ถ้าคุณกำลังนึกอยากออกจากบ้านไปหาอะไรทำสนุกๆ ละก็ การเดินเที่ยวตามตรอกในกรุงเทพฯ แวะไหว้พระ แวะชิมของอร่อยๆ ก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียน่าสนใจที่ไม่ควรพลาด
วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ ขอแนะนำคู่มือเที่ยวกรุงเส้นทางใหม่ มาเอาใจนักเดินทางที่ไม่อยากไปเที่ยวที่ไหนไกล เอาใกล้ๆ บ้านนี่แหละสะดวกดี เดินทางก็ง่าย แถมมีตรอกเล็กตรอกน้อยให้ได้เดินซอกแซก สัมผัสวิถีชุมชน พร้อมหาของอร่อยๆ ริมทาง
อย่ารอช้า ตามมาชม 5 สเต็ปเที่ยวตรอกในกรุงด้วยกันเลยดีกว่า
1. สักการะเจ้าแม่ทับทิม ศาลเจ้าจุ่ยบ่อเนี้ย
รูทนี้ ขอพาไปเริ่มต้นกันที่ ใต้เชิงสะพานซังฮี้ (สะพานกรุงธน) สามเสน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่นี่มี ศาลเจ้าแม่ทับทิม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนไทยเชื้อสายจีนให้ความเคารพกันมาก อยากให้ไปสักการะเอาฤกษ์เอาชัยกันเสียหน่อย
ศาลเจ้าจุ่ยบ่อเนี้ย หรือศาลเจ้าแม่ทับทิม เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ของชาวจีนไหหลำ องค์เจ้าแม่สลักจากขอนไม้ใหญ่ที่ลอยมาตามน้ำ มีปาฏิหาริย์ทำให้ผู้คนเคารพบูชา ส่วนใหญ่มาสักการะขอพรให้แคล้วคลาดปลอดภัย การเงิน การงาน โชคลาภ บุตรหลาน ซึ่งชาวบ้านย่านนี้ศรัทธากันมาก
...
ด้านในศาลเจ้าออกแบบตกแต่งเป็นซุ้มสีแดงสวยงาม สาเหตุที่เรียกกันว่าเจ้าแม่ทับทิม เพราะว่าองค์เจ้าแม่สวมเครื่องทรงสีแดงเหมือนเม็ดทับทิมมาตั้งแต่สมัยโบราณ
2. เลาะย่านบ้านญวน ชมโบสถ์เซนต์ฟรังซิสซาเวียร์
เดินลัดเลาะเข้ามาในซอยโรงเรียนโยนออฟอาร์คบริหารธุรกิจ มาจนถึงโรงเรียนเซนต์ฟรังซิสซาเวียร์คอนแวนต์ ระหว่างทางจะผ่านตลาดบ้านญวน ในซอยสามเสน 13 ซึ่งมีซุ้มขายของกินของใช้ มีอาหารญวน เช่น ข้าวเกรียบปากหม้อญวน อยู่ใกล้ๆ โรงเรียนเซนต์ฟรังฯ ให้ได้ชิม
ย่านบ้านญวน เป็นที่ตั้งของชุมชนชาวญวนหรือเวียดนาม ที่อพยพหนีภัยสงครามจากประเทศตน เข้ามาอาศัยอยู่ตั้งแต่สมัย ร.1 จนถึงสมัย ร.3 ได้มีชาวญวนที่นับถือคริสต์หนีการเบียดเบียนทางศาสนา อพยพเข้ามาอยู่เพิ่มอีก พระองค์จึงทรงใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ซื้อที่ดินพระราชทานให้เป็นที่อยู่อาศัย
...
พร้อมกับสร้างศาสนสถานให้เป็นการชั่วคราว ซึ่งก็คือ วัดนักบุญฟรังซิสซาเวียร์ เป็นศาสนสถานของชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ตอนแรกสร้างด้วยไม้ไผ่ ต่อมาเกิดพายุพัดเสียหาย ในสมัย ร.5 จึงมีการบูรณะให้เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน มีการนำพระรูปแม่พระและรูปนักบุญฟรังซิสซาเวียร์ จากกรุงมะนิลา มาตั้งไว้ในวัดด้วย
เดินชมรอบๆ จะเห็นสถาปัตยกรรมแบบยุโรปโบราณสวยงาม มีกระจกสีด้านบนเป็นรูปนักบุญต่างๆ และมีกรอบกระจกใสแกะสลักเป็นเรื่องราวของพระเยซู อยู่รอบๆ อาคาร ด้านในมีรูปปั้นของพระแม่มารี และรูปปั้นนักบุญฟรังซิสเซเวียร์ ประดิษฐานอยู่ ส่วนด้านนอกก็มี รูปหล่อสำริดของพระเยซูกำลังรักษาชายตาบอด ให้กลับมามองเห็นได้อีกครั้ง ซึ่งถือเป็นปาฏิหาริย์ ชาวคริสต์นิยมมาสักการะขอพรเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ
3. ย่านบ้านเขมร ชมโบสถ์คอนเซ็ปชัญ
แต่เดิมในสมัยพระนารายณ์มหาราช ชุมชนย่านนี้มีคนชาวโปรตุเกสที่นับถือศาสนาคริสต์อาศัยอยู่ ต่อมาในสมัย ร.1 มีชาวเขมรที่หนีภัยการจลาจลในประเทศ เข้ามาในสยาม พระองค์จึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้มาตั้งบ้านเรือนอยู่ในชุมชนนี้ เพราะนับถือศาสนาคริสต์เหมือนกัน ต่อมามีชาวเขมรเข้ามาจำนวนมาก จึงเรียกที่นี่ว่า ย่านบ้านเขมร
...
