ปฏิเสธไม่ได้ว่า คนอเมริกันรัก เชลซี คลินตัน ลูกสาวคนเดียวของ อดีตประธานาธิบดี บิลล์ คลินตัน แห่งสหรัฐอเมริกา กับภริยา "ฮิลลารี คลินตัน" รัฐมนตรีต่างประเทศคนปัจจุบัน เพราะเห็นเธอมาแต่อ้อนแต่ออก ตั้งแต่เป็นลูกเป็ดขี้เหร่ใส่เหล็กดัดฟัน และไว้ผมหยิกฟู กระเซอะกระเซิง ยังวิ่งเล่นอยู่ในทำเนียบขาว จนวันนี้เติบใหญ่เป็นนางหงส์ ที่งดงามเหลือเชื่อ และประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน กลายเป็นแบบอย่างของความสำเร็จตามสไตล์อเมริกันดรีมแท้ๆ


หลังจากปล่อยให้ลุ้นกันมานานสองนาน ในที่สุด เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ที่ผ่านมา ลูกสาวประธานาธิบดีขวัญใจอเมริกันชน ก็ได้เป็นฝั่งเป็นฝาซะที ตอนวัยขึ้นเลขสามพอดิบพอดี โดยจูงมือวาณิชธนกรหนุ่ม "มาร์ค เมซวินสกี" วัย 32 ปี ลูกชายนักการเมืองชื่อดังชาวอเมริกันเชื้อสายยิว ซึ่งเป็นเพื่อนกับพ่อเจ้าสาว เข้าประตูวิวาห์ไปอย่างแฮปปี้ งานนี้นอกจากจะทุ่มงบกว่า 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในการจัดงานวิวาห์ให้ยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรีตระกูลคลินตัน ยังมีคำสั่งจากพ่อเจ้าสาวให้จัดมาตรการอารักขาความปลอดภัยเข้มงวดเต็มที่ พร้อมสั่งปิดน่านฟ้านิวยอร์ก และปิดถนนทุกสาย ที่มุ่งหน้าไปยังแอสเตอร์ คอร์ตส์ คฤหาสน์ริมแม่น้ำสุดหรู ในเขตไรน์เบค ห่างจากมหานครนิวยอร์กไปทางเหนือราว 145 กม. เพื่ออำนวยความสะดวกให้แขกเหรื่อ วีไอพีกว่า 500 คน ที่หลั่งไหลมาร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง

...


แรกเริ่มเดิมที ฝ่ายเจ้าสาว คือ "เชลซี" ยืนกรานเป็นมั่นเหมาะว่าต้องการจัดงานแต่งงานที่เรียบง่าย โลว์โพรไฟล์ และมีความเป็นส่วนตัวมากที่สุด จะเชิญเฉพาะญาติสนิทกับเพื่อนฝูงในแวดวงเท่านั้นมาเป็นสักขีพยาน โดยรายละเอียดทุกอย่างถูกปิดเงียบเป็นความลับ เปิดเผยก็แต่เพียงวันที่จัดงาน และบอกใบ้แค่ว่าสถานที่จัดงานอยู่แถวๆนิวยอร์ก เดือดร้อนถึงสื่อทุกสำนักต้องลงทุนสืบเสาะหาข้อมูลกันให้วุ่น เพื่อนำมารายงานข่าวให้ประชาชนที่สนใจใคร่รู้ได้ติดตามเป็นระยะๆ


