ที่สนามบินนานาชาติฮ่องกง ในเวลานี้หนาแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวจากหลายประเทศ คงปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือห้วงเวลาที่ภาคการท่องเที่ยว ธุรกิจร้านอาหาร สายการบิน โรงแรม บริษัทท่องเที่ยว รวมถึงรัฐบาลท้องถิ่นฮ่องกงเฝ้ารอคอย
นั่นเป็นเพราะว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ปีของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ฮ่องกง (รวมถึงประเทศจีน) ได้ถูกตัดขาดจากนักท่องเที่ยว ทั้งที่ครั้งหนึ่งสถานที่แห่งนี้มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาจับจ่ายอย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวในรูปแบบของธีมปาร์กจากดิสนีย์แลนด์ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์ และอาหารสตรีทฟู้ด
ข้อมูลจากการท่องเที่ยวฮ่องกง เปิดเผยว่า จำนวนนักท่องเที่ยวในปี 2019 ซึ่งเป็นห้วงเวลาก่อนหน้าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ฮ่องกง มีตัวเลขนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 55.9 ล้านคน
ในส่วนตัวเลขที่การท่องเที่ยวขาเข้าล่าสุดในเดือนมกราคมปี 2023 อยู่ที่ประมาณ 5 แสนคน เพิ่มขึ้น 3 เท่า จากเดือนธันวาคม 2022 ฟื้นตัวคิดเป็นร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยวขาเข้ารายวันของปี 2019
ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนักที่เราจะได้เห็นการ “โปรโมต” สถานที่ท่องเที่ยวอย่างมากมายโดยรัฐบาลท้องถิ่นฮ่องกง ในการสร้างความร่วมมือกับสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในฮ่องกง ไม่ว่าจะเป็น “Sky Terrace” ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดในฮ่องกง บนทัศนียภาพแบบพาโนรามา 360 องศา พร้อมเห็นความสวยงามของอ่าววิคตอเรีย
...
ขณะเดียวกัน ฮ่องกง ยังเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งแบบลุยๆ ท่ามกลางธรรมชาติ โดยเฉพาะที่เกาะเฉิ่งเจ้า (Cheung Chau) หรือในชื่อภาษาไทยก็คือ เกาะยาว ซึ่งเป็นเกาะขนาดเล็ก เดินทางไม่ยากจากเรือข้ามฟากบริเวณสถานีเซ็นทรัล เมื่อไปถึงจะพบกับร้านอาหารทะเลที่รสชาติถูกปากคนไทย มีชายหาด และมีจุดชมวิวอยู่ด้านบนสุดของเกาะ
ขณะเดียวกัน ฮ่องกง ก็เป็นพื้นที่ที่มีความเป็นพหุวัฒนธรรมสูง ซึ่งเห็นได้จากการผสมผสานความเชื่อของลัทธิเต๋า หลักคิดของขงจื๊อ และพระพุทธศาสนา เข้าไว้ด้วยกัน และฮ่องกงก็ขึ้นชื่อในเรื่องวัดพุทธที่สวยงาม ยกตัวอย่างเช่น วัดเจ้าแม่กวนอิม ฉี่ซ้าน ที่อารามแห่งนี้มีกลิ่นอายของความเงียบสงบ ปราศจากสิ่งเจือปน เพียงได้เห็นด้วยตาก็สัมผัสได้ถึงความศักดิ์สิทธิ์ กลายเป็นสถานที่ที่แวะเวียนเข้ามาเพียงครู่เดียวก็รู้สึกได้ถึงการชำระล้างจิตวิญญาณ
นอกจากนี้ ในส่วนนักท่องเที่ยวที่เป็นชาวไทยโดยเฉพาะ การเดินทางไปยัง วัดหว่องไทซิน ก็น่าจะอยู่ในแผนที่เที่ยวของใครหลายคน เพราะครอบคลุมความต้องการครบถ้วนทั้งในด้านโชคลาภ การเงิน ความสำเร็จ รวมถึงความรักจากเทพเจ้าเย่โหลว (Yue Lao) หรือเฒ่าจันทรา
...
...
แต่ถ้ามีจุดมุ่งหมายปลายทางเป็นพิพิธภัณฑ์ ฮ่องกง ยังมีสถานที่เที่ยวดีๆ เอาไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยว ทั้งส่วนที่เป็น พิพิธภัณฑ์พระราชวังฮ่องกง สถานที่แสดงสมบัติล้ำค่าจากพระราชวังที่กรุงปักกิ่ง และที่อยู่ใกล้ๆ กันก็คือ พิพิธภัณฑ์ร่วมสมัย M+ โดยเฉพาะในเวลานี้ที่มีนิทรรศการใหม่ของ ยาโยอิ คุซามะ ภายใต้ชื่อ 1945 to Now ซึ่งได้รวบรวมผลงานเก่าๆ มากกว่า 200 ชิ้น
...
ขณะที่ Arte M นิทรรศการแบบ Immersive ที่ใช้วัตถุ พื้นที่ของธรรมชาติ เป็น Media Art ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ควรไปแวะไปเยี่ยมไปเยือนสักครั้ง
ไม่เว้นแม้แต่ ดิสนีย์แลนด์ ก็มีความกระตือรือร้นไม่น้อยที่จะได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวให้กลับมาเยือนดิสนีย์แลนด์อีกครั้ง ด้วยการปรับโฉมปราสาทหลังใหม่ให้กลายเป็น Castle of Magical Dreams สำหรับการนำตัวละครจากค่ายดิสนีย์มาส่งความสุขแก่ทุกคนที่มาเยือนสถานที่แห่งความฝันแห่งนี้
ในเวลาเดียวกันไม่ว่าจะเป็นความรุ่มรวยทางด้านอาหาร สถานที่ที่สายมูเชื่อว่าบนบานศาลกล่าวแล้วจะได้สมใจดังหวัง พิพิธภัณฑ์ทุกยุคทุกสมัย และดิสนีย์แลนด์ ซึ่งเป็นจุดหมายหลัก สามารถถูกต่อยอดและสานต่อได้อย่างไร้รอยต่อ จากการออกแคมเปญ “Hello Hong Kong” กลเม็ดเด็ดพรายต้อนรับนักท่องเที่ยวจากต่างแดนให้หลั่งไหลสู่เกาะฮ่องกง โดยเฉพาะทันทีที่ รัฐบาลท้องถิ่นฮ่องกง ประกาศว่าจะแจกตั๋วเครื่องบินฟรีเป็นจำนวน “ครึ่งล้านใบ” ให้แก่นักท่องเที่ยวตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไป
แน่นอนว่าทั้งหมดนี้มีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ การเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว การเพิ่มการบริโภค และเศรษฐกิจในท้องถิ่น แต่ก็ขึ้นอยู่ว่ารัฐบาลท้องถิ่นฮ่องกง จะสามารถสร้างความร่วมมือกับผู้ประกอบการทุกขนาด ไม่ว่าจะเป็นขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ได้มากน้อยแค่ไหน เพื่อสร้างความร่วมมือที่มีปลายทางเป็นเรื่องของเศรษฐกิจ.