ความเร้นลับของสิ่งที่มองไม่เห็น ถึงคนจะกลัว แต่ก็อยากรู้อยากฟัง รายการผีที่ดังที่สุดในเมืองไทยอย่าง The Shock จึงมีแฟนๆ ตึดหนึบมาเป็นเวลายาวนานเกือบ 20 ปีแล้ว ความเป็น The Shock ในวันนี้ กับเมื่อวันวาน ก็ยังคงเสน่ห์ของรายการบอกต่อเล่าเรื่องผีได้อย่างน่าสยดสยองเหมือนเคย ...
กลายเป็นตำนานแห่งรายการผีที่ยังสานต่อความสะพรึงกลัวได้จนทุกวันนี้ คนบุกเบิกคลื่นผี อย่าง "พี่ป๋อง" กพล ทองพลับ ก็ยังบอกเหมือนเดิมว่า ตัวเองนั้นโคตรกลัวผีมาตั้งแต่เด็ก แต่ก็ชอบฟังคนอื่นเล่าเรื่องผีมาตั้งแต่เด็กเหมือนกัน และความชอบที่สั่งสมมา เลยทำให้ชีวิตของผู้ชายคนนี้ อยู่กับสิ่งเร้นลับมาตลอดเกือบ 20 ปีแล้ว
"พี่ทำงานมา 20 กว่าปี ไม่เคยเบื่อเลยนะ" เจ้าพ่อผีบอก เพราะเวลาพี่จะทำอะไร เริ่มวัดจากความสุขก่อน เรามองว่าตัวเองโชคดีนะที่ได้ทำในสิ่งที่รักหมดเลย พี่ชอบเรื่องผีแต่เด็กๆ ดูละคร ดูหนังผี ดูไปปิดตาไป แต่ก็ชอบฟุตบอลด้วย พอโตขึ้นมาได้ทำหมดเลย ทั้งรายการฟุตบอล รายการผี และพี่เป็นคนชอบคิดอะไรไปเรื่อยๆ มันเลยมีแรงบันดาลใจมาตลอด แฟนๆ รายการที่เขาเจอเรา เขาก็จะเข้ามาบอกว่าชอบรายการ ก็ให้กำลังใจเราตลอด
แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือสิ่งที่เรามองไม่เห็น จะเรียกผีหรือวิญญาณก็ตาม พี่ว่าเขาอยู่ข้างๆ พี่ เขาคงเลือกแล้วว่าเป็นเรา เพราะรายการเราไม่มีพิษภัยอะไร กลับเป็นตัวเบรคให้คนชั่วได้ยั้งคิดด้วยซ้ำ อย่างน้อยได้รู้ว่าบาปชั่วมันมีจริงนะ ผีสางมีจริงนะ ทำอะไรไปมันไม่ดีหรอก ระวังเขาจะทำร้ายคืนนะ พี่ว่าสำคัญนะ ไม่งั้นพี่ว่าคนมันก็คิดร้ายฆ่ากันโดยไม่กลัวเลย
ทำงานกับผีมานานขนาดนี้ และแถมเป็นคนกลัวผีระดับสุดยอดมากด้วย หลายคนคงคิดว่า เดอะป๋อง ต้องมีพระ, เครื่องรางของขลังสารพัดศาสนาเก็บไว้ยามออกศึกภาคสนามมากมาย แต่ผิดคาด เขาบอกว่าไม่เคยพกสิ่งเหล่านี้ติดตัวเลยแม้แต่ชิ้นเดียว
...