และเมื่อฤกษ์ดีมาถึง กองทัพสื่อรวมถึงช่างภาพปาปาราซซี่ ที่ไปปักหลักรอทำข่าวล่วงหน้าเป็นวันๆ ก็ต้องเดินคอตกกลับบ้าน เพราะได้รับการขอร้องให้รออยู่นอกพื้นที่จัดงาน ห้ามเข้าไปยุ่มย่ามเด็ดขาด โดยหลังเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญ ท่านอดีตประธานาธิบดี บิลล์ คลินตัน ซึ่งเป็นพ่องานใหญ่คอยบงการทุกอย่าง ประกาศเพียงสั้นๆว่า ลูกสาวของพวกเราได้แลกคำมั่นสัญญากับ "มาร์ค เมซวินสกี" วาณิชธนกรหนุ่ม ว่าจะรักและซื่อสัตย์ต่อกัน เมื่อช่วงเย็นวันเสาร์ (31 ก.ค.) จากนั้นก็แจกรูปทางการไม่กี่ช็อต เพื่อให้สื่อนำไปเสนอข่าว


ในขณะที่คู่บ่าวสาวปิดปากเงียบไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆกับสื่อ อดีตประธานาธิบดี บิลล์ คลินตัน และภริยา ก็ทำหน้าที่ร่างแถลงการณ์แทน โดยระบุว่า..."วันนี้ผมกับฮิลลารี รู้สึกภาคภูมิใจ และปลื้มปีติ ยินดีอย่างที่สุด ที่ได้เห็นลูกสาวคนเดียว คือ "เชลซี" แต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝา และได้เริ่มต้นชีวิตคู่กับคนที่เธอรัก พวกเรายินดีต้อนรับลูกเขยคนนี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวเรา และในฐานะตัวแทนคู่บ่าวสาว พวกเราต้องขอบคุณทุกคนในละแวกไรน์เบค ที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี และขอบคุณสำหรับความปรารถนาดีของแขกเหรื่อทุกคน"

...


แหล่งข่าววงในออกมาเปิดเผยภายหลังว่า พิธีแต่งงานยิ่งใหญ่ที่สุดงานหนึ่งในประวัติศาสตร์จัดขึ้นตามประเพณีของคริสต์ศาสนาและยิว

โดย ฝ่ายเจ้าสาวปรากฏกายในชุดเจ้าสาวเกาะอกสีขาวเรียบโก้ ฝีมือ ออกแบบของ "เวรา แวง" เจ้าบ่าวสวมชุดสูทสีดำของเบอร์เบอรี่ ส่วนแม่ เจ้าสาวเลือกชุดหรูหรากว่า เป็นฝีมือตัดเย็บของดีไซเนอร์ระดับตำนาน "ออสการ์ เดอ ลา เรนตา" งานนี้คุณพ่อเจ้าสาวยังลงทุนลดน้ำหนักถึง 9 กิโลกรัม เพื่อลูกสาวสุดที่รัก แม้จะผ่านงานใหญ่ๆระดับโลกมานับไม่ถ้วน แต่เมื่อถึงตอนส่งตัวลูกสาวให้ลูกเขยรับช่วงดูแลต่อ อดีตประธานาธิบดี บิลล์ คลินตัน กลับน้ำตาคลอเบ้าด้วยความปลื้มปีติ!!

...


แต่ไหนแต่ไรมาเป็นที่ขึ้นชื่อลือชาว่า ประธานาธิบดี บิลล์ คลินตัน ทั้งรักทั้งหวง "เชลซี" ดังแก้วตาดวงใจ ส่วนหนึ่งคงเพราะเธอเป็นลูกสาวคนแรกและคนเดียวของครอบครัว เธอยังเป็นกาวใจสำคัญที่ช่วยประสานรอยร้าวระหว่างพ่อแม่ โดยเฉพาะตอนเกิด เรื่องอื้อฉาวพัวพันกับลูวินสกี!!

