ร้อนระอุอีกครั้งตั้งแต่การเลือกตั้งพม่าได้เปิดฉากขึ้น การเข่นฆ่า เพื่ออำนาจยังคงมีอยู่ไม่จบสิ้น ความเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย ที่ต้องการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยจากผู้หญิงคนหนึ่งอย่าง "อองซาน ซูจี" จึงเกิดขึ้นคู่ขนานกันมาตลอด เกือบ 20 ปีแล้ว
ที่น่าสนใจก็คือทุกวันนี้ เธอก็ยังคงอยู่ที่ประเทศบ้านเกิดเมืองนอน เพื่อเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างสงบ แม้ว่าจะอยู่ภายใต้อำนาจของผู้นำประเทศ ที่ยังคงกักบริเวณไว้ในบ้านพัก ไม่ต่างจากการจองจำผู้ร้าย ต้องโทษรุนแรงในคุก แต่ในที่สุดวันนี้อิสรภาพของซูจีก็มาถึง เมื่อครบกำหนดการปล่อยตัว ซึ่งทางแหล่งข่าวได้รายงานว่า อองซาน ซูจีได้รับการอนุมัติปล่อยตัวก่อน 1 วันเมื่อวานนี้ เวลา 17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของพม่า
วันนี้ของอองซาน ซูจี เธอยังคงเป็นผู้หญิงกล้า แกร่ง ที่ทั่วโลกยอมรับ ถึงความมุ่งมั่นในการต่อสู้เพื่อประชาชนชาวพม่า ซึ่งบทบาทนี้ทำให้เธอต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว ที่เหลือไว้เพียงอดีตอันน่าจดจำ
เมื่อครั้งแรกพบกับสามี การบรรเลงบทกวีรัก และการได้นั่งทานสตรอเบอร์รี่หลังมื้ออาหารร่วมกันระหว่างทั้งสอง คือความทรงจำของซูจีที่ไม่มีวันลืม แม้ว่าวันนี้เธอจะไม่ยอมทานสตรอเบอร์รี่อีกเลยหลังจากที่สามีของเธอได้จากไป แต่ก็เป็นเรื่องราวที่หล่อเลี้ยงหัวใจในยามรู้สึกว้าเหว่ในบ้านของตัวเอง
...
อองซาน ซูจี แม้จะเป็นผู้หญิง แต่เธอก็แสดงให้เห็นว่า ความอ่อนแอของร่างกาย นั้นไม่ได้เป็นอุปสรรคที่จะทำให้ความตั้งใจในสิ่งที่คิดนั้นหยุดชะงักได้ เธอจึงเป็นแรงบันดาลใจสำหรับผู้หญิงบนโลกนี้ ที่ต้องการลุกขึ้นมาปกป้องตัวเอง หลายความรู้สึกของผู้หญิงจากหลายวงการที่ 'ไทยรัฐออนไลน์' ได้พูดคุยในวันนี้ ก็เป็นอีกเสียง ของการแสดงความคิดเห็นที่ผู้หญิงเก่ง ในเมืองไทยมีต่อผู้หญิงแกร่งของโลกด้วยกัน
เธอคือต้นฉบับนักต่อสู้อหิงสาที่ยังมีลมหายใจ..
จิระนันท์ พิตรปรีชา ผู้หญิงแห่งตำนาน 14 ต.ค กับการต่อสู้เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยของประเทศไทย หรือที่ใครๆ เรียกว่าอองซานเมืองไทย เล่าว่าครั้งหนึ่งเคยไปเป็นช่างภาพ และมีโอกาสเข้าไปเยี่ยมอองซาน ซูจีในบ้านพักที่ถูกกักขัง ซึ่งผู้หญิงคนนี้ยังมีใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ไม่แสดงถึงความอ่อนแอเลยแม้แต่น้อย
"เมื่อปี2537 พีไปเป็นช่างภาพ และได้เข้าไปเยี่ยมนั่งคุยกัน เขาบอกว่าพี่หน้าเหมือนเขา (หัวเราะ) ตอนเจอรู้สึกดีนะ อองซาน ซูจีไม่ได้เป็นผู้นำที่มีรัศมีอำนาจเลย แต่เวลาฟังเธอพูดต้องตั้งใจฟังดีๆเลยล่ะ พี่รู้สึกว่าเขาเป็นคนอารมณ์ดี และเป็นผู้หญิงที่ฉลาด ท่ามกลางความดุเดือดของบ้านเมือง เป็นผู้หญิงที่มีความเข้มแข็งแต่ไม่แข็งกร้าว อองซาน ซูจีเหมือนเป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้แบบสันติวิธี แต่มีความเฉียบคม เป็นคนที่มีเสน่ห์เวลาพูด แต่ก็มีมุมอ่อนหวานนะ เขาเป็นคนรักสวยรักงาม เห็นเธอชอบเสียบดอกไม้ปลอมอยู่ตลอด และความเป็นเพศแม่ก็ยังมีอยู่นะ เพราะดูเป็นคนละเอียดอ่อน แต่ก็มีความเข็มแข็งอยู่ด้วย"
ต้นธารแฟชั่นซูจี "Less is More"
ในมุมของผู้หญิงยุคใหม่อย่างยุ้ย - ลีลาวรรณ โสมคำ ดีไซเนอร์สาว ซึ่งบอกว่าแม้ว่าการเมืองกับเรื่องแฟชั่นที่เธอทำอาจดูเป็นคนละเรื่อง แต่สำหรับอองซาน ซูจีแล้ว ถือว่าเป็นผู้ที่สร้างแรงบันดาลใจ หลายๆ อย่างให้กับผู้หญิงยุคใหม่ที่มั่นใจตัวเอง
"ซูจี เป็นผู้หญิงที่ให้แรงบันดาลใจกับผู้หญิงทั่วโลก ที่อยากต่อสู้เพื่อสิทธิให้กับส่วนรวม และกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง ผู้หญิงอย่างอองซาน ซูจี เป็นคนที่เข้มแข็งมาก เพราะต่อสู้มายาวนาน แต่ก็ยังไม่มีใครลืมเธอได้เลย ซึ่งสิ่งที่ซูจีเป็น เหมือนเป็นการสะท้อนความเป็นผู้หญิงที่มีเอกลักษณ์ เป็นต้นแบบของคนที่มั่นใจ ที่สำคัญเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่เสมอๆมันมีพาวเวอร์ในตัวเอง "
...