ป๋อง - กพล ทองพลับ เจ้าของรายการ The Shock FM
"พี่ไม่เคยพกเครื่องรางของขลัง หรือพระติดตัวเลยครับ พี่เป็นคนไม่ยึดติดกับเรื่องนี้ เพราะพี่เชื่อว่าทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี มันอยู่ที่ว่าเราจะหยิบมุมไหนของศาสนามาใช้กับตัวเราเท่านั้นเอง พี่ไหว้ได้หมด แต่ไม่สวดมนต์ ไม่กล้าสวด กลัวผีครับเวลาออกไปตามบ้านร้างพี่จะพูดตรงๆ มากกว่า อธิษฐานในใจว่า พี่มาทำงาน ช่วยคุ้มครองเราด้วย ขอให้บุญบารมีพ่อแม่ช่วยปกป้องเรา แต่มีคนให้พี่เยอะนะ พี่ก็ให้คนใกล้ตัวบ้าง แฟนรายการบ้าง ทีมงานก็ไม่มีนะ ไม่เคยเห็นมันพกกันเลย"
ผู้ชายคนนี้ถือว่าเป็นคนที่ทำงานด้วยหัวใจล้วนๆ ชั่ว ถี่ ดี ห่าง ถึงว่า จะกล้าๆ กลัวๆ แต่พื้นฐานที่มาจากความรักที่จะทำงาน รายการ The Shock เลยเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว ทุกวันนี้ นอกจากมีรายการวิทยุแล้ว ก็ยังมีรายการออกอาการทางโทรทัศน์ ซึ่งก็คงคอนเซ็ปต์ในการนำเสนอเรื่องราวสยองขวัญตามยี่ห้อ "เดอะป๋อง-กพล"
"คนส่วนใหญ่จะมองว่าหากินกับผี จะเรียกกันไปเถอะ พี่คิดว่าพี่ทำงานด้วยความรักที่อยากจะทำมากกว่า ตอนนี้นอกจากมีรายการ The Shock ที่ออกทางวิทยุแล้ว ก็มีรายการทางเคเบิลทีวี ช่อง Live TV และ Shock Station ด้วย ก็ยังจะคงรูปแบบรายการที่เป็นเรื่องเล่า เป็นแกนหลักเหมือนเดิม แต่สิ่งที่แตกออกมา คงเป็นลูกเล่น วิธีการมากกว่า ดัดแปลงให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น ไม่แน่อาจมีดีเจผู้หญิงเข้ามาเป็นดีเจอีกครั้งก็ได้ แต่ยังไงก็ต้องคงความเป็น Shock อยู่นะ"
บุกเบิก The Shock มาตั้งแต่แรก และยังคงทำงานเพื่อให้สาวกคนชอบเล่า และฟังเรื่องผี ได้เห็นอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ ตอนนี้นอกจากเดอะป๋องแล้ว เลยมีทีมงาน ซึ่งเขาเห็นแวว ว่าสามารถสวมวิญญาณดีเจ The Shock ได้ เขาพูดถึงน้องๆ ทีมงาน ว่า
"เวลาพวกเราทำงานกัน พี่เป็นคนจริงจังนะ เพราะอยากให้งานออกมาดี และนิสัยของพี่เป็นคนพูดจาโวยวายด้วย บางทีก็ทะลึ่ง (หัวเราะ) ทีมงานของ The Shock เลยไม่มีผู้หญิง เพราะเกิดพี่พูดแรง ด่าแรง สงสารเขา เลยมีแต่ผู้ชายทั้งนั้น แต่สมัยก่อนก็เคยมีดีเจผู้หญิงนะชื่อ "ติ๊ก ตองเหลือง"
