Victoria Memorial ร่องรอยความทรงจำจากอดีตภายใต้การปกครองของอังกฤษ.

การ เดินทาง ไปเยี่ยมชม 4 สังเวชนียสถาน อันได้แก่ กุสินารา พุทธคยา และสารนาถ (สถานที่แสดงปฐมเทศนา) ในประเทศอินเดีย กับลุมพินี ในประเทศเนปาล กำลังได้รับความนิยมจากพุทธศาสนิกชน ผู้เปี่ยมศรัทธา และเชื่อตามๆกันว่า สักครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้ไปเยือนจักเป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่

ถึง แม้ว่า "พุทธศาสนา" จะไม่ใช่ศาสนาประจำชาติ แต่ รัฐบาลอินเดีย ได้เล็งเห็นถึงความศรัทธาอันแรงกล้าของชาวพุทธ   อีกทั้งยังเป็นช่องทางทำรายได้เข้าประเทศ จึงได้ส่งเสริมให้มีการโปรโมตแหล่งท่องเที่ยวในเชิงศาสนามากขึ้น โดยเฉพาะ ศาสนาพุทธ ที่มีถิ่นกำเนิดในอินเดีย


ฉะนั้นแล้ว นอกเหนือจาก 4 ตำบล ดังกล่าว ก็ยังมีหลักฐานและร่องรอยของพุทธศาสนา ในอีกหลายพื้นที่ สมาพันธ์อุตสาหกรรมของอินเดีย หรือ Confederation of Industry (CII) ร่วมกับ การท่องเที่ยวของอินเดีย ประสานงานมายัง สมทรง สัจจาภิมุข ผู้บริหารบริษัท S.S.Travel Service นำเอเย่นต์ทัวร์จากประเทศไทยร่วมสำรวจเส้นทางในภาคตะวันออกของประเทศอินเดีย ที่มีพื้นที่ติดกับอ่าวเบงกอล รวมทั้งจัดประชุม   Destination   East   แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาที่น่าสนใจในย่านนี้

เส้นทางใหม่ที่ การท่องเที่ยวของอินเดียนำเสนอจาก "โกลกาตา–ปูรี–โกนัค–ภูพเนศวร" ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของ 3 ศาสนา คือ ศาสนาพุทธ ศาสนาเชน และ ศาสนาฮินดู โกลกาตา   (Kolkata)   เป็นเมืองหลวงของรัฐเบงกอลตะวันตก   เดิมรู้จักกันในชื่อ   กัลกัตตา   เคยเป็นเมืองหลวงในอดีต   แต่พออังกฤษเข้ามาปกครอง   จึงย้ายไปอยู่ที่นิวเดลี   ในโกลกาตามีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญคือ   Victoria   Memorial   รูปทรงอาคารและการก่อสร้างจากหินอ่อน   ดูไม่ ต่างจาก   พระราชวังบั๊กกิ้งแฮม แต่ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้   ได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์เก็บเอกสารทางการปกครองของอังกฤษไปแล้ว

จากโกลกาตา ที่หมายอยู่เมืองปูรี (Puri) เมืองโกนัค (Konark) และเมืองภูพเนศวร อยู่ในรัฐโอริสสา ซึ่งในสมัยพุทธกาลเรียกว่า แคว้นกาลิงคะ อยู่ติดกับอ่าวเบงกอล โดยมีเมืองภูพเนศวรเป็นเมืองหลวงของรัฐในแคว้นกาลิงคะ เป็นแคว้นที่สำคัญ พระเจ้าอโศกมหาราช ได้ริเริ่มการส่ง พระธรรมทูต เพื่อเผยแผ่พระศาสนาไปยังพื้นที่ต่างๆ   รวมถึงอาณาจักรสยาม  ซึ่งมีร่องรอย  แกะสลักบนหินภูเขา  กับ  รูปช้าง แกะสลัก   เป็นหลักฐาน

ศาสนา ฮินดู หยั่งรากลึกมาก่อนพระพุทธศาสนา ทั้ง โกนัค และ ภูพเนศวร จึงเต็มไปด้วยเทวสถานจำนวนมาก ได้รับการขนานนามว่าเป็น  "เมืองเทวสถาน" หรือ   The   Temple   City   of   India   โดย   Konark Sun   Temple   ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก อีกด้วย

ขณะที่เมืองภูพเนศวรเคยเป็นที่อยู่ของ   ชาวศาสนาเชน   มีกำเนิดไล่เลี่ยกับ   ศาสนาพุทธ   มีการเจาะหินบนภูเขากลายเป็นถ้ำเพื่ออยู่อาศัย   มีชื่อว่า Khandagiri   and   Udayagiri   Caves   (คันตคีรี และอุทัยคีรี)   มีลวดลายการแกะสลักตามศิลปะแบบเชน

นอกจากนี้   เทวาลัย   Mukteshwar   Temple ของศาสนาฮินดู   มีผู้เปรียบเทียบเอาไว้ว่า   เป็นเสมือน เพชรน้ำงามของรัฐโอริสสา   ซึ่งมีความงดงามทั้งฝีมือการแกะสลัก   ขนาดกะทัดรัด   และซุ้มประตูที่ไม่เหมือนใคร   มีเทวาลัย Rajarani   Temple   ที่สวยงาม   ขนาดใหญ่โตและมีความสำคัญในรัฐนี้   เพราะเป็นที่ประดิษฐานของศิวลึงค์ ที่มีชื่อว่า   "ตรีภูพเนศวร" และเป็นที่มาของชื่อเมือง หลวงภูพเนศวร   ทั้งยังเป็นแบบฉบับของศิลปะ   สถาปัตยกรรมแบบโอริสสา   แต่ น่าเสียดาย   ต้องเป็นชาวฮินดูเท่านั้นถึงเข้าไปชมได้

ใน เมืองปูรี เป็นที่ตั้งของเทวสถานที่สำคัญ และอยู่ใกล้ทะเล   เรียกว่า   เทวสถานจักรนารถ Jagannath Temple เปิดให้ ชมเฉพาะชาวฮินดู แต่ที่น่าสนใจสำหรับชาวพุทธ  เพราะ ในอดีตเคยเป็นสถานที่ประดิษฐาน "พระเขี้ยวแก้ว" ที่คนไทยนับถือ แต่ในปัจจุบันกลายเป็นสถานที่สำหรับแสวงบุญของชาวฮินดู

...

ห่างไปอีก ประมาณ 20 กิโลเมตร มีการค้นพบสถูปองค์เล็กๆ นับร้อยแห่งที่ภูเขารัตนคีรี (Ratnagiri) ร่องรอยสำคัญของพุทธศาสนาให้ได้ศึกษาค้นคว้ากันอีกมากมาย


แม้ว่าเส้นทางนี้จะมิใช่เส้นทางหลักในการตามรอยพระศาสดา   แต่การที่ได้เห็นการอยู่ร่วมกันของศาสนาที่แตกต่าง   สะท้อนความรู้สึกแตกต่าง   ที่อยู่ร่วมกันได้.