สัญลักษณ์แห่งการรอคอยของ "ยุคสมัย"
ด้านลีนา จัง หรือลีนา จังจรรยา ทนายชื่อดัง บอกว่าอองซาน ซูจี เปรียบเหมือนตัวแทนประชาชน ที่ทรหดอดทนมาก เพราะคงไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ลุกขึ้นมาสู้ได้ยาวนานขนาดนี้
"เขาเป็นผู้หญิงที่ทรหดมาก และหาได้ยากจริงๆ ที่จะมีใครทำแบบนี้ได้ ผู้หญิงคนนี้ยอมที่จะอดทนรออย่างใจเย็น ต่อสู้เพื่อความถูกต้องโดยไม่ใช้ความรุนแรง ซึ่งถ้าเป็นบ้านเราคงไม่ค่อยมีหรอก ยกเว้นลูกเมียนักการเมืองที่ออกมาเคลื่อนไหวเหมือนช่วงที่ผ่านมา แต่จะตายแทนประชาชนนั้นไม่มีหรอก มีแต่ให้ประชาชนไปตายแทนมากกว่า "
ซูจี ไม่ใช่ของปลอม...
...
ด้านไก่ - มีสุข แจ้งมีสุข พิธีกรรายการผู้หญิงถึงผู้หญิง เป็นอีกคนที่มองว่าอองซาน ซูจี คือหญิงสาวที่มีความมุ่งมั่น ในการทำสิ่งที่ถูกต้อง และไม่ใช่ของปลอม
"ความเป็นนางอองซาน ซูจี ไม่ได้เป็นแค่ชื่อที่คนรู้จักกันทั่วโลก แต่การที่เขาอยู่ได้ขนาดนี้เป็นเพราะเขาเป็นนักต่อสู้ เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย คนแบบนี้เรียกว่า ตัวจริง เพราะเวลาทำอะไรสักอย่างที่มุ่งมั่นมากๆ มันจะถูกพิสูจน์ด้วยเวลากับการกระทำ ไม่ใช่คำพูด และเขาต่อสู้มาตั้งแต่พรรคโดนยุบจนถูกขัง 18 ปี บทบาทของเขาก็ยังชัดเจน เพราะยึดมั่นสิ่งที่คิดมาตลอด ซูจีไม่ใช่ของปลอม และจะไม่มีวันหายไปแน่นอน เพราะเขาเป็นเครื่องหมายของคำว่าเด็ดเดี่ยว มุ่งมั่น ที่ผู้หญิงอย่างเราเองก็ควรเอามาเป็นต้นแบบในการใช้ชีวิตด้วยซ้ำ ความนิ่งสงบ เฉียบคม และ กล้าตัดสินใจทำสิ่งที่ถูกต้องโดยไม่ลังเลแบบนี้ มันเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งลยนะ ที่ทำให้ผู้หญิงมีคุณค่าในตัวเอง ซึ่งผู้ชายที่ไม่ดี ก็จะไม่สามารถเข้ามาในชีวิตได้เลย"
ถึงตอนนี้ผู้หญิงที่ชื่ออองซาน ซูจี ได้สัมผัสกับอิสรภาพอีกครั้ง แต่ภารกิจเพื่อการเรียกร้องประชาธิปไตยที่ซูจี และประชาชนชาวพม่านั้นโหยหามาตลอด ก็ยังไม่มีการเขียนบทอวสานที่แน่นอน การเมืองพม่า กับบทบาทของอองซาน ซูจีคงยังมีการเคลื่อนไหวต่อไป ตราบใดที่เผด็จการยังสร้างความบอบช้ำให้สังคมอยู่