ทีมงานตอนนี้ที่เป็นทีมประจำเลยก็มีตัวป๋องเอง ,โก้พลิ้ว ณ ราชบุรี, แจ็ค สายสิญจน์, ขวัญ น้ำมันพราย, บี่บี๋, เก่ง ประผี, แว่น และก็มีน้องๆ ที่มาช่วยโดยที่เขาไม่เอาเงิน "เวลาพี่รับคนเข้าทำงานพี่ไม่ได้วัดจากวุฒิการศึกษาเป็นหลักเลยนะ เราดูจากความสามารถของเขา และความถูกชะตามากกว่า ส่วนใหญ่ก็เป็นคนที่คุ้นเคยกัน ถ้ามาแบบฉาบฉวยพี่คงไม่อินเท่าไหร่อ่ะ
ที่สำคัญเราคิดกับตัวเองเสมอว่า จะทำอะไรเราจะไม่เอาเงินเป็นตัวตั้ง แต่เอาความสุขก่อน ซึ่งถ้าใครมาสมัครงานท่ีนี่ ถ้าพูดเรื่องเงินก่อน แต่อีกคนมาด้วยความรู้สึกสนุกที่อยากจะทำ ก็จะดูออกอ่ะ และต้องกลัวผีนะ ถ้าไม่กลัวผี เวลาแฟนรายการโทรมาเล่าจะได้มีอารมณ์ร่วมด้วย
"ส่วนเรื่องฉายาพอดีอยากให้เข้ากับรายการเลยช่วยๆ กันตั้ง อย่างแจ็ค เราตั้งเอง ส่วน ขวัญ น้ำมันพราย พี่โก้พลิ้ว ณ ราชบุรี เป็นคนตั้ง แต่เราไม่มีนะ คนอื่นจะตั้งกันเองมากกว่าว่าเป็นเจ้าพ่อผี ซาตานน้อย แต่เราก็ไม่ใช่เจ้าพ่อไรแบบนั้นอ่ะ (หัวเราะ)"
ผี วิญญาณ หรือสิ่งเร้นลับ คือโลโก้ประจำตัวของผู้ชายที่ชื่อ ป๋อง-กพล ทองพลับ ที่ต้องใช้เวลาอยู่ด้วยกันตั้งแต่ค่ำมืด ถึงใกล้รุ่ง ที่ต้องทำงาน พอฟ้าสางเป็นต้นไปคือการได้นอนหลับพักผ่อน เพื่อเตรียมตัวออกไปล่าเรื่องผี 24 ชั่วโมงในแต่ละวันของเขา เลยแทบไม่มีเวลาได้ดูแลตัวเองมากเท่าที่ควร
"จริงๆ แทบไม่ได้ออกกำลังกายหรอก จะมีก็ที่เตะฟุตบอลกันบ้างนี่แหละ ส่วนงานอดิเรกอย่างอื่นก็มี ชอบสะสมตุ๊กตาซุปเปอร์ฮีโร่ อ่านหนังสือ ฟังเพลง แต่ถ้ามีเวลามากหน่อยก็ไปดูหนัง แต่ก่อนพี่ดูหนังผีเยอะ ที่ชอบๆ ก็เรื่องแม่นากพระโขนง ยุคอาสมบัติ เล่นคู่กับคุณปรียา รุ่งเรือง ชัตเตอร์ฯ ก็ชอบ เป็นชู้กับผีด้วย แต่ที่เป็นหนังฝรั่งก็ต้องเรื่อง The Exorcist กับ Evil Death เป็นหนังเก่าแล้ว"
ถามว่าเมื่อไหร่เกษียณ คิดเอาไว้ว่า อายุ 50 ปีเมื่อไหร่ ก็คงได้เวลา คงจัดรายการเดือนละครั้งให้ตัวเองหายคิดถึง และทำงานนิดๆ หน่อยๆ พอ เพราะน้องๆ ทีมงานก็อยู่ เวลาที่เหลืออยากไปเที่ยวในที่ยังไม่เคยไป และไปดูบอลต่างประเทศที่สนามบ้าง
กพลน้อย จากจับกัง สู่ นักเล่าเรื่องผี
...