ส่วนศาสนสถานสำคัญของชุมชน ก็คือ วัดคอนเซ็ปชัญ เป็นวัดนิกายคาทอลิกหลังแรกของกรุงเทพฯ ซึ่งเก่าแก่มาก มีอายุประมาณ 170 ปี ภายในวัดมีรูปสลักพระแม่เจ้าพระนางมหามารีอา ที่ถูกอัญเชิญจากเขมรมาประดิษฐานที่วัด พระแม่มารีของวัดนี้ถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า พระแม่ขนมจีน เนื่องจากเวลามีงานพิธีฉลองวัด ชาวบ้านจะทำขนมจีนน้ำยามาเลี้ยงกันในงานเป็นประจำทุกปี จนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชุมชนแห่งนี้ไปแล้ว
...
ภายในโบสถ์มีขนาดเล็ก แต่ก็งดงามขรึมขลัง ตามผนังมีภาพเขียนเล่าเรื่องเกี่ยวกับพระเยซู ส่วนด้านนอกวัดมีสิ่งปลูกสร้างคล้ายถ้ำ ซึ่งมีองค์พระแม่มารีประดิษฐานอยู่เช่นกัน ถือเป็นสิ่งก่อสร้างแปลกใหม่ที่บางคนอาจไม่เคยเห็นมาก่อน
4. ชมนิวาสถานของพระราชา ที่วัดราชาธิวาสราชวรวิหาร
เดินลัดเลาะมาถึง วัดราชาธิวาสราชวรวิหาร หรือ นิวาสถานของพระราชา วัดนี้เป็นต้นกำเนิดแห่งธรรมยุติกนิกาย และเป็นวัดที่รัชกาลที่ 4 ทรงจำพรรษาอยู่เมื่อทรงผนวช ในวัดมีพระอุโบสถที่มีสถาปัตยกรรมขอม คล้ายปราสาทนครวัด ออกแบบโดยสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ นายช่างใหญ่แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ความพิเศษของวัดนี้ ก็คือ ภายในพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่งดงามมาก แสดงเรื่องพระเวสสันดรชาดก โดยมีนาย C. Rigoli จิตรกรชาวอิตาเลียน เป็นผู้เขียนด้วยเทคนิคเฟรสโก้ (fresco) หรือการทาสีบนปูนเปียก เพื่อให้สีซึมเข้าไปในผนัง สีติดคงทนนับร้อยปี
นอกจากนี้ ด้านหลังยังมีเจดีย์ที่จำลองแบบมาจากบุโรพุทโธ ที่ยอดเจดีมีซุ้ม 4 ทิศ แต่ละทิศมีพระพุทธรูปแกะสลักจากหินภูเขาไฟประดิษฐานอยู่ ด้านล่างมีสิงห์ปั้นศิลปะแบบเขมรตั้งเรียงรายรอบฐานเจดีย์
เดินเข้ามาด้านในอีกหน่อย จะพบกับพระตำหนักพระยาสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือกุฏิของ ร.4 นั่นเอง ภายในจัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ไว้หลายภาพ รวบถึงข้าวของเครื่องใช้โบราณต่างๆ อีกด้วย
5. ชมพิพิธภัณฑ์สักทอง ที่วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร
มาเที่ยวชมจุดสุดท้ายกันที่ วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร พระอุโบสถของวัดนี้ เป็นอีกแห่งหนึ่งที่มีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่งดงาม มีพระพุทธเทวราชปฏิมากร พระพุทธรูปองค์ใหญ่เป็นพระประธานในพระอุโบสถ
ส่วนไฮไลต์โดดเด่นของวัดนี้ ก็คือ พิพิธภัณฑ์สักทอง เป็นอาคารทรงปั้นหยา 2 ชั้น สร้างด้วยไม้สักทองหลังใหญ่ เสาสร้างด้วยไม้สักทองขนาดสองคนโอบ มีทั้งหมด 59 ต้น พบเสาที่อายุมากที่สุดคือ 480 ปี
ที่นี่เป็นศูนย์เผยแพร่ความรู้ด้านพระพุทธศาสนา และเป็นแหล่งเรียนรู้การอนุรักษ์ไม้สักทอง ภายในพิพิธภัณฑ์มีพระสยามเทวาธิราช พระบรมสารีริกธาตุ พระคลังมหาสมบัติ ให้กราบสักการะบูชา และยังเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกที่รวบรวมหุ่นขี้ผึ้งไฟเบอร์กลาสของอดีตสมเด็จพระสังฆราช สมัยรัตนโกสินทร์ 19 องค์ และหุ่นขี้ผึ้งพระอริยสงฆ์ 18 รูป ขนาดเท่าองค์จริง ให้ได้ชม
ปิดท้ายด้วยการเดินหาของอร่อยๆ กิน ในย่านเทเวศร์ มีทั้งร้านกาแฟเก๋ๆ ร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา ข้าวซอยไก่ รสชาติอร่อยเด็ด มาเดินเที่ยวรูทนี้ ได้ทั้งความเพลิดเพลิน ได้เดินออกกำลังกาย อิ่มอร่อยกับอาหารท้องถิ่น แถมได้สัมผัสเสน่ห์ย่านชุมชนเก่า ที่ซ่อนตัวอยู่รอบกรุงอย่างที่ไม่เคยรู้มาก่อน นานๆ ที ลองมาเดินเที่ยวแบบนี้ก็เพลินดีเหมือนกันนะ จะบอกให้!