วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา และ ทาทา-อมิตา ยัง ทูตเติมฝันให้กับเด็กๆ ในเมืองไทย.
หลังจากเปิดตัว Make-A-Wish Foundation Thailand เพื่อทำฝันของเด็กๆ ที่เจ็บป่วยด้วยโรคร้ายให้เป็นจริง นายวิลเลี่ยม คุปเปอร์ส ประธานมูลนิธิ Make-A-Wish Foundation Thailand พร้อมด้วย นายจอน เสตทเนอร์ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิ Make–A–Wish Foundation International ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าและกิจกรรมต่างๆของมูลนิธิฯ ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ เมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา
แอนนาเบล ดวงแก้ว พีอาร์ใหญ่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ ร่วมต้อนรับผู้ใหญ่ใจดี พญ.ศิราภรณ์ สวัสดิวร, จอน เสตทเนอร์ และวิลเลี่ยม คุปเปอร์ส.
นายจอน เสตทเนอร์ ประธานมูลนิธิฯ ได้เกริ่นว่า Make-A-Wish Foundation เป็นมูลนิธิที่ดำเนินงานเพื่อทำฝันของเด็กๆ ที่เจ็บป่วยด้วยโรคร้ายให้เป็นจริง โดยก่อตั้งขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อ 31 ปีที่แล้ว ปัจจุบันมูลนิธิได้กระจายอยู่ในประเทศต่างๆ 36 ประเทศทั่วโลก แต่ละปีมูลนิธิได้ทำฝันให้เด็กๆ กว่า 20,000 คน ให้เป็นจริง สำหรับแนวความคิดของมูลนิธิคือ หยิบยื่นความหวังให้เด็กๆ ที่ป่วยด้วยโรคร้ายอาทิ มะเร็ง, โรคหัวใจ, ลูคีเมีย, โรคไต โรคตับ และ ฯลฯ ให้เป็นจริง โดยให้เด็กๆเหล่านั้นเขียนข้อความที่เขาหวังใน 4 หัวข้อคือ อยากเป็นอะไร, อยากมีอะไร, อยากไปไหน และอยากพบใคร จากนั้นทางมูลนิธิจะพยายามทำฝันต่างๆของเด็กๆให้เป็นจริง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจและสร้างความสุขให้กับเด็กๆ ได้ลืมเรื่องความเจ็บป่วย และมีความสุขกับสิ่งที่เขาหวัง เพื่อเป็นกำลังใจให้ต่อสู้กับโรคร้ายต่อไป เราคิดว่าความหวังเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และอาจเป็นยารักษาโรคให้เด็กๆมีกำลังใจในชีวิตมากขึ้น
ประธานมูลนิธิ Make-A-Wish Foundation International กล่าวต่อว่า เราได้ทำการศึกษาวิจัยผลกระทบของกิจกรรมที่เราทำ พบว่า กิจกรรมของเราช่วยเยียวยาทางใจให้เด็กๆได้จริง โดยเราจะมีสมุดบันทึกความทรงจำและวีดิโอของเด็กบางคนเปิดดูทุกวัน ส่วนความฝันของเด็กๆ จะต่างกันไป 40% ของเด็กอเมริกันฝันว่า อยากไปดีสนีย์แลนด์ มีเด็กบางคนเขียนมาว่าต้องการไปดวงจันทร์ ทางมูลนิธิได้จัดให้ แต่ให้เขาไปองค์การนาซา ไปดูยานอวกาศที่ส่งไปสำรวจที่ดวงจันทร์ นอกจากความร่วมมือจากองค์กรต่างๆแล้ว ยังมีบุคคลที่มีชื่อเสียงอาทิ ไมเคิล จอร์แดน, มารายห์ แครี, วิลล์ สมิธ ต่างเคยเป็นทูตสนับสนุนกิจกรรมของเรา
ด้าน นายวิลเลี่ยม คุปเปอร์ส ประธานมูลนิธิ Make–A–Wish Founda-tion Thailand กล่าวว่า มูล นิธินี้ได้เปิดตัวในเมืองไทยเมื่อปลายปีที่แล้ว ในระยะเวลาไม่กี่เดือน เราได้สานฝันให้เด็กๆ ไปแล้ว 5 คน ได้แก่ สานฝันให้น้องผักขม ที่มีอาการมะเร็งสมอง ฝันอยากใช้เวลากับโลกของบาร์บี้, คนที่ 2 น้องนิ้ง มีอาการมะเร็งประสาท ฝันอยากเห็นโลกใต้ทะเล, คนที่ 3 น้องบัญชา มีอาการเอชไอวี ฝันอยากเป็นนักบินเฮลิคอปเตอร์ คนที่ 4 น้องอรปรียา มีอาการเอชไอวี ฝันอยากเห็นแพนด้า ที่เชียงใหม่ ส่วนคนที่ 5 เป็นน้องที่อยากเจออุลตร้าแมน และในเดือน มิ.ย.เราจะจัดให้น้องจากจังหวัดหนองคาย ได้ไปเที่ยวทะเลตามที่ขอ อย่างไรก็ตาม มูลนิธิ Make–A–Wish Foundation Thailand ยังมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ ซึ่งในแต่ละประเทศต้องหากันเอง เลยเติมฝันให้เด็กๆได้ในจำนวนไม่มาก จึงอยากหาพันธมิตรที่จะมาช่วยสนับสนุนกิจกรรมของเราในระยะยาว และปีนี้เราพยายามจะทำฝันของเด็ก 12 คนให้เป็นจริง
ส่วนขั้นตอนการทำฝันให้เป็นจริง นายวิลเลี่ยมบอกว่า เราจะให้เด็กๆอายุ 3-18 ปีที่เป็นโรคร้ายและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต เขียนความต้องการของเราเรียงลำดับ หนึ่ง, สอง, สาม ซึ่งในเมืองไทย เรามี 2 ข้อคือ อยากพบใครและอยากไปไหน จากนั้นจะปรึกษากับแพทย์ผู้ดูแลเด็กและครอบครัว ซึ่งจะให้แพทย์ผู้รักษาลงความเห็นทางการแพทย์ด้วย การเติมเต็มฝันของเด็ก นอกจากจะสร้างความมีชีวิตชีวาให้กับเด็กและครอบครัวแล้ว บางทีอาจขยายไปถึงคนในชุมชนด้วย และบางครั้งเราได้ช่วยเด็กจากประเทศอื่นๆ ที่ฝันอยากมาเมืองไทย เช่น เด็กออสเตรเลียน และเด็กจากอิสราเอล ที่มีความฝันอยากขี่ช้างที่เมืองไทย.
...