“ถือประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง” คำสอนของพระ บรมราชชนก ที่คุณหมอทุกคนยึดมั่น รวมทั้งคุณหมอรุ่นใหม่คนนี้ “พญ.ลลิรฎา อนันตรัมพร” แพทย์ประจำบ้าน ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช ที่ใช้ใจในการทำงานรักษาผู้ป่วย ตัวเล็กๆอย่างตั้งใจ
คุณหมอลลิรฎา หรือ “หมอกิ๊ฟ” ของเด็กๆ เป็นลูกสาวคนโตในจำนวน 4 คนของ ชลิดา–สมบัติ อนันตรัมพร นักธุรกิจผู้ก่อตั้ง บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) เล่าถึงเส้นทางชีวิตว่า แม้ที่บ้านจะทำธุรกิจ แต่พ่อและแม่ไม่เคยบังคับ ด้วยความที่เป็นคนขี้สงสารคิดว่าไม่เหมาะกับการทำธุรกิจ เลยพยายามตั้งใจเรียนให้ดีและสอบเข้าเรียนคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เป็นโปรแกรมร่วมกับมหาวิทยาลัยนอตติ้งแฮม ที่ประเทศอังกฤษ โดย 3 ปีแรกไปเรียน Biomedical Science ที่อังกฤษ และกลับมาเรียนที่เมืองไทยอีก 3 ปี จึงได้ใบปริญญา 2 ใบ จบแล้วมาทำงานใช้ทุนที่ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ อ.องครักษ์ จ.นครนายก จากนั้นจึงมาเรียนเฉพาะทางโรคเด็ก ที่คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล และตอนนี้เรียนเพิ่ม เติมเฉพาะทางผิว หนังเด็กอีกด้วย
กว่าจะมาถึงวันนี้ หมอกิ๊ฟ บอกว่า ทุกอย่างไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ตนผ่านทั้งความเสียใจ ความลังเลใจ เกือบจะไม่ได้เป็นหมอ แต่ทุกอย่างผ่านมาได้เพราะครอบครัวเป็นส่วนสำคัญ อย่างตอนช่วงเด็กยังไม่แน่ใจว่าจะเรียนอะไร ตนชอบภาษา สามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้ เลยคิดจะเป็นล่าม แต่พ่อมาแนะว่า อยากเป็นล่ามที่แปลให้หมอฟัง หรืออยากเป็นหมอที่พูดภาษาญี่ปุ่นได้ล่ะ ทำให้ฮึดสู้ขึ้นมา หรือการไปฝึกงานที่เคยผิดพลาดด้วยความสงสารจนถูกพี่พยาบาลดุเอา จนมาเจอ
เคสสุดท้ายที่ได้มาช่วยคุณแม่คลอดลูกก่อนกำหนด เด็กไม่มีลมหายใจแต่ปั๊มจนขึ้น และเด็กรอด ทำให้ตนตัดสินใจได้เลยทันทีว่าอยากเป็นหมอเด็ก ซึ่งทางบ้านก็สนับสนุนทุกอย่าง เอาที่ลูกชอบ เพราะมองว่าเราต้องอยู่กับสิ่งที่เราทำ และในช่วงตอนเรียนปี 3 เจอคนไข้เด็กที่เป็นมะเร็ง ซึ่งเขาไม่ค่อยให้ความร่วมมือ ไม่คุยด้วยเลย
...
แต่เราสังเกตว่าเขาชอบดูการ์ตูนฮีโร่ จึงเกิดไอเดียชวนเพื่อนๆในกลุ่ม ซึ่งไม่ได้เป็นหมอ ใส่ชุดฮีโร่ไปเยี่ยมเด็กๆที่โรงพยาบาล เพราะเขาต้องอยู่โรงพยาบาลเป็นเดือน เด็กๆ ตื่นเต้นกันมาก ทุกคนดูมีความสุข มีกำลังใจดีขึ้น ทำให้เราจัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นโครงการ “ฮีโร่ เพื่อน้อง แบ่งปันฝันดี”
“พวกเราทำโครงการนี้ ทุกคนรู้สึกดีมาก พวกเราพยายามเข้าใจจิตใจคนไข้และญาติๆ อย่างน้อยเราก็รู้สึกว่า คงทำให้หัวใจเขาอบอุ่นขึ้นมานิดหนึ่ง ในการทำงาน กิ๊ฟ อยากดำเนิน ตามรอยอาจารย์หมอที่กิ๊ฟนับถือ นำเอาท่านมาเป็นแบบอย่าง รวมทั้งคำที่พระบรมราชชนกทรงสอน แล้วมาหลอมเป็นตัวเอง ซึ่งเด็กที่ป่วยกับตอนที่หาย เขามีความแตกต่างกันมาก เวลาที่เขาหายแล้วเขาจะร่าเริงน่ารัก เราได้เห็นรอยยิ้ม ก็ทำให้มีความสุขแล้ว”...หนึ่งในหมอรุ่นใหม่ที่จะเป็นกำลังสำคัญต่อไปในสังคม.