“ฤดูหนาว” เป็นช่วงเวลาที่อากาศกำลังเย็นสบาย เหมาะกับการไปท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทั่วประเทศ ฤดูนี้จึงเป็นฤดูที่หลายๆ คนชื่นชอบกันเป็นพิเศษ อย่างไรก็ดี แม้ว่าเราจะมีความสุขในช่วงเวลาแห่งความหนาวนี้ แต่ก็ต้องไม่ละเลยที่จะดูแล “สุขภาพผิว” ของเราด้วย เพราะในช่วงหน้าหนาว ความชื้นในอากาศจะลดลง ส่งผลให้ผิวหนังเสียน้ำง่ายขึ้น และทำให้ผิวแห้งมากขึ้น และเกิดผื่นแพ้คัน โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้

ในผู้สูงอายุนั้น พบว่าผิวจะแห้งมากบริเวณหน้าแข้ง ลำตัว ท้อง สะโพก และเกิดผื่นแพ้คัน เนื่องจากผิวหนังมีกลไกในการเก็บความชื้นที่สำคัญ 2 ส่วน ส่วนที่ 1 คือไขมันที่ผลิตจากต่อมไขมัน ซึ่งต่อมไขมันจะมีเฉพาะบริเวณใบหน้า หน้าอก หลังส่วนบนเท่านั้น ส่วนที่ 2 คือสารเพิ่มความชุ่มชื้น (natural moisturizing factors, NMF) ที่ผิวหนังและไขมันที่ชั้นนอกสุดคือชั้นขี้ไคล ตัวอย่างของสารในกลุ่ม NMF ประกอบด้วยกรดอะมิโนต่างๆ เช่น ยูเรีย, กรดกลูตามิก กรดอะมิโนอื่นๆ เซอรามายด์ และไขมันที่อยู่บนชั้นผิวหนังประกอบไปด้วย triglycerides, fatty acids, cholesterol เป็นต้น 2 ส่วนประกอบนี้มีความสำคัญมากในการเก็บน้ำที่ผิวหนัง สำหรับผู้สูงอายุนั้นสารเพิ่มความชุ่มชื้นจะมีปริมาณลดลง จึงทำให้ผิวแห้งมากกว่าวัยอื่นๆ

ส่วนเด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้ จากข้อมูลพบว่าปัจจุบันเด็กเป็นโรคภูมิแพ้จำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ทั่วโลก โดยจะเริ่มมีอาการได้ตั้งแต่อายุประมาณ 2 เดือน เป็นผื่นที่แก้มแดงๆ แห้งๆ ลอกๆ หลังจากนั้นพอเด็กเริ่มคลาน ผื่นก็จะย้ายมาตรงข้อศอก หัวเข่า พอโตขึ้นมาก็จะเป็นตามแขนพับ ขาพับ ซึ่งเด็กกลุ่มนี้ความสามารถในการสร้างสารเพิ่มความชุ่มชื้น (natural moisturizing factors, NMF) ที่ผิวหนังผิดปกติ ไม่สามารถเก็บน้ำที่ผิวหนังได้ดีและยังทำให้สารจากภายนอกผ่านเข้าสู่ผิวหนังมากขึ้น กระตุ้นการเกิดผื่นแพ้คัน หากสังเกตว่าลูกมีอาการดังที่กล่าวมาข้างต้น แล้วแพทย์วินิจฉัยว่าลูกเป็นโรคภูมิแพ้ คุณพ่อคุณแม่หรือคนดูแลจะต้องทาครีมเพิ่มความชุ่มชื้นให้เด็กหลังอาบน้ำอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าจะมีผื่นหรือไม่มีก็ตาม และหากพบว่ามีผื่นขึ้นแล้วไม่หาย ควรไปพบแพทย์และทายาลดการอักเสบของผิวหนังตามที่แพทย์สั่งร่วมกับทาครีมเพิ่มความชุ่มชื้น เมื่อผื่นหายแล้ว จึงกลับมาทาครีมเพิ่มความชุ่มชื้นเพียงอย่างเดียว

...

5 ขั้นตอนง่ายๆ ในการดูแลผิว

ผิวหนังสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ผิวปกติและผิวแห้ง สำหรับผิวหนังปกตินั้น ก็นับว่าโชคดีมาก เพราะไม่ต้องดูแลอะไรมากเป็นพิเศษ โดยมีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

1. อาบน้ำอุณหภูมิปกติ ไม่ควรอาบน้ำอุ่นจัด เพราะความร้อนจะละลายกรดอะมิโนและไขมันออกจากผิวได้มากขึ้น ส่งผลให้ผิวแห้งมากขึ้นนั่นเอง

2. เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวกายที่เหมาะสม สำหรับคนผิวปกติสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ทั่วไป แต่ถ้าผิวแห้ง ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นด่างต่ำ มีค่า pH กลางๆ หรือเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เพิ่มสารให้ความชุ่มชื้นให้ผิวที่มีให้เลือกมากมายหลายราคา สามารถเลือกได้ตามความต้องการ

3. หลังอาบน้ำเสร็จ เช็ดตัวพอหมาดๆ แล้วทาผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื้น หากคุณเป็นคนผิวแห้ง ในช่วงหน้าหนาวควรทาผลิตภัณฑ์ประเภทครีม ขี้ผึ้ง หรือน้ำมัน ซึ่งจะช่วยเก็บน้ำไว้ที่ผิวหนังได้มากกว่าโลชั่น ทั้งนี้ควรทาหลังจากอาบน้ำเสร็จภายใน 5 นาที ขณะที่ผิวยังมีน้ำอยู่เล็กน้อย จะช่วยให้ผิวดูดซึมครีมได้ดี และไม่ทำให้เหนียวเหนอะหนะ

สำหรับในคนสูงอายุ หากจะทาน้ำมัน ควรหาที่นั่งให้ท่านนั่งให้เรียบร้อย แล้วจึงทา ไม่ควรทาในห้องน้ำ เพราะอาจเกิดการลื่นหกล้มได้ นอกจากนี้ควรเก็บผลิตภัณฑ์บำรุงผิวไว้ในอุณหภูมิที่มีความเย็น เวลานำมาทา จะรู้สึกสบายผิว และควรทาซ้ำทุกๆ 4-6 ชั่วโมง เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวตลอดทั้งวัน

4. สวมเสื้อผ้าฝ้าย แขนยาว ขายาว และถุงเท้า เพื่อปกคลุมผิวหนัง จะได้ลดการสูญเสียน้ำ ผิวจึงไม่แห้ง ควรหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่มีขน เพราะทำให้คันและเกิดผดผื่นตามมาได้ นอกจากนี้ควรดื่มน้ำมากๆ อย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว

5. ถ้ามีผื่นขึ้นตามร่างกาย ควรพบแพทย์ เพราะอาจจำเป็นต้องใช้ยาเพื่อลดการอักเสบของผิวหนัง นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื้น

หากทำตามคำแนะนำที่กล่าวมาข้างต้น ไม่ว่าอากาศจะหนาวสักแค่ไหน ก็หมดกังวลเรื่องปัญหาผิวแห้งไปได้เลย

-----------------------------------------------------------------

...

แหล่งข้อมูล

รศ. พญ. ณัฏฐา รัชตะนาวิน สาขาวิชาโรคผิวหนัง ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

ขอขอบคุณ : ภาพประกอบจาก https://pixabay.com/