เป็นอีกหนึ่งสาวที่เราเจอแล้วก็รู้สึกประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกกับความสดใส ยิ้มเก่ง พูดจาน่ารัก ของสาวน้อยคนนี้เธอไม่เคยยอมแพ้กับเส้นทางการเป็นไอดอลเกิร์ลรุ๊ป กลับมาพบกันอีกครั้งกับ 'สวัสดีแคมปัส' ในสัปดาห์นี้เราจะพาไปทำความรู้จัก พูดคุยเรื่องต่างๆ ทั้งการเรียน ความฝัน ไลฟสไตล์ แฟชั่น กับ แอ๊นท์ วรินดา หรือ แอ๊นท์ Sweat16 หนุ่งในสมาชิกวงไอดอลญี่ปุ่น วัย 21 ปี
เธอทั้งสวย เรียนเก่ง มีไสตล์ ทั้งยังเป็นสาวเท้าไฟที่มีความสามารถด้านการเต้นจนใครๆ ต้องหยุดสายตาไว้มองเธอ สาวน้อยคนนี้เธอมีชื่อจริงว่า วรินดา เนินเพิ่มพิสุทธิ์ เป็นชื่อคุณพ่อหามา แปลว่า ดวงใจของพ่อ เพราะว่าเป็นลูกคนเล็ก ก่อนหน้าที่จะมีเราพ่อมีแต่ลูกผู้ชาย หนูมีพี่ชาย 2 คน (คนนึงเสียไปแล้ว) พ่ออยากได้ลูกผู้หญิงก็เลยตั้งว่า "ดวงใจของพ่อ" ตอนเด็กๆ หนูจะติดพ่อมาก ร้องไห้ใส่พ่อตลอด แต่พอเราเป็นผู้หญิงก็จะสนิทกับแม่มากกว่า (หัวเราะ)
โตมากับครอบครัวแบบไหน
...
พื้นฐานการเลี้ยงดูที่บ้านจะไม่เชิงปล่อยมากค่ะ แต่คือคุณแม่จะไปไหนกับหนูตลอด ตัวก็จะติดกัน เรามีอะไรก็จะปรึกษาแม่ตลอด แม่จะรู้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก การเรียน กิจกรรมต่างๆ ที่เราทำ แม่และที่บ้านก็จะสนับสนุนเรื่องกิจกรรมเต็มที่ เรื่องเรียนในช่วงอนุบาล ประถมเราก็จะทำกิจกรรมตั้งแต่เด็กค่ะ เรื่องเรียนก้พอได้ค่ะ กลางๆ 3 กว่าๆมาตลอด
งานก็ทำ เรียนก็ไม่ขาด!
เคล็ดลับการเรียนกับการทำงานไปด้วยก็น่าจะเป็นในเรื่องของการจัดการเวลาค่ะ และก็ความรับผิดชอบของตัวเอง อย่างหนูถ้ามีเรื่องงานเข้ามาก็จะพยายามคุยกับเพื่อน ให้เพื่อนตามงานให้หน่อย หรือว่าเราคุยกับอาจารย์ว่าเราไม่ได้ส่งงานชิ้นนี้ขอส่งงานย้อนหลังได้ไหมค่ะ และงานไหนที่ไม่สำคัญจริงๆ ก็ขออนุญาตเขาไม่ไป ขอเรียนก่อน อย่างเช่นสอบมันชนกับงานเราก็เลือกสอบไว้ก่อน ก็คือพยายามแบ่งให้เท่าๆ กันทั้งคู่
รักการเต้น เต้นตั้งแต่ 5 ขวบ