"เชลซี" ลืมตาดูโลกเมื่อวันที่ 27 ก.พ. 1980 ตอนที่พ่อของเธอดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าการรัฐอาร์คันซอสมัยแรก โดยตั้งแต่เล็กๆก็ส่อเค้าแล้วว่าเธอมีไอคิวสูงเกินเด็กวัยเดียวกัน พ่อแม่ของเธอสนับสนุนเรื่องการเรียนอย่างเต็มที่ แม้แต่ในห้องทำงานของผู้ว่าการรัฐอาร์คันซอ ก็มีโต๊ะเขียนหนังสือเล็กๆไว้ให้ลูกสาวทำการบ้าน

กระนั้น ชีวิตเงียบสงบของเด็กหญิงตัวน้อยๆจากรัฐอาร์คันซอ ต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่มีวันเหมือนเดิม เมื่อคุณพ่อของเธอชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีคนที่ 42 ของสหรัฐอเมริกา ในปี 1992 ส่งผลให้เด็กหญิงเชลซี วัย 12 ปี ต้องเลื่อนสถานะขึ้นเป็นลูกสาวประธานาธิบดี และเก็บกระเป๋าเข้าไปอยู่ในทำเนียบขาวในปีถัดมา

ตั้งแต่วันแรกที่ เข้าพิธีสาบานตนเพื่อรับตำแหน่งประธานาธิบดี "บิลล์ คลินตัน" ก็แสดงจุดยืนไว้ชัดเจนว่า ต้องการให้ลูกสาวคนเดียวเติบโตขึ้นแบบเด็กปกติทั่วไปเท่าที่จะสามารถทำได้ แต่ด้วยการล้ำเส้นของสื่อ ที่มักหยิบยกเรื่องความเฉิ่มเชยและบุคลิกเก้งก้างของลูกสาวประธานาธิบดีขึ้น มาล้อเลียนสนุกปาก ทำให้คนเป็นพ่ออดรนทนไม่ไหว ต้องออกโรงปกป้อง ลูกรัก โดยทำข้อตกลงกับสื่อให้เลิกนำเสนอข่าวเกี่ยวกับ "เชลซี"

อดีต ประธานาธิบดี บิลล์ คลินตัน เคยให้สัมภาษณ์ไว้ตอนที่ลูกสาว อายุ 16 ปีเต็มว่า... "ทุกครั้งที่ "เชลซี" เดินออกนอกบ้าน ผมจะต้องอยู่รอจนเธอกลับมา ทั้งๆที่รู้ว่ามีผู้ติดตามคอยอารักขา มันอาจจะดูล้าสมัย แต่คนเป็นพ่ออย่างเราคงข่มตานอนไม่ได้จนกว่าจะได้ส่งลูกสาวเข้านอนแล้ว"

น่า เสียดายที่ความพยายามของ "บิลล์ คลินตัน" ในการปกป้องลูกสาวให้ห่างไกลจากสื่อ เป็นอันสิ้นสุดลง เมื่อ "เชลซี" เข้าเรียนต่อปริญญาตรีด้านเคมี ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ในรัฐแคลิฟอร์เนีย (ภายหลังเปลี่ยนเมเจอร์ เป็นประวัติศาสตร์) แม้สุภาพสตรีหมาย เลขหนึ่งจะขอร้องสื่อทุกแขนงให้ปล่อย "เชลซี" ได้มีชีวิตแบบนักศึกษาทั่วไป แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว แค่วันแรกของการเปิดเทอม ก็มีกองทัพสื่อหลายร้อยชีวิต ไปรอทำข่าวลูกสาวประธานาธิบดีอย่างคึกคัก

...


ในปี 1998 หนังสือพิมพ์นิวยอร์ก โพสต์ เป็นผู้นำร่องแหกกฎเป็นฉบับแรกๆ โดยพาดหัวตัวโตขึ้นหน้าหนึ่งว่า ใจดวงร้าวของ "เชลซี"!!

