"ระเบียบ รัตน์" โล่ง! แม่ฟิล์มหายป่วยออกจาก รพ.พักฟื้นที่บ้าน เผยเขียน จม.ตัดพ้อถึงรายการดังเข้าใจห่วงอกห่วงลูกที่กำลังเผชิญหน้ากับสังคม ยันไม่มีอคติ ผิด-ถูกพูดตรงๆ ...


ยังคงเป็นข่าวที่อยู่ในความสนใจของคนใน สังคมมาอย่างต่อเนื่อง กรณีนักร้องพระเอก ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ กับนักแสดงสาวลูกครึ่ง แอนนี่ บรู๊ค ที่ลุกลามกลายเป็นการสร้างแรงกดดันให้กับบุพการีของทั้ง 2 ฝ่าย ถึงกับล้มหมอนนอน รพ. ล่าสุดฟิล์มดอดพาแม่ นางโคมมนต์ ทองมั่ง อายุ 51 ปี ออกจาก โรงพยาบาลบีเอ็นเอชไปพักฟื้นต่อที่บ้าน แม้อาการโดยรวมยังไม่ดีขึ้น แต่คุณแม่โคมมนต์ได้เขียนจดหมายระบายความในใจผ่านพิธีกรรายการข่าวดัง รับมีแต่ความทุกข์ที่เห็นลูกเศร้ากินไม่ได้ นอนไม่หลับ และเห็นใจทั้งสองฝ่าย แต่ที่สุดช้ำคือคำพูดของคนนอกอย่าง "เจ๊เบียบ" ถึงขั้นอยากฆ่าตัวตายหน้าจอทีวี จวกแหลกพูดแบบไม่รับผิดชอบความรู้สึกคนอื่น

เมื่อวันที่ 25 ก.ย. นางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช นายกสมาคมเสริมสร้างครอบครัวให้อบอุ่นและเป็นสุข ให้สัมภาษณ์ช่องTNN24 ว่า จากการสัมภาษณ์ครั้งที่ผ่านๆ มา มีการขยายผลไปเรื่อย แต่จะขอเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจร่วมกันว่า ในฐานะที่ตนสวมหมวก นายกสมาคมฯ และเคยเป็นอดีต ส.ว.ขอนแก่น ซึ่งเคยทำงานรับผิดชอบด้านสตรี เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ เป็นเพียงคนๆ หนึ่งที่ทำงานเพื่อสังคม หัวใจของพี่เป็นหัวใจของคนเป็นแม่ เข้าใจ และเป็นห่วงคุณแม่ของฟิล์มมาก ที่ไม่สบาย จากความเครียด และความกดดันต่างๆ เพราะคนเป็นแม่รักลูกดุจแก้วตา ดวงใจ เมื่อลูกได้รับผลกระทบ คงไม่มีแม่คนไหนที่จะอยู่ได้อย่างมีความสุข

...


ทั้งนี้ นายกสมาคมฯ กล่าวต่อว่า เมื่อทราบว่าคุณแม่น้องฟิล์มเขียนจดหมายได้แล้ว และได้เดินทางออกจาก รพ.แสดงว่าสุขภาพดีขึ้นแล้ว ก็คงจะมีความพร้อมทางร่างกาย และจิตใจ เข้มแข็งเพียงพอมากขึ้น จนเขียนจดหมายได้ ก็ดีใจด้วย คิดว่าจากนี้แม่น้องฟิล์มจะได้ดูแลลูกชายอย่างเต็มที่ เพราะคาดว่าตอนนี้ความรู้สึกของลูกชายเขาคงจะแย่มาก เขาคงจะเคว้ง เมื่อแม่เข้มแข็งแล้วก็น่าจะเป็นที่พึ่งและช่วยเหลือลูก เป็นที่ปรึกษา เป็นเกราะกำบัง เป็นผู้ให้ความอบอุ่นลูกได้ 


ส่วนกรณีข่าวว่าที่ตน เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น นางระเบียบรัตน์ กล่าวว่า ไม่ใช่เป็นการยุ่ง ส่วนตัวไม่เคยคิดว่าจะมาสร้างข่าวโด่งดังให้คนเขามาเกลียด หรือหมั่นไส้ แต่พี่น้องสื่อมวลชนคงมองเห็นว่าอดีตตนเป็น ส.ว.เป็นนายกสมาคมฯ ก็คงอยากจะถามความคิดเห็นถึงเรื่องที่เกิดขึ้นหน่อย แล้วบังเอิญว่าตนเป็นคนที่ให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้มีอคติต่อตัวน้องฟิล์ม หรือใครทั้งสิน และไม่ได้บอกว่าใครผิดใครถูก เพราะเรื่องนี้ถ้าจะมองว่าใครผิดก็จะผิดด้วยกันทั้ง 2 คน เพราะเป็นเรื่องของเพศเสรีที่เป็นสังคมไทย จะมาบอกว่าเป็นเรื่องส่วนตัว คนอื่นไม่เกี่ยว แต่พอเรื่องมันแดงถามว่ามันเกี่ยวคนอื่นหรือไม่ มันก็เกี่ยวหมดเลย ทั้งหน้าที่การงาน คุณพ่อแม่เสียใจจากการกระทำของลูก

