พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ได้เสด็จเป็นประธานเปิดงานเชิดชูเกียรติเยาวสตรีไทย ครั้งที่ 2 ประจำปี 2553 เนื่องในวันสตรีไทย 1 สิงหาคม ประจำปี 2553 ภายใต้กรอบแนวคิด "พลังสร้างสรรค์สู่อนาคตที่ยั่งยืน : มีจริยธรรม รู้รักสามัคคี ภาคีมีส่วนร่วม" จัดโดยสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาสและผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, สภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชนฯ และกระทรวงยุติธรรม ที่โรงแรม เจดับบลิว แมริออท เมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา
ในโอกาสนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชร กิติยาภา ได้ประทานใบประกาศเกียรติคุณแก่เยาวสตรีไทยดีเด่น พร้อมทั้งทรงร่วมเสวนาตอบข้อคำถามของตัวแทนเยาวสตรี และประทานพระวโรกาสให้ตัวแทนเยาวสตรีจากภาคต่างๆที่อยู่ด้านล่างเวทีได้ซักถามอย่าง เป็นกันเองเป็นเวลานานเกือบ 20 นาที โดยทรงตอบข้อซักถามแรกเกี่ยวกับการทรงงานในการช่วยเหลือสตรีและแรงบันดาลใจในการทรงงานว่า เริ่มมาจากทรงงานด้านคดีความและในการเสด็จเยี่ยมประชาชนในที่ต่างๆ ทรงได้พบเห็นปัญหาหลากหลาย ทั้งความยากจน, โรคภัยไข้เจ็บ, ปัญหาการสร้างอาชีพและการถูกทำร้าย ทำให้พระองค์เห็นว่าสังคมไทยเป็นสังคมที่มีปัญหาอยู่ บ้าง และถ้าทุกคนไม่ร่วมกันแก้ไขแล้ว เราจะไม่สามารถก้าวผ่านปัญหาเหล่านี้ไปได้ และแรงบันดาลใจในการทรงงานนั้น มาจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์ เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พระมารดา และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ตลอดจนผู้นำสตรีต่างๆ หรือแม้สตรีเล็กๆ ที่มีน้ำใจทำงานดูแลคนอื่น ล้วนเป็นแรงบันดาลใจให้ทั้งสิ้น
นอกจากนี้ พระองค์ภาทรงตอบคำถามถึงความประทับใจในการทรงริเริ่มโครง–การกำลังใจว่า คำว่ากำลังใจเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนไม่ว่าเพศใด เชื้อชาติ ศาสนาใดหรือช่วงวัยใดล้วนต้องการ ทุกคนอยากมีความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง โครงการนี้เริ่มต้นเกี่ยวกับแม่และเด็กในเรือนจำ ซึ่งผู้หญิงที่อยู่ในสภาวะของการเป็นแม่นั้นคงต้องการกำลังใจหลายอย่าง เพื่อดูแลบุตรและดูแลตนเอง สตรีเหล่านี้คงมีความเครียด มีความกังวลสูงกว่าสตรีที่อยู่ ภายนอก จุดนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้น หลังจากนั้นได้มีการเผย แพร่ไปสู่สังคม องค์กรมากขึ้น ซึ่งการมีเจตจำนงที่ดีต่อกัน จะเป็นการลดความรุนแรงในสังคมไปด้วย
ต่อข้อทูลถามถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อเด็กและสตรีในปัจจุบัน และอนาคตนั้น พระองค์ภารับสั่งติดตลกสร้างบรรยากาศให้เป็นกันเองว่า ในส่วนอนาคตพระองค์ทรงตอบยาก เพราะไม่ได้ เป็นหมอดู แต่จากอดีตจนถึงปัจจุบันปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อสตรีและเด็ก อาจเป็นเพราะเป็นผู้ที่มีความอ่อนแอทั้งร่างกายและสถานะทางสังคม ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นอาจเกิดจากโทสะ ขาดความยับยั้งและขาดสติ หรือแม้แต่ความตึงเครียดทาง เศรษฐกิจและการเสพสารเสพติด การลดปัญหาเหล่านี้ สามารถทำได้ด้วยการรณรงค์ทำความเข้าใจระหว่างเพศ รวม ไปถึงการให้กำลังใจเหยื่อผู้ถูกกระทำโดยจากคนในครอบ– ครัวและคนรอบข้างด้วย นอกจากนี้ พระองค์ภายังทรง แนะนำสตรีที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศอีกด้วยว่า การข่มขืนที่เกิดขึ้นกับสตรีเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุด สิ่งแรกที่ควรกระทำคือการไปแจ้งความดำเนินคดีและรีบไปพบแพทย์ เพื่อแพทย์จะได้ให้คำแนะนำในการดูแลรักษาร่างกาย และอาจช่วยยับยั้งการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ตั้งแต่แรก แต่ถ้าหากเกิดภาวะการตั้งครรภ์เนื่องจากถูกข่มขืน ทางกฎหมายได้เปิดช่องให้ทำแท้งได้อย่างไม่ผิดกฎหมาย แต่จริงๆคงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นและก้าวไปถึงจุดนั้น
ส่วนคำถามสุดท้ายที่ผู้แทนเยาวสตรีจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งตื่นเต้นและได้ใช้คำราชาศัพท์ผิดหลักในการได้กราบทูลถามถึงสิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจและทรงยึดหลักใดในการทรงงาน พระองค์ภารับสั่งด้วยพระพักตร์ยิ้มแย้มว่า "ก็จะทรงทูลตอบนะคะว่า จริงๆแล้วแรงบันดาลใจมาจากส่วนหนึ่งของผลงานที่ได้ทำและความร่วมมือที่ได้รับจากองค์กรและจากน้องๆ ทุกคนเหล่านี้ถือเป็นกำลังใจที่ให้เกียรติ เชื่อมั่นและเชื่อใจในตัวเรา เป็นพลังสำคัญในการที่จะไปสร้างสิ่งดีๆ ต่อกันและกันได้อีก" จากรับสั่งนี้ได้สร้างความประทับใจและปลื้มใจให้แก่ผู้มาร่วมงานทุกคน.
...