แม้จะยังประทับพักฟื้นพระวรกายอยู่ ณ โรงพยาบาลศิริราช แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ยังคงทรงงานเพื่อคลายทุกข์ให้กับราษฎรอยู่ตลอดเวลา โดยล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) และกรมชลประทาน ได้ร่วมกันทำพิธีส่งมอบ "โครงการทำนบดินห้วยปลายพร้อมระบบส่งน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ" ให้กับราษฎรบ้านห้วยปลาย อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ โครงการทำนบดินห้วยปลายพร้อมระบบส่งน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ถือเป็น 1 ใน 4,000 โครงการ ที่ช่วยให้ชาวบ้านซึ่งขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค ได้กลับมามีชีวิตที่ดีขึ้นถึง 334 ครัวเรือน โดยเป็นโครงการฯที่ นายนิพนธ์ พัฒน์คง ผู้ใหญ่บ้านไร่ยาวได้ทูลเกล้าฯถวายฎีกาขอพระราชทานความช่วยเหลือ เนื่องจากประสบกับปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภค-บริโภค และทำการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง และทรงรับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันที่ 18 ก.ย.2551 ซึ่งโครงการนี้ได้ดำเนินการก่อสร้างเป็นทำนบดิน สันกว้าง 8 เมตร สูง 10.50 เมตร ยาว 64.60 เมตร พร้อมอาคารประกอบและท่อส่งน้ำความยาว 700 เมตร งบประมาณ 19.80 ล้านบาท
นายปลอบ เพ็งแก้ว ชาวบ้านในพื้นที่ที่เสียสละที่ดินส่วนตัวจำนวน 4 ไร่ ให้กับทางกรมชลประทานในการสร้างทำนบดินห้วยปลาย เปิดใจถึงการมอบพื้นที่ให้โครงการในครั้งนี้ว่า เมื่อก่อนที่ยังไม่มีทำนบ ชาวบ้านที่นี่เดือดร้อนเรื่องแหล่งกักเก็บน้ำมาก แต่พอได้รับพระราชทานโครงการสร้างทำนบดินห้วยปลายฯ และทางกรมชลประทานได้ขอที่ดินส่วนหนึ่งของตนในการสร้างทำนบ ตนยินดียกให้ทันที เพราะคิดว่าอย่างน้อยชีวิตนี้ได้ทดแทนคุณแผ่นดินที่เกิด ได้ทดแทนคุณในหลวง ได้ช่วยชาวบ้าน แค่นี้ก็ภูมิใจที่สุดในชีวิตแล้ว
ด้าน นายจรัล สินทอง เจ้าของสวนปาล์ม ตัวแทนชาวบ้าน อ.ท่าชนะ บอกถึงชีวิตหลังมีโครงการทำนบดินห้วยปลายว่า ชาวบ้านในละแวกนี้สบายขึ้นในเรื่องการใช้น้ำ จากเมื่อก่อนตนต้องดึงน้ำในบ่อซึ่งแทบจะไม่มีน้ำมาใช้ในการเกษตร บางครั้งต้องซื้อน้ำจากรถขายน้ำ แต่พอมีทำนบโครงการของในหลวง ตนก็สามารถไปต่อน้ำมาใช้ในไร่ปาล์มน้ำมันได้เลย ช่วยลดต้นทุนในการซื้อน้ำช่วงหน้าแล้ง ทำให้ ต้นทุนค่าใช้จ่ายน้อยลง มีรายได้เพิ่มขึ้น และสามารถลืมตา อ้าปากกับเขาได้บ้าง.
...