"ซึ่ง ไม่เฉพาะครอบครัวของฟิล์ม ครอบครัวของแอนนี่ ก็คงจะยิ่งเสียใจ เพราะเมื่อเกิดกรณีอย่างนี้ขึ้น ผู้หญิงเสียหาย99% ผู้ชายเสียหาย 1% เท่านั้น เพราะสังคมไทยเป็นสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่ ถ้าไม่ถึงที่สุดแล้วก็ไม่รู้ว่าจะมีข่าวแบบนี้ออกมาหรือไม่ เพราะถ้าเกิดกับคนธรรมดาก็คงไม่มีปัญหา สื่อก็คงไม่สนใจ ก็ขอให้เข้าใจตนในลักษณะอย่างนี้ คุณแม่ฟิล์มก็จะสบายใจขึ้น" นางระเบียบรัตน์ กล่าว


เมื่อถามว่าคำให้สัมภาษณ์ที่ดูรุนแรงไปไหม เพราะยังไม่รู้เบื้องลึกของคน 2 ฝ่าย นายกสมาคมฯ กล่าวว่า ตนเป็นพูดอะไรจะยึดหลักการ ตนไม่ได้ไปนอนกับเขาทั้งคู่ คนที่ออกมาพูดก็ล้วนเป็นบุคคลที่ 3 ทั้งนั้นที่ทำให้ป่วน ก็ขอให้พอได้แล้ว เรื่องนี้คนที่จะสนุกที่สุดคือกลุ่มที่อยาก รู้อยากเห็น แล้วสื่อก็มีหน้าที่ มีความจำเป็นในการหาความจริงมีสะท้อนสังคม ส่วนตัวตนก็เป็นคนตรงไปตรงมา  ถ้าน้องสองคนทำไม่ดี ตนก็ต้องออกมาพูดไม่ได้เห็นแก่หน้าใคร  


นางระเบียบรัตน์ กล่าวยืนยันว่า การสัมภาษณ์ครั้งที่ผ่านมา ได้เป็นการกล่าวด่าใคร แค่เป็นการพูดให้รู้ ถ้าจะรับผิดชอบตรงนี้ มันเป็นเรื่องของคนสองคนโดยแท้ ถ้าจะไปตรวจดีเอ็นเอ หากเกิดกับครอบครัวตน หรือคนที่ตนรู้จัก ก็จะแนะว่าไม่ให้ตรวจอยู่แล้ว เพราะมันยิ่งกว่าการตบหน้าผู้หญิง คือถ้ารู้ว่าเขารักสนุกแล้วคุณไปหลับนอนกับเขา คุณไม่ยิ่งเลวกว่าหรอ นี่คือสิ่งที่เป็นแนวคิดของตน ซึ่งถ้าเป็นครอบครัวพี่ก็จะไม่ขอรับความช่วยเหลือจากผู้ชายคนนี้ แต่สิ่งที่ฟิล์มออกมาแถลงบอกว่าช่วยเหลือในฐานะเพื่อนร่วมโลกคุณก็ช่วยเหลือ กันไป ตนก็ให้สัมภาษณ์ไปในลักษณะนี้ จะมาบอกว่าตนให้สัมภาษณ์แรงก็ไม่รู้เหมือนกัน แค่พูดตรงไปตรงมาเท่านั้น


"ตอน นี้มีความสบายใจที่เห็นคุณแม่น้องฟิล์มแข็งแรง พยายามฟื้นฟูจิตใจ และดูแลลูกให้ดี คนเราเป็นเพียงมนุษย์ปุถุชนมันมีโอกาสพลาดได้ และก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรที่จะถึงขั้นประหารชีวิตจากสังคม เมื่อออกมายอมรับแล้ว เฮียฮ้อเขาก็พร้อมที่จะให้เข้าทำงานเหมือนเดิม และเมื่อแอนนี่เขาไม่ขอรับความช่วยเหลือก็จบกันไป อย่าไปขยายผลกันมาก" นายกสมาคมฯ กล่าว.