ญี่ปุ่นยังคงเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของใครหลายคนเสมอ ต่อให้ยังไม่มีโอกาสไปเยือน หรือได้เคยไปสัมผัสเมืองต่างๆ มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่ญี่ปุ่นก็ยังคงมีพื้นที่ unseen ใหม่ๆ ที่รอเราไปสัมผัสความงามที่ซ่อนอยู่อย่าง ‘เซนได’ (Sendai) เมืองเอกของภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku) ที่มีความโดดเด่นทั้งในด้านความสมบูรณ์ของธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ เซนไดเป็นเมืองใหญ่และทันสมัย แต่ความก้าวหน้าในด้านต่างๆ ของเมืองได้ผสมผสานกับธรรมชาติได้อย่างสมดุล แม่น้ำที่ไหลผ่านกลางใจเมืองเซนได ต้นไม้ที่เขียวชอุ่มเป็นแนวตลอดถนน เป็นทิวทัศน์ที่สวยงามยากจะละสายตาได้ ทำให้เซนไดได้สมญาว่าเป็นเมืองแห่งต้นไม้ แห่งนี้งดงามด้วยหัวใจหลากสี โดยเฉพาะช่วงกำลังผลัดเปลี่ยนฤดูกาลแบบนี้ เซนไดเต็มไปด้วยเสน่ห์ทุกมุมและทุกย่างก้าวที่ได้สัมผัส …ว่าแล้วเช็กวันหยุด ค้นหาเที่ยวบิน ตรงไปเซนได พาสายตาไปค้นหาอะไรใหม่ๆ กันเถอะ
‘เซนได’ อุ่นไอในเมืองหลากอารมณ์
เซนได (Sendai) ตั้งอยู่ในจังหวัด ‘มิยางิ’ (Miyagi) ภูมิภาค ‘โทโฮคุ’ (Tohoku) ของญี่ปุ่น เมื่อก่อนนักท่องเที่ยวที่ไปเยือนโตเกียวจะสามารถนั่งรถไฟความเร็วสูงมาเยือนเซนไดได้ด้วยเวลาชั่วอึดใจ เพื่อสัมผัสธรรมชาติในมุมที่แปลกตา แต่ปัจจุบันนักเดินทางชาวไทยหลายคนก็เลือกจะบินตรงโดยสายการบินไทย ที่จะเริ่มเปิดให้บริการเส้นทางบินใหม่นี้ ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 62 เพื่อต้อนรับฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่กำลังมาเยือน รื่นรมย์กับเซนไดที่ใกล้กว่าที่เคย ในแบบที่ลึกซึ้งขึ้น หลายคนชื่นชอบธรรมชาติ และกลิ่นอายแห่งวัฒนธรรม ซึ่งแฝงฝังอยู่ในทุกอณูของเมืองที่เดินหน้าไปพร้อมกับความเจริญที่ไม่หยุดนิ่งของญี่ปุ่น เอกลักษณ์หนึ่งที่เซนไดยังคงรักษาไว้ได้สมค่ากับการได้ชื่อว่า ‘เมืองแห่งต้นไม้’ ก็คือพืชพันธุ์และต้นไม้น้อยใหญ่นานาที่แทรกตัวเป็นส่วนหนึ่งกับเมืองและวิถีชีวิตของผู้คนอย่างงดงาม ที่นี่เต็มไปด้วยสวนสาธารณะ และถนนสายต้นไม้ ที่ผู้คนสามารถเดินเข้าสูดพลังธรรมชาติได้ไม่มีวันเบื่อ
สวนสาธารณะอย่าง ‘นิชิโคเอน’ (Nishi Koen Park) ซึ่งเต็มไปด้วยต้นไม้หลากชนิดก็อ้าแขนคอยโอบกอดผู้ที่ถวิลหาพื้นที่สีเขียว ขณะเดียวกันต้นไม้เองก็มอบอารมณ์และสีสันได้ในแง่มุมที่แตกต่างด้วย อย่างในช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายน อันเป็นช่วงผลัดเปลี่ยนฤดูกาลนั้น สีเขียวของแมกไม้ค่อยๆ แปรเปลี่ยนสีสันเป็นสีส้มแดงแปลกตา ซึ่งงดงามจับใจดุจภาพวาดของศิลปินเอก ถนนสายหนึ่งที่ผู้คนหลงรักคือ ถนนโอบะ - โดริ (Aoba-dori) ที่สวยงามมหัศจรรย์ไปด้วยสีเหลืองทองตัดกับแดงสดของต้นไม้ใบไม้ที่เรียงรายอยู่สุดถนน แต่หากต้องการสัมผัสสายลมเย็นแห่งท้องทะเลไปด้วย ลองแวะไปเยือน ‘เกาะมัซซุชิมะ (Matsushima) ก่อนเก็บภาพสวยๆ ของใบไม้หลากสีไว้ในความทรงจำ
มนตร์ขลังแห่งอดีตไม่เคยจางหาย
เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของเซนไดที่ผู้มาเยือนประทับใจไม่ลืมเลือน คือ การเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความเจริญ แต่มีกลิ่นอายของวัฒนธรรมที่งดงาม มนตร์ขลังของอดีตไม่เคยจางหายไปจากที่นี่ พื้นที่แห่งประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดไปเยือน คือ ‘ปราสาทอาโอบะ’ (Aoba Castle) ที่นี่เต็มไปด้วยพลังแห่งอดีตในพื้นที่ประวัติศาสตร์ฝังตัวอยู่อย่างงามสง่า เราสามารถสักการะอนุสาวรีย์ของท่านไดเมียว ‘ดาเตะ มาซามุเนะ’ (Date Masamune) และชมเมืองได้จากมุมสูงที่สุดลูกหูลูกตายืนจากมุมนี้คุณอาจรู้สึกขึ้นมาว่า เราต่างเป็นมนุษย์ที่ตัวเล็กเพียงนิดเดียว
เซนไดยังมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อีกหลายแห่งที่แฝงตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติงดงาม ‘ศาลเจ้าโอซากิฮาจิมังกุ’ (Osaki Hachimangu) ก็เป็นอีกแห่งที่น่าสนใจ ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นมาเพื่อบูชา ‘เทพฮาจิมัง’ (Hachiman) เทพแห่งสงครามของชินโต ด้วยเหตุนี้ ศาลเจ้าโอซากิฮาจิมังกุ แห่งนี้จึงขึ้นชื่อถึงความศักดิ์สิทธิ์ในการขอพรเรื่องชัยชนะและความร่ำรวยแต่นอกเหนือจากมนตร์ขลังอันเป็นความเชื่อส่วนบุคคลแล้ว บรรยากาศที่ร่มรื่นน่าหย่อนใจ ถือเป็นรางวัลล้ำค่าที่ได้มาเยือน
นอกจากนี้ ยังมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และสวยงามอีกหลายแห่งในเซนไดที่ผู้คนนิยมไปเยือน ไม่ว่าจะเป็น ‘ศาลเจ้าฟุตะฮะชิระ จินจะ’ (FutahashiraShrinne) ที่หนุ่มสาวนิยมมาขอพรเรื่องความรัก ‘เซนได ไดแคนนอน’ (Sendai Daikannon) เพื่อสักการะเจ้าแม่กวนอิมองค์ยืนที่สูงถึง 100 เมตร หรือแม้แต่ ‘สุสานซูริโฮเอน’ (Zuihoden Mausoleum) สัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ของตระกูลดาเตะ
มาเที่ยวญี่ปุ่นทั้งทีสิ่งที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงคือ อาหารญี่ปุ่นแท้ๆ สำหรับเซนไดแล้ว อาหารที่ขึ้นชื่อที่สุดประเภทหนึ่ง ได้แก่ บรรดาอาหารทะเลสดๆ ที่ส่งตรงมาจากท้องทะเล ด้วยความที่เซนไดเป็นเมืองติดทะเล อาหารทะเลเมนูต่างๆ ของที่นี่จึงสดใหม่มาก ยิ่งถ้าหากเป็นแฟนคลับซูชิ หรือข้าวปั้นด้วยแล้วหน้าตายั่วๆ น่ารับประทานแบบนี้ จะอดใจได้อย่างไรไหว
หากมีเวลาอีกสักนิด ยังมีสถานที่อีกหลายแห่งในเซนไดที่น่าไปเยือนเช่นกันอย่างฟาร์มจิ้งจอกตัวจิ๋ว ‘Zao Fox Village’ หรือ หมู่บ้านจิ้งจอกซาโอ้ ก็ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของการได้มาเยือนที่นี่ โดยเฉพาะผู้ที่รักสัตว์เป็นทุนเดิม อาจหลงเสน่ห์หน้าตาแบบน่ารักๆ ของสุนัขจิ้งจอกผู้น่ารักแห่งเมืองเซนไดก็เป็นได้ เผื่อเวลาสักวันเอาไว้ไปเยี่ยมฟาร์มน้องจิ้งจอก ก่อนเดินทางไปเติมความอิ่มเอมกับธรรมชาติหลากสีสัน ก็นับว่าเป็นความคิดที่ไม่เลวเลยละ
เซนได ถือเป็นโลกใบใหม่อีกใบที่ควรค่าในการมาเยือนอย่างมาก ต่อการพาหัวใจของเราเข้าไปสัมผัส ไม่ใช่เพียงเพื่อแค่บอกทุกคนว่าได้มาแล้ว หากแต่ทว่าควรได้ซึมซาบด้วยหัวใจให้สมกับการเดินทางที่มีความหมายของเรา สำหรับใครที่เริ่มหลงเสน่ห์เมืองแห่งต้นไม้แห่งนี้เข้าให้แล้ว ตอนนี้สามารถจองเที่ยวบิน แล้วบินตรงไปยังเซนไดสัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน ด้วยเครื่องบินแบบโบอิ้ง 777-200 พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกสบายครบครัน ให้รางวัลชีวิตด้วยการเปิดรับประสบการณ์ใหม่ที่เซนได บินไปกับการบินไทยในราคาโปรโมชั่นอันแสนคุ้มค่าที่คุณพลาดไม่ได้ และอีก 5 เมืองยอดนิยมของประเทศญี่ปุ่น โตเกียว โอซากา นาโกยา ฟุกุโอกะ และซัปโปโร ได้ง่ายขึ้นกับการบินไทย สำรองที่นั่งได้แล้ววันนี้ที่ www.thaiairways.com หรือไม่ก็เลือกโปรแกรมเที่ยวแบบสบายๆ ด้วยบริการอันแสนประทับใจจากทัวร์เอื้องหลวง เพื่อทำให้ช่วงเวลาพิเศษของเราอบอวลด้วยความทรงจำที่งดงามจนยากจะเลือนลบ บินไปเซนได บินไปเที่ยวญี่ปุ่น บินไปกับการบินไทย สบายต่างกัน
ข้อมูลเพิ่มเติม
https://www.thaiairways.com/th_TH/offer/royal_orchid_holidays/Offers_Booking/Sendai_group.page?
https://www.thaiairways.com/th_TH/offer/royal_orchid_holidays/Offers_Booking/ROH_Sendai.page?