เผยเบื้องหลังความสำเร็จด้านผลงานของศิลปินหนุ่มจากเมืองเหนือที่ในแวดวง ศิลปะต้องรู้จักเป็นอย่างดีกับภาพเขียนสีน้ำมันแนว Impressionism  ตั้ม-อภิรักษ์ ปันมูลศิลป์ ที่ช่วงชีวิตหนึ่งของเขาได้ผ่านพ้นวันที่แย่ที่สุดจนในวันนี้ที่มีความสุข ที่สุดของเขา...

หลังจากผ่านเรื่องราวน่าสลดในวัยเด็ก วันนี้ของอภิรักษ์ ปันมูลศิลป์  หนุ่มอัธยาศัยดี เขาคือศิลปินจากภาคเหนือที่ได้รับการยอมรับจากสังคม เพราะเขาสามารถระบายผืนผ้าใบให้กลายเป็นภาพเขียนสีน้ำมันที่สื่อถึงความสวยงามของภูเขาและท้องทะเลได้อย่างติดตา ด้วยสีสันสดใสเคลื่อนไหวเสมือนจริง ซึ่งสร้างความสุขให้กับผู้รักงานศิลปะ และตัวเขาเอง

ชื่อภาพ : รุ่งอรุณ ขนาด 50x60 ซม.

"กว่าผมจะมีวันนี้ชีวิตผมตั้งแต่เด็กๆ ก็คิดอยากเป็นครู แต่ไม่รู้จะเป็นครูสอนอะไรนะ พอช่วงที่เรียน ม.3 มันมาเกิดจุดพลิกผัน เพราะคุณพ่อผมท่านมาเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย ซึ่งตอนนั้นตัวผมเองที่เป็นคนอุ้มท่านลงจากขื่อบ้าน  ตั้งแต่นั้นมาผมก็เป็นเด็กเงียบ หงุดหงิดง่ายไปทุกเรื่อง จนมีวันนึงเพื่อนสนิทของผมชวนไปประกวดวาดภาพของทางโรงเรียน ตอนนั้นบอกตรงๆ เลยครับว่าผมไม่มีพื้นฐานด้านศิลปะเลย และก็เฉยๆ กับมันด้วยซ้ำ แต่ไหนๆ เพื่อนชวนก็ลองส่งดู จนวันประกาศผลออกมา ผมได้ที่ 2 ซึ่งตอนนั้นก็เริ่มรู้สึกว่า พอตัวเองวาดรูปจะมีสมาธิ และนิ่งขึ้น ทำให้ตั้งแต่นั้นก็เริ่มไปเรียนพื้นฐานศิลปะกับครูที่โรงเรียน และวาดรูปมาเรื่อยๆ จนสอบเข้าที่คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ ตั้งแต่นั้นพอเรียนจบก็ยึดอาชีพเป็นคนทำงานศิลปะมาถึงวันนี้ครับ"

จุดเปลี่ยนในช่วงนั้นทำให้เขาหาทางออกในการระบายความรู้สึกได้ถูกทาง ซึ่งทางออกนั้นก็คืองานศิลปะ จนในที่สุดผลงานที่เขาสร้างสรรค์ออกมา กลายเป็นความน่าสนใจของบรรดาคนในแวดวงศิลปะ และนักสะสมงาน

...

ชื่อภาพ : จิกทะเลที่อ่าวขอนแค ขนาด 50x60 ซม.


"ส่วนตัวผมเป็นคนมองโลกในแง่ดีไว้ก่อนนะ  แม้ว่าเรื่องที่เคยเจอมันจะสะเทือนใจไปหน่อย แต่ทำเป็นลืม ไม่ใส่ใจมันซะ เราก็ไม่ต้องแบกภาระเหล่านั้นให้คิดมาก ยิ่งพอมาทำงานศิลปะมันก็จะยิ่งสบายใจขึ้นมาก เพราะงานของผมจะต้องไปทำหลายๆสถานที่ด้วย ได้สัมผัสสายลม เห็นแสงสีของธรรมชาติ ไม่ต้องผ่านการกลั่นกรองมาก มันก็ดีกว่าอยู่ในสตูดิโออยู่แล้ว ยิ่งพอเราเริ่มวาดภาพทิวทัศน์ในสถานที่ที่ไปและเป็นจุดที่เราชอบมันก็ยิ่งมีความสุขครับ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นภาพวิวภูเขา และทะเลในไทย คนที่เขามาดูงานผมก็จะรู้สึกมีความสุข และอิ่มกับภาพเหมือนผม"

ชื่อภาพ : วันใสใสที่แม่สาย ขนาด 50x60 ซม.