รุ่นใหญ่ที่บุกเบิก The Shock บอกเล่าเรื่องราวการทำงานไปแล้ว ลองมาคุยกับทีมงาน The Shock ที่มีบทบาทสำคัญ วัชรพล ฝึกใจดี หรือ แจ็ค สายสิญจน์ หรือที่ใครๆ เรียกว่า "ป๋องน้อย" เพราะจากเสียงและลีลาราวกับถอดแบบมาจาก กพล เป๊ะๆ เล่าถึงเส้นทางว่าไม่เคยฝันว่าอยากเป็นดีเจเลยนะ ดูแล้วโอกาสมันไม่มีหรอก เพราะที่บ้านผมจน พ่อแม่ส่งผมเรียนให้จบได้แค่ชั้น ป.6 ก็ต้องมาทำงานเป็นจับกัง กรรมกร คือ ทำมาทุกอย่างครับ แต่วันหนึ่งมาสมัครเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านข้าวต้ม The Shock แล้วมีช่วงนึงที่ห้องจัดรายการไม่มีใครช่วย พี่ป๋องเลยให้โอกาส และดึงผมเข้ามา ตอนแรกก็ไปช่วยแจมก่อน และแกคงเห็นแวว เพราะผมเป็นคนพูดเก่งด้วย หลังจากนั้นก็ได้มาจัดเองเต็มตัว
"พี่ป๋องแกก็ตั้งฉายาให้ชื่อ แจ็ค สายสิญจน์ ด้วยเลย จะได้เข้ากับรายการ จนตอนนี้ผมเป็นดีเจมา 10 กว่าปีแล้ว ก็ถือว่าชีวิตผมนี่บุพเพอาละวาดมากๆ"
การเป็นดีเจที่ต้องจัดรายการผี สำหรับแจ็ค สายสิญจน์นั้น เขาบอกว่า จริงๆแล้วก็กลัวผีเหมือนกัน แต่ก็เหมือนแฟนรายการนี่แหละ กลัวแต่ก็อยากฟัง พอได้มาสัมผัสกับการงานด้านนี้ เลยมีเรื่องเล่าชวนขนลุก เมื่อตอนที่ไปออกภาคสนามอยู่บ่อยๆ
...
แจ็ค สายสิญจน์ : The Shock Senior Staff และดีเจ
"ผมเป็นคนกลัวผีนะ แต่ชอบฟังเวลาใครมาเล่า อย่างตอนที่ยังไม่ได้เป็นดีเจ ผมก็ฟังรายการพี่ป๋องนี่แหละ กลัวก็กลัว แต่ชอบมันตื่นเต้นดี พอมาเป็นคนจัดรายการเอง ผมก็หวิวๆ เหมือนกันนะ เวลาจัดอยู่คนเดียว แต่ก็ไม่เท่ากับเวลาไปทำภาคสนาม ล่าสุดที่ผมกับทีมงานไปบ้านร้างแถวชลบุรี ที่เพิ่งมีข่าวคนถูกฆ่าแล้วเอาศพไปทิ้งไว้ที่นี่ เมื่อไม่นานนี้เอง วันที่ไปมีนักข่าวไปด้วยครับ บรรยากาศมันชวนขนลุกมาก เพราะฝนตกพรำๆ ด้วย ผมก็เข้าไปนั่งในจุดที่มีคนตายอยู่ แล้วเอาสายสิญจน์มัดมือ สักพักได้กลิ่นเหม็นมาก ทุกคนที่ไปก็เหมือนกัน แต่ที่มันน่าตื่นเต้นกว่านั้น คือผมโทรเข้าไปในรายงานสดที่ห้องจัด ในโทรศัพท์ก็ได้ยินเสียงลมหายใจและเสียงคนพูดว่าช่วยด้วยแทรกมาจริงๆ นี่ผมยังเก็บคลิปเสียงไว้อยู่เลยนะ แต่ถ้าเอาที่หลอนสุดๆ สำหรับผมก็ต้องที่สุสานโสเภณีร้าง จ.กาญจนบุรี เป็นซ่องเก่าที่เขาเคยล่อลวงผู้หญิงมาขังไว้ที่นี่ เพื่อขายบริการ สภาพจะคล้ายกับเรือนจำ มีกำแพง 2 ชั้น มีห้องพัก 100 ห้อง ผมมาสำรวจ 4-5 ครั้ง ก็หลอนทุกครั้งมันอึดอัดอ่ะ ยังเห็นเสื้อผ้า เห็นข้าวของอยู่เหมือนเดิม บางห้องประตูเปิดพังบ้าง และในนั้นมีบ่อทิ้งเด็กทารกที่เขาทำแท้งด้วย"
จากนายวัชรพล ฝึกใจดี ที่ยังไม่รู้ว่าชีวิตในแต่ละวันจะพบกับอะไรบ้าง วันนี้เขาคือดีเจที่มากประสบการณ์ และมีแฟนๆ รายการคอยติดตามฟังอยู่ทุกคืน แจ็ค สายสิญจน์คนนี้ เลยเหมือนมีชีวิตใหม่ที่เรียกว่าเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะการได้โอกาสที่ดี และความสามารถที่มีอยู่ในตัวเขาเองด้วย
"ทุกวันนี้ชีวิตผมดีขึ้นมากๆ เรื่องบ้าน รถ เงินเดือน ไม่เคยฝันว่าจะมีเลยด้วยซ้ำ แต่ผมโชคดีมากๆ ที่พี่ป๋องเป็นคนให้โอกาส แกเป็นคนตลกอัธยาศัยดีนะ เป็นกันเองกับลูกน้องมากครับ แต่เวลาทำงานแกจะจริงจังมากเหมือนกัน เรื่องผีที่ว่าผมกลัว ถ้าเทียบกับพี่ป๋องแล้ว ผมกลัวแกมากกว่านะ เพราะเจอแกทุกวัน แต่ผีนี่มองไม่เห็น และนานๆเจอที (หัวเราะ)"
...
