วันหยุดยาวในช่วงสุดสัปดาห์ก่อน แก๊งสาวโสดขับรถเรื่อยๆชิลๆไปเที่ยวเมืองจันทบุรี เสาะหาของกินและแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ทำให้ไปรู้จักกับหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่ระหว่างเกาะเล็กๆในเขตอำเภอแหลมสิงห์ หมู่บ้านนี้ชื่อว่า “เกาะเปริด”

อ่านว่า เปิดแต่มี ร. เรือ อย่าเผลอไปอ่านว่า เกาะเป-ริด เป็นอันขาด

เปริด...เป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆที่เคยเป็นเกาะในจำนวน 3 เกาะ คือ เกาะกวาง เกาะนางรำ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าเกาะปลาวาฬ และ เกาะเปริด

ถ้าพูดถึงความสวยงามของชายหาดที่นี่ เกาะเปริด อาจเทียบชั้นไม่ได้กับเกาะอื่นๆที่มีมุมสวยของน้ำทะเลใสๆสีเทอร์ควอยซ์ แต่ถ้าวัดกันที่เรื่องราวหรือ story ของหมู่บ้าน และมุมที่เป็นไฮไลต์ที่ต้องไปเที่ยวชมแล้วละก็...เกาะเปริด มีอยู่เต็มๆ

เกาะเปริดมีลักษณะเป็นเกาะเล็กๆยื่นออกมาจากแผ่นดินใหญ่ ล้อมรอบด้วยทะเลอ่าวไทย มีภูมิประเทศเป็นภูเขา สมัยชาวจีนโพ้นทะเลล่องเรือสำเภามาค้าขายนิยมมาพักค้างคืนที่เกาะนี้ เพราะเห็นว่าเป็นทะเลเปิด เลยเรียกชื่อว่า เกาะเปิด แต่ต่อมามีโรคระบาดเกิดขึ้นบนเกาะ ทำให้ผู้คนล้มตาย และพากันหนีออกไปจากเกาะ กระทั่งช่วงสงครามเวียดนามหลังกรุงไซ่ง่อนแตก ชาวเวียดนามและกัมพูชาได้ลงเรืออพยพหนีสงครามและมาขึ้นฝั่งที่ อ่าวโล้ง ซึ่งอยู่ในบริเวณเกาะ ได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น...เกาะเปริด จะเพื่อแก้เคล็ดหรือความเป็นสิริมงคลก็แล้วแต่ แต่ที่สุดแล้ว เกาะนี้ก็ได้ชื่อว่า เปริด มาจนถึงปัจจุบัน

...

เราไปถึง เกาะเปริด ในช่วงค่ำ ก่อนจะเข้าพักที่โฮมสเตย์ ซึ่งเป็นบ้านหลังเล็กๆอยู่ติดทะเลเลยทีเดียว ชื่อว่า ปู่ทะเล โฮมสเตย์ เจ้าของบ้านซื้อบ้านเก่าที่ชาวบ้านย้ายไปอยู่กรุงเทพฯกันหมด มาปรับปรุงเล็กน้อย ทำเป็นโฮมสเตย์ให้เข้าพัก ซึ่งน่าจะรองรับได้ประมาณ 10-15 คน เป็นอย่างมาก ความสะดวกสบายบอกเลยว่าไม่ต้องคาดหวัง เพราะการมาเที่ยวที่นี่ คือมาแบบบ้านๆ อยู่แบบชาวบ้านๆจริงๆ แต่ตื่นเช้ามาก็ได้เห็นทะเลอยู่ตรงหน้าแบบที่กรุงเทพฯไม่มี...แค่นั้น

อรุณสวัสดิ์...เกาะเปริด ด้วยกาแฟและข้าวต้มเครื่องร้อนๆที่เจ้าของบ้านนำมาบริการ ระหว่างรอแก๊งสาวๆเขียนคิ้ว แต่งหน้า ทาปาก เพื่อเตรียมตัวไปดำน้ำกันที่เกาะกวาง เราถือโอกาสออกไปเดินเที่ยวสัมผัสชีวิตผู้คนบนเกาะ หลายบ้านยังคงอาชีพเดิมๆ คือ ประมง แต่ก็ดูจะเป็นลมหายใจที่รวยรินของชาวประมงรุ่นปู่ย่า ที่นับวันเรี่ยวแรงจะลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ ขณะที่ความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำในช่วงนี้ ต้องออกเรือไปไกลมากขึ้น ถึงจะได้ปลาหรือกุ้ง หมึกตัวโตๆมาขาย บ้านหลายหลังที่สวยๆบนเกาะจึงถูกปล่อยทิ้งร้างให้ทรุดโทรม เพิ่งจะมีในระยะหลังๆนี่ล่ะ ที่คนรุ่นกลางๆเริ่มกลับบ้าน และปรับปรุงบ้านให้เป็นที่พัก เพื่อที่จะรองรับนักท่องเที่ยว

