แม้จะเพิ่งอยู่ในวัยเริ่มต้นของการทำงาน แต่สาวแกร่งวัย 25 ปี เพ็ญ-ศิปิณัฐ อารีเจริญเลิศ ลูกสาวหนึ่งในสี่ใบเถาของปากพนังห้องเย็น ซึ่งเป็นธุรกิจส่งออกอาหารทะเลแช่แข็งรายใหญ่ของภาคใต้มากว่า 40 ปี ต้องถูกจัดให้เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความกตัญญู จึงเกิดความตั้งใจที่จะเข้ามาแบ่งเบาภาระของคุณพ่อ โดยทุ่มเทให้กับงานที่ได้รับผิดชอบอย่างสุดๆ พยายามเรียนรู้งานทุกอย่าง และสู้งานแบบไม่ถอย โดยไม่มีคำว่าเหนื่อย เพื่อไม่ให้ใครมาติฉินนินทาได้ว่า เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ!!!

ความที่เป็นลูกสาวคนที่ 3 ของบ้าน และค่อนข้างอยู่ใกล้ชิดคุณพ่อยง อารีเจริญเลิศ จึงทำให้ เพ็ญ ดูจะเป็นคนบู๊ๆและลุยมากกว่าพี่น้องคนอื่นๆ ซึ่งอุปนิสัยแบบนี้ฉายแววมาตั้งแต่สมัยไปเรียนไฮสกูลที่เมืองนอกแล้ว ยามว่างจากเรียนหนังสือ เพ็ญ ก็ทำงานหารายได้พิเศษเป็นค่าขนม ด้วยการเป็นอาสาสมัครไปเดินเคาะประตูตามบ้าน เพื่อขอรับเงินบริจาค ถามว่าจำเป็นมั้ยที่ต้องทำแบบนี้ เพ็ญ บอกทันทีเลยว่าไม่จำเป็น แต่อยากทำ เพราะจะทำให้เห็นคุณค่าของเงินมากกว่า และการที่ได้ทำงานพิเศษในหลายๆรูปแบบ ยังส่งผลดีทำให้เธอรู้ตัวเองเร็วขึ้นว่ามีความชอบด้านใด และเลือกเรียนได้ถูกทาง

ตอนเรียนมหาวิทยาลัยปีแรก เพ็ญ บอกว่า เธอเรียนด้านชีววิทยา ที่มหาวิทยาลัยคิงส์คอลเลจ แต่พอช่วงปิดเทอมได้ไปฝึกงานที่คาเฟ่ แล้วรู้สึกชอบงานด้านบริการมาก จึงขอคุณพ่อเปลี่ยนแนวเรียนตามที่ใจชอบดีกว่า เลยไปเรียนการโรงแรมและการจัดการที่ Blue Mountains Hotel School ประเทศออสเตรเลีย เพ็ญ บอกอย่างภาคภูมิใจว่า "คนเราถ้าเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย จะช่วยได้มากเลย ที่จะทำ ให้เราค้นพบตัวเองว่าอยากทำงานด้านไหน จะได้ไปถูกทาง ไม่ใช่เรียนจบมาแล้วก็ยังค้นหาตัวเองไม่ได้ว่าชอบที่จะทำอะไร"

เมื่อ เรียนจบมา เพ็ญ ก็ขอทำงานนอกบ้านก่อนอยู่ระยะหนึ่ง และเพิ่งเข้ามา ทำงานกับ Pakfood หรือปากพนังห้องเย็นของครอบครัวอย่างเต็มตัวเมื่อไม่นานนี้เอง โดยมีข้อเสนอว่า คุณพ่อต้องให้เธอทำร้านอาหาร Nybbles ที่บริเวณด้านหน้าศูนย์การค้าดิ เอ็มโพเรียม ซึ่งเป็นสิ่งที่เธออยากทำควบคู่กันไปด้วย

การทำงานในแบบฉบับของ เพ็ญ นั้น เธอบอกว่า ยิ่งเป็นลูกเจ้าของ ยิ่งต้องขยันและทำงานให้มากกว่าคนอื่น ต้องเข้าทำงานก่อนเวลา และต้องเลิกงานดึกกว่าคนอื่น และถ้าต้องเซ็นเอกสารอะไร ก็ต้องให้เจ้าหน้าที่อธิบายรายละเอียดในสิ่งที่ต้องเซ็นด้วยว่าเป็นอะไร ไม่ใช่ใครส่งอะไรมาให้ก็เซ็นหมด "วันแรกที่เข้าประชุมบอร์ด เพ็ญ ก็ให้เขาเอารายงานการประชุมย้อนหลัง 2 ปีมาให้อ่านด้วย จะได้อัพเดทตัวเอง ไม่อยากเข้าไปนั่งประชุมแล้ว ไม่รู้ว่ากำลังพูดเรื่องอะไรอยู่ บางครั้งก็จะวิ่งเข้าไปดูการทำงานถึงในโรงงานเลยว่าเป็นอย่างไร ส่วนร้านอาหารที่เพิ่งเปิด เพ็ญ ก็มาดูการก่อสร้างเอง วิ่งซื้อวัสดุบางอย่างเอง บางวันมาคุมการก่อสร้างจนถึงเช้าค่อยกลับบ้าน"

เหตุ ที่ทุ่มเทเอาจริง เอาจังกับการทำงานมากๆ หญิงแกร่งคนนี้บอกว่า เป็นเพราะเธอชอบทำงานแบบให้ตัวเองรู้จริง และเป็นคนที่จริงจังกับงานทุกอย่างที่ได้รับมอบหมาย "พ่อสอนคำหนึ่งว่า พ่อของลูกรวย แต่พ่อของพ่อไม่รวย หมายความว่าทุกอย่างมีขึ้นมีลง ถ้าเราไม่รู้จักเก็บออม ก็อาจจะหมดได้ ที่สำคัญคือ คนเราทำอะไรต้องไม่เหยียบหัวผู้อื่น"

นอกจากคำสอนของบุพการีที่ เพ็ญ จดจำไว้อย่างไม่มีวันลืมแล้ว เธอยังมีหลักในการทำงานเป็นของตัวเองด้วยว่า "ต้องเวิร์กฮาร์ด เพลย์สมาร์ท" คือทำงานให้เต็มที่   และต้องฉลาดที่จะใช้ชีวิตให้สมดุล   รู้ รับผิดชอบในบทบาทหน้าที่ของตัวเอง.

...