ตอน นั้นเธอกำลังติดหนึบอยู่กับ "แมทธิวเพรียซ" แฟนหนุ่มนักว่ายน้ำประจำมหาวิทยาลัย เป็นช่วงเดียวกับที่เกิดข่าวฉาวลือลั่นทำเนียบขาวเรื่องลูวินสกี โดยข่าวยังระบุว่าลูกสาวประธานาธิบดีเครียดจัดจนต้องเข้ารับการบำบัด!! จากนั้นไม่นาน "เชลซี" ก็ตกเป็นข่าวพัวพันกับหนุ่มหล่อคนใหม่ ชื่อว่า "เจเรมี เคน" เคยฝึกงานที่ทำเนียบขาวในช่วงซัมเมอร์ กระนั้นสัมพันธ์รักดำเนินไปแค่ 18 เดือน


หลังจากเรียนจบปริญญาตรีเกียรตินิยมจากสแตนฟอร์ด เมื่อปี 2001 ลูกสาวประธานาธิบดีทิ้งความเป็นลูกแหง่ ขอบินเดี่ยวไปเรียนต่อปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ โดยครั้งนี้เธอเลือกศึกษาต่อด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และที่ออกซ์ฟอร์ดนี่เอง ที่ทำให้ลูกเป็ดขี้เหร่ได้มีโอกาสเปิดหูเปิดตา สู่โลกกว้าง และตัดสินใจโมดิฟายตัวเองครั้งใหญ่ ด้วยความช่วยเหลือจากดีไซเนอร์อิตาเลียน "โดนาเทลลา เวอร์ซาเช่" จนกลายเป็นสาวมาดมั่นทันสมัยล้ำเทรนด์ ระหว่างที่อยู่อังกฤษห่างไกลสายตาพ่อแม่ "เชลซี" ได้คบหากับหนุ่มหล่อพ่อรวย ตระกูลดังของแคลิฟอร์เนีย ชื่อว่า "เอียน เคลาส" จนใครๆคิดว่าเธอน่าจะลงเอยกับผู้ชายคนนี้

ความเคลื่อนไหวของ "เชลซี คลินตัน" เริ่มเป็นที่จับตามองน้อยลง หลังจากพ่อของเธอหมดวาระการเป็นประธานาธิบดีสมัยที่สอง เมื่อปี 2001 โดยหลังเรียนจบจากออกซ์ฟอร์ด ในปี 2003 เธอกลับมาทำงานที่อเมริกา โดยเริ่มงานแรกกับบริษัทที่ปรึกษาชื่อดัง "แมคคินซีย์ แอนด์ คอมปานี" ในนิวยอร์กซิตี ระหว่างนี้ก็ทำปริญญาโทอีกใบที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย โดยศึกษาด้านสาธารณสุข ปัจจุบันกำลังทำด็อกเตอร์ต่อที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก และทำงานในธุรกิจเฮดจ์ฟันด์


ชื่อของลูกสาวประธานาธิบดีขวัญใจอเมริกันชนกลับมาโด่งดังขึ้นหน้าหนึ่ง อีกครั้ง ช่วงปลายปี 2009 เมื่อมีการประกาศข่าวดีเรื่องที่เธอหมั้นหมายกับแฟนหนุ่มที่คบหากันมานาน คือ "มาร์ค เมซวินสกี" ซึ่งพัฒนาความสัมพันธ์จากเพื่อนสมัยเรียน จนกลายเป็นคนรู้ใจ

นอกจากครอบครัวของหนุ่มคนนี้จะเป็นนักการเมือง เต็มตัว และมีความสนิทสนมกับครอบครัวคลินตันเป็นพิเศษ โดยพ่อของเขาเคยเป็น ส.ส.รัฐโอไฮโอ ส่วนแม่ของเขาเป็นอดีตสมาชิกสภาหญิง รัฐเพนซิลเวเนีย "มาร์ค" ยังเป็นหนุ่มอนาคตไกล และนิสัยดีมาก แถมเป็นลูกคนเดียวเหมือน "เชลซี" ซะด้วย จึงทำให้คุณพ่อคลินตันไว้วางใจกล้าฝากชีวิตลูกสาวไว้ให้ดูแล!!

ทีมข่าวหน้าสตรี