แอ๊นท์ เล่าไปยิ้มไปให้เราฟังว่า เริ่มเข้าวงการตั้งแต่ประมาณ 13-14 ค่ะ แต่ว่าช่วงนั้นยังเป็นนักเต้น (จุดเริ่มต้นของการเต้นมาจากอะไร) จุดเริ่มต้นการเต้นเริ่มตั้งแต่ 5 ขวบค่ะ เพราะว่าที่โรงเรียนเห็นว่าเราชอบไปเต้นอยู่ที่ห้องซ้อมเต้น แล้วเขาก็เอาเราเข้าไปด้วย แข่งเวทีแรกได้ที่ 1 เลยค่ะ (หัวเราะ) และหลังจากนั้นก็เต้นมาตลอด เพราะว่าโรงเรียนที่แอ๊นท์เรียนตอนประถมเขาเน้นเรื่องกิจกรรมค่ะ (โรงเรียนประสานมิตร) และเขาก็จะส่งเราเต้นประกวดทุกอย่าง แอโรบิก เชียร์ลีดเดอร์
หลังจากนั้นเราก็เข้าวงการด้วยเรื่องเต้น ก็คือไปเป็นแบ็กอัพให้ศิลปินที่อาร์เอสก็เกือบทั้งหมด คอนเสิร์ตของพี่ดา เอ็นโดรฟินบ้าง คอนเสิร์ต KPN บ้าง หลังจากนั้นอายุ 15 ก็เป็นนักร้องที่ย่านลาดพร้าวค่ะ ก็เซ็นสัญญาและมีผลงานออกมา ตอนนั้นก็เป็นอีกวงหนึ่ง หลังจากนั้นก็มีผลงานออกมาประมาณ 2-3 ชิ้น ผลตอบรับตอนนั้นก็ดีประมาณนึงค่ะ ยอดวิวหลายล้าน ส่วนใหญ่มีแฟนคลับตามต่างจังหวัดค่ะ แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร หลังจากนั้นเราก็ออกจากค่าย พอออกจากค่ายก็มาเน้นเรื่องเรียนเลยค่ะ เพราะว่าต้องเข้ามหาลัยพอดี ก็เรียนเรื่อยๆ แต่ก็มีถ่ายโฆษณา ถ่ายแบบบ้างเรื่อยๆ แต่จริงๆ เน้นเรื่องเรียนในช่วงปี 1-2 ค่ะ
...
เรียนเก่ง ลุ้นเกียรตินิยม
ตอนนี้แอ๊นท์เรียนม.รังสิต คณะนิเทศศาตร์ สื่อสารการตลาดค่ะ ใจจริงๆใจเราไม่อยากเรียนนิเทศฯนะคะ (หัวเราะ) เพราะเราก็มีผ่านวงการมาบ้างแล้ว เราก็คิดว่ามันคงไม่ได้ลึกอะไรไปมากกว่านี้มั้ง ใจอยากเรียนโลจิสติกส์ คิดไว้ว่าอนาคตน่าจะใช้ประโยชน์ได้เยอะ เราก็คิดเผื่ออาชีพในอนาคต ไปๆ มาๆ มันมีสาขานี้ สื่อสารการตลาด มันกึ่งการตลาดกึ่งนิเทศฯ น่าจะไม่เครียดมาก และคิดไว้ว่าทุกองค์กรจะต้องมีการตลาดอยู่แล้วก็เลยเลือกที่จะเรียน เพราะก็ได้ทุนที่ ม.รังสิต ตอนนี้ก็ปี 4 แล้วค่ะ จบภายในเทอมนี้ เหลือแค่ส่งธีสิต และถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดอาจจะได้เกียรตินิยมด้วยค่ะ (ยิ้มสดใส)
4 ปี กับรั้วมหา’ลัย
เอาจริงๆ หนูว่ามัธยมหนักกว่าค่ะ เพราะว่ามันเรียนจันทร์-ศุกร์ และเรียนทั้งวัน และการบ้านก็มีทุกวิชา แต่มหา’ลัยก็เรียนแค่ 2-3 วัน แล้วแต่เราลง แล้วงานส่วนมากก็จะเป็นชิ้นใหญ่ๆ ส่งทีไฟนอล มิดเทอม ก็แบ่งเวลาได้เยอะกว่า มีเวลาไปทำงานได้เยอะกว่าตอนมัธยม
...
...
