วิวัฒนาการความงามในอุดมคติของหญิงสาวแต่ละยุคสมัย ล้วนสะท้อนถึงเรื่องราวความเชื่อ วัฒนธรรม นัยทางสังคม รวมถึงวิธีการนับร้อยนับพันที่สาวๆต่างสรรหามาปรุงแต่งเพื่อให้ตัวเองดูดี ที่สุด ไล่ตั้งแต่วิธีการธรรมดา ไปจนถึงวิธีการแปลกประหลาด ซึ่งอาจดูน่าฉงน และพิสดารเกินเข้าถึง
ตำนานความงามล้ำเลิศของสาวยุค โบราณกว่า 100,000 ปี จากหลากหลายอารยธรรมต้นกำเนิดของโลก ได้ถูกรวบรวมไว้ในหนังสือชุดพิเศษ "100,000 Years of Beauty" สนับสนุนการจัดทำโดยมูลนิธิลอรีอัล เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบ 100 ปี ของการก่อตั้งบริษัทฯ ในปี 2552 โดยทางมูลนิธิลอรีอัลได้ร่วมมือกับนักประวัติศาสตร์ นักปรัชญา นักมนุษยศาสตร์ นักสังคมศาสตร์ และศิลปินจำนวน 300 คน จาก 35 ประเทศทำการศึกษาวิวัฒนาการความงาม และความหมายแท้จริงของความงาม โดยแบ่งเป็น 5 ยุคสมัย ได้แก่ Prehis– tory, Antiquity, Classical Age, Globaliza– tion และ The Future
สาวๆในยุคอียิปต์โบราณ ให้ความสำคัญกับน้ำหอมเป็นอย่างมาก นอกจากจะใช้ เพื่อความงามแล้วยังใช้รักษาโรคด้วย โดย "Kyphi" เป็นน้ำหอมที่โด่งดังที่สุดแห่งยุค ทำจากดอกไม้นานาชนิด น้ำผึ้ง ไวน์ และพืชตระกูลเบอร์รี่ต่างๆ เชื่อกันว่า เมื่อดื่มน้ำหอมนี้แล้วจะช่วยรักษาโรคปอด ลำไส้ และตับ
สำหรับ ยุคกรีกโบราณ การมีผมสีบลอนด์เป็นสิ่งที่หญิงสาวทุกคนปรารถนา โดยเส้นผมที่เปล่งประกายถือเป็นความงามล้ำเลิศ แต่สีผมของสาวชาวกรีกส่วนใหญ่ กลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น พวกเธอจึงสรรหาวิธีย้อมสีผมด้วย สารหนู และยังชำระล้างเส้นผมด้วยขี้เถ้ากับน้ำมันมะกอก และน้ำเปล่า
เมื่อ เข้าสู่ ยุคกลาง สาวๆเริ่มคิดค้นสูตรความ งามจากก้นครัว โดยเสาะหาอาหารนานาชนิดมาประทิน ผิว เช่น น้ำนมอัดเม็ดเพื่อใช้ทาใบหน้าช่วยรักษาสิวและหนอง น้ำแตงกวาช่วยกำจัดกระ แต่ที่เด็ดสุด คือการกำจัดรอยเหี่ยวย่นด้วยครีมสูตรพิเศษ ซึ่งทำมาจากขี้ผึ้ง น้ำมันอัลมอนด์ และไขมันจระเข้
...
ในสมัยเรอเนซองส์ สาวอิตาเลียนมักชอบให้แก้มและปากแดงระเรื่อ พวกเธอจึงได้นำสีแดง ซึ่งย้อมจากไม้จันทน์และชาด ผสมเข้ากับขี้ผึ้งหรือไขมันจากสัตว์ ผลลัพธ์คือ สีปากและแก้มแดงสมใจนานหลายสัปดาห์ แม้จะล้างหน้าทุกวันแล้วก็ตาม
ส่วน ยุคทองของสเปน หญิงสาวนิยมให้ตัวเองมีผิวขาวเนียนเรียบดุจเครื่องปั้นดินเผา จึงรับประทานดินเหนียว แม้ว่าจะทำให้หญิงสาวหลายคนต้องเสียชีวิตด้วยโรคโลหิตจาง ในปลายศตวรรษที่ 18 สตรีชั้นสูงของฝรั่งเศส รวมถึงพระนางมารีอังตัวเน็ต ต่างหลงใหลผิวพรรณที่เกลี้ยงเกลาดุจหินอ่อน พวกเธอนิยมผัดหน้าจนหนาเตอะ ด้วยผงแป้งที่ทำมาจากส่วนผสมต่างๆที่มีสีขาว เช่น ตะกั่ว แป้งโรยตัวบดละเอียด โดยนำมาผสมเข้ากับขี้ผึ้ง ชั้นไขมันของปลาวาฬ หรือน้ำมันสกัดจากผัก เพื่อให้เนื้อแป้งข้นเหนียว จนสามารถยึดติดกับผิวหน้าชนิดที่ว่าไม่หลุดล่อนเป็นแผ่น
ปลายศตวรรษ ที่ 19 นักทำน้ำหอม "ยูจีน ริมเมล" เป็นผู้คิดค้นมาสคาร่าแบบเนื้อเค้กเป็นครั้งแรกของโลก โดยทำมาจากเขม่าถ่านหิน ผสมกับสบู่ก้อนเล็กเท่าลูกเต๋า เวลาใช้งานต้องทำให้ขนแปรงเปียก และถูกับเนื้อเค้ก แล้วค่อยนำมาปัดขนตา หญิงสาวยุคนั้นจึงนิยมบ้วนน้ำลายเพื่อให้เนื้อเค้กเปียกชื้นก่อนใช้
เคล็ดลับความงามทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์และความ อุตสาหะของหญิงสาวในยุคโบราณเพื่อรังสรรค์ความงามให้ตัวเอง สำหรับผู้สนใจเรื่องประวัติศาสตร์ความงามระดับโลก ร่วมฟังการเสวนาในหัวข้อ "100,000 Years of Beauty...the Meaning of Beauty" ได้ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพ– มหานคร สี่แยกปทุมวัน วันที่ 20 ส.ค.นี้ เวลา 14.00-16.30 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ สำรองที่นั่ง โทร.0-2627-3510 ต่อ 106 หรือ 216.
...