หากใครได้เคยไปตามแกลเลอรี่ที่จัดแสดงงานในกรุงเทพฯ คงต้องเคยเห็นผ่านตามาบ้าง ซึ่งผลงานของเขาจากครั้งก่อนในชื่อ "จากภู..สู่เล"ครั้งที่ 1 ซึ่งจัดแสดงที่สีลมแกลเลอเรียนั้นได้สร้างความประทับใจต่อผู้ชมอย่างมากมาย ครั้งนี้ผลงานชุดที่ 2 ของเขา "จากภู..สู่เล" ก็กลับมาสร้างความอิ่มเอมอีกครั้งที่ท่าเรืออ่าวฉลอง จังหวัดภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม-12 กันยายน 2553 และครั้งนี้พิเศษที่สุดกับการระบุพิกัดดาวเทียมลงในภาพที่เขาได้ไปวาดในสถานที่จริงด้วย

ชื่อภาพ : ไสยวนปาร์ควิว ขนาด 200x260 ซม. (ภาพแรกที่ระบุพิกัดดาวเทียมของคุณตั้ม และเป็นภาพที่คุณตั้มชอบมากที่สุดในผลงานชุดนี้)

"งานชุดนี้เป็นภาคต่อของชุดก่อนครับ "จากภูสู่เล" คือเรื่องราวที่ถ่ายทอดความสวยงามของสถานที่ในจังหวัดเชียงราย แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ภูเก็ต ซึ่งที่ผมเลือกเป็นภูเขากับทะเลก็เพราะผมชอบ  ของพวกนี้มันคือธรรมชาติ ยิ่งเราไปวาดจากสถานที่จริงมันยิ่งกระทบความรู้สึกโดยตรง ซึ่งนี่แหละครับมันเป็นเสน่ห์ของงาน แต่เรื่องการระบุพิกัดดาวเทียมนั้น ผมทำครั้งนี้เป็นหนแรกเลยนะ  เพราะหลายปีก่อนคุณสุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ เขาซื้องานผมไป แล้วขึ้นไปหาผมที่เชียงราย เพราะจะถามว่าจุดที่ผมวาดรูปสถานที่นั้นมันอยู่ตรงไหน  พอต่อมาได้เจอเพื่อนผู้ใหญ่ท่านนึง ได้เล่าเรื่องนี้ให้ฟัง ท่านก็แนะนำว่าน่าจะระบุพิกัดดาวเทียมลงในภาพไปด้วย ผมเลยคิดว่าน่าสนใจดี ตอนนั้นเลยไปหาซื้อเครื่องระบุพิกัดดาวเทียม (GPS) มา และทำผลงานชุดนี้ครับ ซึ่งมันก็ดีนะ ทำให้ผมทำงานสนุกขึ้น อีกทั้งคนที่เขามาดูงานผมเขาก็สามารถไปอยู่ในจุดที่ผมเคยวาดรูปได้ เพราะพิกัดที่ระบุไปมันไม่มีทางเปลี่ยนครับ แม้ว่าสภาพแวดล้อมจะเปลี่ยนไปตามเวลาก็ตาม"

...

ชื่อภาพ : sea sea ภูเก็ต ขนาด 50x60 ซม.

เด็กหนุ่มจาก จ.ตาก ในวันนี้เขาคือศิลปินที่บรรดานักสะสมต่างชื่นชอบในผลงานของเขา เพราะด้วยเสน่ห์ของภาพที่สามารถสื่ออารมณ์ ของธรรมชาติได้อย่างมีชีวิตชีวา และด้วยความเป็นคนอารมณ์ดี แต่เขาปฏิเสธว่าเขาไม่ใช่คนที่มีความสุขตลอดเวลา เพียงแต่เลือกที่จะเอาความรู้สึกที่แย่เหล่านั้นไปผสมกับจินตนาการและละเลงมันลงบนผืนผ้าใบดีกว่า

...

ชื่อภาพ : พลังชีวิตที่หาดไม้ขาว ขนาด 40x50 ซม.

"ไม่ว่าจะเป็นใครในโลกนี้ผมก็ว่าไม่มีใครสมบูรณ์แบบทุกคนหรอกครับ ใช้ชีวิตให้ธรรมดาที่สุด จะได้อยู่อย่างไม่มีปัญหาดีกว่า คนที่ทำงานศิลปะก็เช่นกันครับ ส่วนใหญ่คนที่ทำงานศิลปะเขาก็รู้อยู่แล้วว่าการเขียนรูป มันคือการถ่ายทอดความฝัน และจินตนาการออกมาเป็นภาพวาด อาจมองว่าบ๊อง เพี้ยน ติสต์แตก แต่มันก็เป็นความสร้างสรรค์ของงานศิลปะครับ อย่างน้องๆ ที่เรียนด้านนี้อยู่ ผมก็อยากให้เขาคิดแบบนี้นะ อย่ามัวแต่คิดว่าไม่มีใครเข้าใจ รู้สึกเศร้าไปต่างๆ นานา จนทำให้ตัวเองเดือดร้อน  ผมว่าเอาสิ่งที่เก็บไว้ในใจ เศร้า หรือโกรธอะไรก็ละเลงใส่และสื่อออกมาเป็นงานศิลปะดีกว่า สื่อออกมาในการใช้ชีวิตมันจะกลายเป็นคนบ้าแทนน่ะครับ "

ชื่อภาพ : ต้นกล้าแห่งความหวัง ขนาด 50x60 ซม.