ความฝันวัยเด็ก
ตอนเด็กๆ เท่าที่จำได้ก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะเป็นนักร้อง ตอนนั้นคิดเด็กๆ เลยนะคะอยากเป็นแคชเชียร์ อยากเป็นกระเป๋ารถเมล์ อยากเก็บเงินแล้วไปเดินห้าง แต่พอมัธยมเราเริ่มคิดว่าอยากจะเป็นในสิ่งที่เราถนัดแล้ว ที่เกี่ยวกับเต้นในแวดวงนี้แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะเป็นนักร้องจริงๆ เพราะว่าเราไม่ได้ถนัดร้อง แล้วก็ไม่ได้คิดว่าจะได้เข้ามาคลุกคลีได้ขนาดนี้ แต่ก็ออดิชั่นเข้ามาอยู่ในวงเมื่อปีที่แล้ว ชื่อว่าวง Sweat16 ค่ะ
Sweat แปลว่าเหงื่อค่ะ และก็ 16 ก็เป็นเบสอายุของวัยรุ่น ที่มาชื่อนี้ เพราะว่าเราซ้อมกันหนักมากค่ะ จริงๆ ธีมของวงหลักๆ เป็นในเรื่องของการออกกำลังกาย ศิลปินกลุ่มหนูจะเป็นเหมือนไอดอลของญี่ปุ่น คือเราอยากจะเป็นไอดอลทั้งในเรื่องของการออกกำลังกาย เรื่องการเอ็นเตอร์เทนคนดู แต่หลักๆ คืออยากให้ทุกคนหันมาออกกำลังกายเพิ่มขึ้น
ก่อนจะมาเป็นไอดอลญี่ปุ่น
ก่อนที่จะมาเป็น Sweat16 ด้วยความที่เราชอบเต้นก็จะมีไปออดิชั่นนู่นนี่ค่ะ แล้วเราก็ชอบศิลปินเกาหลีด้วย แอ๊นท์เคยไปออดิชั่นของ JYP ค่ายใหญ่ของเกาหลีค่ะ ที่เขามาเปิดออดิชั่นที่ไทย แอ๊นก็ไปสมัครผ่านเว็บ ทำตามกติกาของเขา แล้ววันที่ไปออดิชั่นเราก็แอบไปซ้อมมาแล้วนะ ว่าต้องเต้นอย่างไง เพราะเราถนัดเต้นเราก็ต้องพรีเซ้นให้เต็มที่ พอเข้าไปปุ๊บ เปิดแพลงปั๊บ เต้นยังไม่ถึงครึ่งเพลงเขาก็โอเคๆ ซึ่งตอนแรกเขาจะให้เข้าไป 10 คน ก่อนค่ะและก็ให้เต้นทีละคน เสร็จแล้วเขาก็จะเลือกไว้ว่าเอาคนไหนบ้าง ก็มีหนู และคนอื่น 2-3 คน และก็ให้เต้นอีกรอบ แต่ว่าเขาจะเปิดแพลงของเขาเอง และให้เราฟรีสไตล์ค่ะ คือเราไม่ค่อยถนัดเรื่องฟรีสไตล์ เราก็จะรู้สึกตื่นเต้นและก็รนๆ แต่ก็พยายามโอเค หายใจเข้าลึกๆ และก็เต้นเลย แต่ก็ไม่ได้ผ่านการออดิชั่นนะคะ ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีของเรามากๆ เลยค่ะ
สิ่งที่ทำให้แอ๊นท์เข้ามาเป็น 1 ใน 13 คนในวง Sweat16 ได้
จริงๆ แล้วศิลปินญี่ปุ่นกับเกาหลีจะมีข้อแตกต่างกัน ของเกาหลีเขาต้องดูว่าคุณเฟอร์เฟกต์มาในระดับนึง แต่ของญี่ปุ่นเขาเลือกจากคาแรกเตอร์เป็นหลักก่อน ซึ่งทั้งหมดไม่ได้เหมือนกันเลย ไม่ได้มีคนที่แบบหน้าตาดี ไม่ได้มีคนที่เต้นเก่ง คือคละกันหมดเลยค่ะ แต่อย่างของแอ๊นท์ก็ยังมั่นใจในตัวเองอยู่ว่าเลือกเพราะเต้น นอกจากนี้ก็น่าจะเป็นสไตล์และความมั่นใจของหนู ณ ตอนนั้นนะคะ เพราะว่าตอนไปออฯเราผ่านจุดที่เคยเป็นศิลปินมาแล้ว เราก็เริ่มมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น และก็อาจจะดูโดดเด่น ณ ตอนนั้น เขาก็เลยเลือกเรา เราเองก็ไม่รู้เหตุผลที่เขาเลือกแต่ก็น่าจะประมาณนี้
ผลงานตอนนี้มีอะไรบ้าง
