครามโลก “เจ้าหญิงเอลิซาเบธ” ยังต้องใจหายใจคว่ำ เมื่อจู่ๆเทียร่าที่เตรียมไว้ใช้วันงานเกิดชำรุด และต้องส่งซ่อมแซมกะทันหัน ขณะที่สร้อยมุก ซึ่งได้รับเป็นของขวัญพระราชทานจากพระราชบิดาและพระราชมารดา กลับ อันตรธานหายไปอย่างลึกลับ เช่นเดียวกับช่อบูเกต์ดอกไม้เจ้าสาว ที่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ จนตอนหลังพบว่าซุกอยู่ในห้องเก็บของ
...
เมื่อเจาะลึกดูตำนานความรักของ เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารอังกฤษ พระราชโอรสองค์โตของสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ก็ดราม่าไม่น้อย พระองค์ทรงเลือกอภิเษกสมรสกับ “เลดี้ไดอานา สเปนเซอร์” สุภาพสตรีผู้สูงศักดิ์จากตระกูลขุนนางเก่าของอังกฤษ เพราะเชื่อตามคำชี้แนะของพระญาติสนิทข้างพ่อที่เคารพนับถือที่สุด คือ “เอิร์ลแห่งเมาท์แบตเทน” โดยพระองค์ได้รับการปลูกฝังมาตลอดว่า ถ้าจะมีพระชายาสักคน ก็ควรเลือกผู้หญิงไม่มีประวัติด่างพร้อย จะได้ไม่ต้องถูกขุดคุ้ยให้ขายหน้าในภายหลัง
ครั้งแรกที่ “เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์” พบกับ “เลดี้ไดอานา สเปนเซอร์” ในปี 1977 พระองค์ไม่ได้รู้สึกต้องพระทัยในตัวสาวน้อยผู้นี้แต่อย่างใด จนเวลาผ่านไปราว 3 ปี เมื่อมาเจอกันอีกครั้งในงานปาร์ตี้บาร์บีคิวที่บ้านเพื่อน เจ้าชายผู้สูงศักดิ์กำลังจมอยู่ในความเศร้า เพราะเพิ่งสูญเสียญาติผู้ใหญ่ “เอิร์ลแห่งเมาท์แบตเทน” เมื่อ “ไดอานา” เข้าไปพูดคุยปลอบโยนอย่างอบอุ่น จากที่ไม่เคยปรายตามองแม้แต่นิดเดียว...ภายหลัง “เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์” ยอมรับว่าเริ่มใคร่ครวญดูใหม่ว่า สาวน้อยคนนี้อาจจะเหมาะเป็นพระชายาของพระองค์
แม้จะยังไม่ตกหลุมรัก “เลดี้ไดอานา” เพราะฝังใจอยู่กับรักครั้งแรกที่ต้องพลัดพรากสมัยหนุ่มๆ แต่ “เจ้าฟ้าชาย ชาร์ลส์” ก็ทรงเปิดพระทัย เล่าให้พระสหายสนิทฟังว่า “ไดอานา” เป็นผู้หญิงจิตใจงดงาม และเป็นคนน่ารักน่าใคร่ พระองค์มั่นใจว่าจะต้องตกหลุมรักสาวน้อยผู้นี้ได้แน่นอน หลังจากออกเดตกันอยู่พักใหญ่ ในที่สุดมกุฎราชกุมารอังกฤษ ก็ทรงขอ “เลดี้ ไดอานา” อภิเษกสมรสเมื่อเดือน ก.พ.1981 ตามคำแนะนำของพระราชบิดา “เจ้าชายฟิลิป” ซึ่งไม่อยากให้ปล่อยคาราคาซังนานเกินไป เนื่องจากเกรงว่าจะสร้างความเสื่อมเสียให้ฝ่ายหญิง พระราชพิธีอภิเษกสมรสยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งศตวรรษ ถูกจัดขึ้นภายในมหาวิหารเซนต์ ปอล กลางกรุงลอนดอน ท่ามกลางความยินดีของแขกเหรื่อกว่า 3,500 คน มีการถ่ายทอดสดให้ได้ชื่นชมไปทั่วโลก
...
มาถึงวันนี้ ภาพสุดประทับใจที่ “เจ้าชายวิลเลียม” พระโอรสองค์โตของ “เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์” ทรงประกาศหมั้นแฟนสาวสามัญชน “เคท มิดเดิลตัน” ซึ่งคบหากันมานานถึง 8 ปี เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (16 พ.ย.) คงทำให้หลายๆคนนึกย้อนไปถึงภาพประวัติศาสตร์ที่จารึกในความทรงจำของชาวโลก เมื่อ 29 ปีก่อน ตอนที่ “เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์” ทรงประกาศหมั้น “เลดี้ไดอานา สเปนเซอร์”
...
ไม่เพียงแต่จะรำลึกถึงเนื่องจาก “เจ้าชายวิลเลียม” ทรงเลือกใช้แหวนหมั้นไพลินล้อมเพชรของ “เจ้าหญิงไดอานา” เพื่อหมั้นหมายสตรีผู้เป็นที่รักยิ่ง เพราะอยากให้พระมารดาทรงรับรู้และตื่นเต้นไปด้วย ทว่า “เคท มิดเดิลตัน” ยังเตรียมการมาอย่างดีไร้ที่ติ เพื่อให้พร้อมเปิดตัวเป็นเจ้าหญิงยุคใหม่แห่งวินด์เซอร์ โดยหนึ่งในเคล็ดลับสำคัญคือ การก๊อบปี้เสื้อผ้าหน้าผม รวมถึงท่วงท่ากิริยาของแม่สามีผู้ล่วงลับ เพื่อรับประกันถึงความสำเร็จ...ก็ได้แต่หวังและลุ้นไปกับ “เคท” ว่าเธอจะเข้มแข็งกว่า “เจ้าหญิงไดอานา” และอดทนจนได้เป็นควีนในอนาคต อย่างที่เหล่าเกจิราชวงศ์ยุโรปฟันธงไว้!!