เราเดินผ่านถนน กลางตลาดได้กลิ่นหอม น้ำปลาโชยมาเตะจมูก ใช่เลย...ข้างหน้าเป็นโรงน้ำปลาเก่าแก่ของเกาะเปริด ชื่อ โรงน้ำปลาดำรงค์ศิลป์ เป็นโรงน้ำปลาเก่าแก่อายุกว่า 80 ปี เป็นโรงผลิตน้ำปลาที่ร้านค้าและคนในภาคตะวันออกรู้จักกันเป็นอย่างดีว่าเป็นน้ำปลาแท้...ซึ่งก่อนจะกลับพวกเรายังแวะซื้อติดไม้ติดมือกลับมาคนละขวดสองขวด... ยืนยันว่าแค่คลุกข้าวสวยร้อนๆก็อร่อยแล้ว

...

กลับมาที่พัก ทุกคนพร้อม เตรียมตัวไปดำน้ำกันที่ เกาะกวาง ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับเกาะเปริด เป็นเกาะเล็กๆถึงเล็กมาก มีประตูหินให้ลอด และจุดที่เรียกว่า ถ้ำโจรสลัด มีคนในท้องถิ่นมาถ่ายพรีเวดดิ้งอยู่บ่อยๆสำหรับเกาะนี้

ปะการังที่เกาะกวางยังสมบูรณ์อยู่มาก แต่อาจจะไม่สวยเท่าปะการังฝั่งอันดามัน แต่ถ้าดำสนอร์เกิลแบบขำๆก็พอได้อยู่ เพราะถ้ามาเที่ยวเกาะเปริด บางทีอาจจะดูเหมือนไม่มีอะไรทำ ทริปดำน้ำเกาะกวางก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เข้าท่า...หรือจะแค่เล่นน้ำริมๆชายหาดบนเกาะ ก็ถือว่าได้ความสุขแบบจันทบุรีไปละ

ตกบ่ายๆพวกเรากลับมาที่เกาะเปริด คืนนี้...เราจะนอนพักกันที่ เจริญกัลป์ โฮมสเตย์ ที่ถือว่าเป็นโฮมสเตย์แห่งแรกบนเกาะ อยู่ใกล้ๆกับโรงน้ำปลา แม้ว่าจะไม่ติดทะเล แต่ก็ได้สัมผัสวิถีชีวิตคนประมงดั้งเดิม มองจากระเบียงห้องลงมาเห็นทะเลอยู่ลิบๆ ถือเป็นโฮมสเตย์ที่ใหญ่ รองรับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 40 คน เรียกว่าถ้ามากันเป็นกลุ่มใหญ่ที่นี่น่าจะพร้อมกว่าปู่ทะเล ที่วิวสวยแต่เล็กกว่า

ก่อนเข้าที่พักเดินขึ้นเขาไปอีกนิด มีจุดชมวิว ผาสุขนิรันดร์ แต่ไฮไลต์จริงๆคือ หน้าผาที่มองมาจากจุดชมวิว จะเห็นภูเขาริมทะเลตัดครึ่งมีบันไดลงไปด้านล่าง...สวยงามพอๆกับ อูลูวาตู...วัดโบราณบนหน้าผาที่บาหลี

...

มื้อเย็นวันนี้ เป็นซีฟู้ดสดๆจากทะเล และปลาสลากขูดสดๆทำเป็นทอดมัน ปลาทูมันต้มยำรสแซ่บจี๊ดจ๊าด แค่นี้ก็เป็นความสุขที่หาได้ยากในเมืองใหญ่แล้ว...เพิ่งเข้าใจคำคมของพี่สาวร่วมอาชีพที่บอกว่า พี่ชอบมาเมืองจันท์...มากี่ครั้งก็มีความสุข แล้วนางก็ติดแฮชแท็ก #สุขทุกวันที่จันทบุรี...ที่ การท่องเที่ยวแห่ง ประเทศไทย (ททท.) จะเอาไปเป็นแคมเปญ เขาก็ไม่หวงลิขสิทธิ์

หลับฝันดีกันอีกคืน...ก่อนกลับพวกเราแวะสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันที่วัดเกาะเปริด ต่อด้วยส้มตำ เจ๊ลักษณ์ แหลมสิงห์ ปิดท้ายด้วย กาแฟขมร้อนๆที่ จันท์ลั่นทุ่ง ร้านกาแฟสุดชิกกลางทุ่งนาที่ใครๆก็ต้องมาเช็กอิน

ทริปนี้บอกเลยว่า เสน่ห์ทะเลจันท์...เย้ายวนหัวใจให้อยากกลับมาอีกหลายๆครั้ง ใครที่มองหาแหล่งท่องเที่ยวแบบ Go Local ไม่ไกลกรุงเทพฯ แนะนำที่นี่เลย เกาะเปริด...

...

เพราะจันทบุรี...มากี่ที ก็หลงรัก...!!!