จากความชื่นชอบนำไปสู่อาชีพที่ภาคภูมิใจกับคำว่า "ครู" ซึ่งทำให้ ดร.จุฬิศพงศ์ จุฬารัตน์ อาจารย์หนุ่มแห่งภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ มีความสุขกับเส้นทางที่เลือกจะเป็นดร.จุฬิศพงศ์ หรือ "อาจารย์เอ็ต" เป็นลูกไม้ที่ไม่ไกลต้นของ สุชาดี มณีวงศ์ ผู้ผลิตรายการสารคดีชื่อดัง "กระจกหกด้าน" ซึ่งก่อนหน้าที่จะมาเป็นอาจารย์สอนหนังสือเต็มตัว "ดร.เอ็ต" ได้ช่วยงานของ ครอบครัว โดยอยู่เบื้องหลังของการผลิตรายการ

ดร.เอ็ต เล่าว่า หลังจากเรียนจบด้วยคะแนนเกียรตินิยม จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีฯลาดกระบัง ซึ่งยังหาจุดที่ชอบไม่ได้ พอดีบริษัทของคุณแม่ ขาดคนเลยเข้ามาช่วย แต่ด้วยความที่ไม่ได้เรียนทางด้านนิเทศศาสตร์ ต้องเริ่มจากศูนย์ ตั้งแต่แบกกล้อง, ส่งเทป, เป็นผู้ช่วยกล้อง ใช้วิชาครูพักลักจำ จนพัฒนามาทำตัดต่อ และกลายมาเป็นโปรดิวเซอร์ในที่สุด

แต่ ด้วยความชื่นชอบทางด้านวิชาการ ดร.เอ็ต บอกว่า ทำงานให้ที่บ้านได้สักพัก ก็ขอคุณแม่เรียนหนังสือต่อ ได้ไปเรียนปริญญาโท สาขาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม ที่คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และยาวไปถึงปริญญาเอก ในสาขาประวัติศาสตร์ ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พอจบ ทางจุฬาฯจึงชักชวนให้มาเป็นอาจารย์สอนหนังสือในคณะอักษรศาสตร์ ในวิชาที่ตนถนัด เลยขอทางบ้านว่าขอทำงานใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมาให้เป็นประโยชน์ ต่อสังคม และขอช่วยที่บ้านในฐานะที่ปรึกษาบริษัท ไม่ทำเต็มตัวเหมือนเมื่อก่อน ปล่อยให้พี่สาว-จุฬาพิช และน้องชาย-อลงกรณ์ สานงานของครอบครัวแทน

ผม ไม่เคยคิดว่าจะเป็นครู แต่อาจจะเป็นเพราะเรียนอยู่ที่โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำให้เราเป็นผู้นำและกล้าพูดในที่สาธารณะ พอมาได้เป็นครูก็รู้เลยว่าใช่ มีความสนุกกับการทำงาน ไม่เบื่อ ไม่รู้สึกว่าไปทำงานแล้วให้ผ่านไปแต่ละวันการสอนมีสิ่งท้าทายเราทุกวัน และทุกวันนี้ผมก็ชอบที่จะเรียกตัวเองเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ เพราะการเป็นนักเรียนทำให้เราไม่หยุดเรียน ผมชอบที่จะเรียนรู้ ค้นคว้า แล้ววิชาประวัติศาสตร์แม้จะเป็นเรื่องในอดีต แต่ไม่มีความตายตัว เราสามารถตีความพัฒนาความคิด

เมื่อถามถึงความชื่นชอบในวิชา ประวัติศาสตร์ ดร.เอ็ต ย้อนเล่าว่า ตนเกิดมาในช่วงที่ทางบ้านเริ่มสร้างตัว พี่น้อง 4 คนล้วนได้รับการเลี้ยงดู จากคุณตาคุณยาย ความที่อยู่กับผู้ใหญ่จึงซึมซับของโบราณ เรื่องราวโบราณ ทำให้ชื่นชอบวิชาประวัติศาสตร์ แม้จะเรียนมาทางด้านสายวิทย์ และเคยคิดอยากเป็นหมอ แต่สอบไม่ติด กลับไปติดคณะสัตวแพทย์ เคยไปเรียนแล้ว ลาออก เพราะรู้ว่าไม่ใช่ตัวเอง เลยมาลองสอบใหม่

สำหรับมาดของอาจารย์ เอ็ต ขณะที่สอนนิสิตเป็นอย่างไร ดร.เอ็ต บอกว่า เวลาสอนเด็กๆ ตนจะลดช่องว่างระหว่างลูกศิษย์และอาจารย์ลง มองว่าพวกเขาเป็นน้อง เป็นลูกหลานมากกว่า และชอบเรียกตัวเองว่าครูมากกว่าอาจารย์ พอเราเปิดกับเด็ก เขาก็จะกล้าแสดงความคิดเห็น เพราะการสอนวิชาประวัติศาสตร์ของตน ไม่ใช่ให้เด็กท่องจำ แต่ให้เด็กได้คิดวิเคราะห์ด้วยเหตุด้วยผล นอกจากนี้ ยังนำสื่อการสอนที่น่าสนใจมาใช้ ซึ่งได้จากการทำงานทางด้านสื่อของที่บ้าน จึงนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์

ในฐานะที่เป็นครูและคนรุ่นใหม่ ดร.เอ็ต บอกว่า "สังคมเราที่แย่ลงตอนนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการศึกษาที่เราเน้นแต่เก่ง แต่ขาดคุณธรรมจริยธรรม ฉลาดแต่โกงกิน บางทีเราคงต้องย้อนไปดูเวลาเริ่มต้นการศึกษา น่าจะได้เรียนควบคู่ไปกับศาสนา พร้อมกับปลูกฝังเรื่องศีลธรรมจริยธรรม ก่อนเน้นเรื่องวิชาการ"
น่าจะเป็นคำแนะนำที่ดีที่ผู้ใหญ่ในวงการศึกษาควรจะรับฟังไว้บ้าง.

...