ตอนนี้มี 2 เพลงค่ะ ปล่อยปลายปีที่แล้ว 2560 เดือนพฤศจิกายนซิงเกิลนึงและธันวาคมอีกซิงเกิล ซิงเกิลแรกชื่อเพลงว่าวิ่ง แต่เนื้อหาเพลงคือวิ่งตามหาความฝัน คือพวกเราทั้ง 13 คนคือมีความฝันอันเดียวกัน คือประสบความสำเร็จในเรื่องนี้ แต่จริงๆ ก็เป็นเพลงให้กำลังใจทุกคน ว่าถ้ามีความฝันอะไรก็แค่ตั้งใจและวิ่งตามหาให้เจอ พอเพลงที่ 2 ก็จะมีความโตขึ้นมาหน่อยเป็นชื่อเพลงว่ามุ้งมิ้ง ก็จะดูน่ารัก ดนตรีสนุก เป็นเพลงเร็วค่ะ
ผลตอบรับ
จริงๆ กลุ่มแฟนคลับของเราก็จะมีอยู่ประมาณนึงค่ะ ผลตอบรับก็ดีค่ะ ตัวหนูคิดเองว่ามันดีในระดับหนึ่งแล้ว เป็นวงใหม่แล้วก็จำนวนคนก็เยอะ และเวลาไปงานก็มีแฟนคลับมาตามจำนวนนึงเลย
ตอนนี้มีอีกวงที่เป็นไอดอลญี่ปุ่น(กำลังดัง) มีการเปรียบเทียบกันไหม
คนรอบนอกหรือแฟนคลับต่างๆ ก็คงมีพูดกันบ้าง ว่าวงไหนเป็นอย่างไร ซึ่งเราก็เคยเจอและติดตามเขา เราไม่ได้มองว่าเป็นคู่แข่งกัน มันเป็นเหมือนกับว่าให้ทุกคนได้รู้จักคำว่าไอดอลมากยิ่งขึ้น ก็เป็นศิลปินในรูปแบบอีกแบบนึง บ้างทีเราเจอกันก็กรี๊ดใส่กันเองบ้าง ซึ่งหนูก็ชอบเขามากๆ ค่ะ
ไลฟ์สไตล์ เวลาว่าง
แอ๊นท์ชอบช็อปปิ้ง ซื้อเสื้อผ้า ส่วนมากชอบไปซื้อเสื้อผ้ากับคุณแม่ค่ะ คุณแม่นี่แหละที่เป็นคนเลือกให้ คือคุณแม่หนูก็ชอบแต่งตัวเหมือนกัน เราก็จะไปด้วยกันได้ แล้วเขาก็จะดูตลอดว่าตอนนี้เสื้อผ้าเป็นแบบไหน ดูเทรนด์ให้ลูกด้วย ก็จะมีไปสยาม ยูเนี่ยนมอลล์
สไตล์การแต่งตัว
หนูชอบแต่งตัวมาก รักแฟชั่นก็จะชอบแต่งแบบเท่หน่อยๆ เซ็กซี่นิดๆ แต่จริงๆ ก็เปลี่ยนได้หลายแนว บางวันอยากติสต์ก็กางเกงขาดแบบขาดมากๆ แล้วแต่วันค่ะ แต่ไม่ค่อยถนัดแนวหวาน
นิสัยส่วนตัว
ปกติคนภายนอกชอบคิดว่าหนูน่ากลัว ดูเข้าถึงยาก อย่างตอนไปออดิชั่นก็จะมีคนคิดว่าคนนี้น่ากลัว ต้องเก่งแน่นอน ซึ่งจริงๆ หนูเป็นคนติงต๊องมาก เป็นคนโก๊ะ และก็ถ้ารู้จักหรือสนิทก็จะพูดเยอะหน่อย แต่ถ้าไม่สนิทก็จะเงียบๆ เพราะว่าจริงๆ เราเป็นคนขี้อาย ไม่กล้าเปิดสนทนา
สเปกหนุ่ม
ชอบคนตลกค่ะ ไม่ต้องหล่อ ไม่ต้องขาวตี๋ หรือว่าฝรั่ง ชอบคนที่คุยด้วยและตลกมากกว่า ชอบคนที่มีความเป็นผู้ใหญ่ ดูปกป้องเราได้
มุมมองความรัก
ตอนนี้เน้นทำงานค่ะ เรื่องความรักเป็นเรื่องรอง ยังไม่ได้คิดเรื่องนั้นเลย เพราะว่าก็ทำงานอย่างเดียว เอาใจให้แฟนคลับ ตอนนี้เราสนุกกับงานมากกว่า ในส่วนงานแสดงเราก็อยากลองทำและก็อยากหาประสบการณ์ไปเรื่อยๆ จนเรามั่นใจในการแสดงของเรา แต่ว่าก็อยากทำ
ให้กำลังใจกับเพื่อนๆ น้องๆ ที่มีความฝัน
คนไหนที่อยากจะเป็นศิลปิน หรืออยากเข้าทำงานในวงการบันเทิง ก็อยากจะให้ทุกคนตั้งใจจริงๆ และก็หากท้อเราต้องพยายามจุดไฟให้ตัวเอง พยายามคิดว่าสักวันหนึ่งมันต้องเป็นของเรา ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว อยากให้ตั้งใจและก็เราต้องทำหน้าที่ของเราในส่วนอื่นๆ ให้ดีด้วยเหมือนกัน เรื่องเรียน เรื่องการเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ ก็พยายามทำทุกอย่าง ทุกหน้าที่ให้เท่าๆ กัน