นักเล่าผีรุ่นที่ 3 ขวัญ น้ำมันพราย
ปิดท้ายที่ดีเจดาวรุ่งแห่ง The Shock ที่กำลังเป็นขวัญใจแฟนรายการอีกคน ไพโรจน์ ดำมินเศก หรือ "ขวัญ น้ำมันพราย" ซึ่งเป็นอีกคนที่พี่ป๋องชักนำเข้ามาสู่อาชีพดีเจ The Shock
"ตอนแรกผมมาทำงานที่ร้าน The Shock Club เป็นพนักงานที่นั่นเกือบปี แล้วพี่ป๋องมาเห็นตอนที่ผมออกไปพูดบนเวที เห็นดูอัธยาศัยดี กล้าแสดงออก พูดเก่งเลยให้ผมมาทำ แต่ช่วงแรกที่เริ่มก็มาช่วยเก็บข้อมูลก่อน แล้วก็ถึงมาจัดรายการ ทีนี้ก็ต้องมีฉายาเหมือนกัน พี่ๆ เขาก็ช่วยกันตั้ง แล้วมาสรุปที่ชื่อ ขวัญ น้ำมันพราย พี่โก้พลิ้ว ณ ราชบุรีตั้งให้ครับ เห็นแกบอกว่าเข้ากับผม เพราะดูเป็นคนมนุษย์สัมพันธ์ ดูมีเสน่ห์ดี แต่สำหรับตัวผมเองไม่รู้ว่าตรงรึเปล่านะ แรกๆ ก็เขินๆ แต่ตอนนี้ชินแล้วครับ (หัวเราะ)"
ด้วยบุคลิกที่ดูทะเล้น เข้ากับคนง่าย คุยเก่ง ดีเจขวัญเลยบอกว่าอาชีพนี้ ใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว แม้ว่าเป็นคนไม่กลัวผี เวลาจัดรายการคนเดียว แต่เวลาออกภาคสนามกับทีมงานก็เคยเจอเรื่องชวนขนลุกเหมือนกัน
ขวัญ น้ำมันพราย : TheShock Senior Staff และดีเจ
"ผมเป็นคนไม่กลัวผีนะ ชอบฟังเวลาคนอื่นเล่าด้วย แต่เวลาออกภาคสนามก็เจอเหมือนกัน ที่ลืมไม่ลงเลยก็ตอนไปบ้านพักร้างของข้าราชการที่ จ.สระบุรี เคยมีประวัติคนผูกคอตาย และถูกปล่อยร้างจนบ้านผุพัง สถานที่มันเปลี่ยวและอยู่ในป่าลึกมากครับ ตอนที่เข้าไปที่นั่นอยู่ดีๆ ก็ได้กลิ่นยาดม ยาหอมโชยเข้าจมูก ทีมงานขนลุกกันหมดเลยครับ แต่ยังไงก็กลัวพี่ป๋องมากกว่า แต่ในเรื่องการงานนะ เพราะแกเข้มงวด อยากให้งานออกมาดี เราก็ต้องพยายามไม่ให้หลุดเพื่อให้ได้งานมีคุณภาพ แต่นอกเวลางานพี่ป๋องเป็นหัวหน้าที่ใจดีกับน้องๆ ทุกคนครับ"
ดีเจขวัญ ยังบอกอีกว่า การทำงานของพวกเขา นอกจากจะต้องไปเจอกับประสบการณ์น่าตื่นเต้นเหล่านี้แล้ว สิ่งหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือเรื่องของเวลา เพราะทุกวันนี้จะเรียกว่าเป็นมนุษย์ค้างคาวก็ไม่ผิด แต่ก็ทำมันด้วยความรัก และตั้งใจกันทุกๆ คน
"ทุกวันนี้พวกเราเหมือนมนุษย์ค้างคาวกินเย็น นอนเช้า ทุกวันนี้จัดรายการกันหมดเลย เลิกเช้ามั่ง นอนเช้า 7 โมง ตอนกลางคืนหมดสิทธิ์เลยเรื่องเที่ยว นอกจากวันหยุด แต่กลางวันก็ต้องดูร่างกายด้วยว่าไหวไหม เพราะบางทีก็ต้องนอนพักผ่อนก่อน เลยไม่ค่อยมีเวลาเจอใครเลยครับ นี่แหละเลยเป็นอีกสาเหตุนึงที่ทีมงานเดอะช็อคเป็นโสดกันอยู่ แต่ก็เพื่อแฟนๆ รายการครับ พวกเราเลือกที่จะเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดเรื่องราวชวนขนหัวลุกแล้ว ก็อยากให้เป็นเหมือนเพื่อนเล่าเรื่องให้เพื่อนฟัง เพราะแฟนๆ เขาอุตส่าห์เปิดวิทยุดึกๆ มาฟังพวกเราอย่างตั้งใจ เพราะถ้าไม่ตั้งใจฟังก็ไม่รู้เรื่อง เราก็ต้องทำทุกอย่างให้ดี"
ทั้งเมล็ดพันธุ์รุ่นบุกเบิกอย่าง พี่ป๋อง-กพล ทองพลับ หรือเป็นรุ่นต่อๆ มานี้ ก็ยังคงความเป็นรายการที่เป็นสื่อกลางระหว่างคนกับสิ่งที่มองไม่เห็นให้ชวนสยองขวัญได้มาเสมอ นี่คงเป็นเสน่ห์ของรายการ The Shock ที่ทำให้มีแฟนๆ ติดตามที่ยังคงความอมตะอยู่ เพราะอย่างที่พี่ป๋องบอกว่าตราบใด ที่ยังมีคนตาย ผีก็ยังมีอยู่ไม่ว่าจะสถานที่ใดก็ตาม รายการ The Shock ก็คงต้องทำหน้าที่หาเรื่องเล่ามาเล่าเรื่องผี และทำภารกิจสำรวจบ้านร้างกันต่อไป ซึ่งสำหรับคนที่คิดอยากลองของ ไปตามสถานที่เหล่านี้กันเองทางทีมงาน The Shock ก็ได้ฝากทิ้งท้ายไว้ว่า
"การไปตามบ้านร้างต้องดูแลตัวเองให้มากๆ ครับ เพราะนอกจากผีที่น่ากลัวแล้ว คนนี่แหละน่ากลัวกว่า เพราะสถานที่เหล่านั้นส่วนใหญ่จะเป็นแหล่งซ่อมสุมยาเสพติด อาจเกิดอันตรายถึงขั้นเสียเงิน เสียชีวิต ดีไม่ดีเสียตัวด้วย อีกอย่างที่สำคัญเวลาไปเยือนตามสถานที่เหล่านี้ อย่าไปโวยวาย ลองของเขา เราไปบุกรุกบ้านเขา เขาไม่ชอบหรอกครับ และต้องคิดถึงชาวบ้านละแวกนั้นด้วย อย่าเสียงดัง เพราะเวลาเขาด่า เขาไม่ได้ด่าน้องๆ ที่ไปกันเองอย่างเดียว เขามาด่าถึงรายการที่นำเสนอเรื่องพวกนี้ด้วยครับ"เขากล่าวสรุปอย่างภูมิใจ