ถ้าคุณมีเวลาว่างไม่เยอะแต่อยากเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ลองจัดทริปสั้นๆ ไปตามเส้นทางกรุงเทพฯ-สระบุรีดูสิ น่าสนุกดีไม่เบา เพราะใช้เวลาแค่ 2 วัน 1 คืน ก็สามารถเที่ยวได้สนุกสุดฟินเหมือนกัน รูทนี้จะลุยเดี่ยวหรือไปกันเป็นแก๊งก็ไม่ผิดกติกาใดๆ
วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ จะชวนไปเที่ยวใกล้กรุง ในทริปนี้จะเป็นการเที่ยวเลาะริมทางถนนมิตรภาพ จ.สระบุรี ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวอยู่สองข้างทางเลยทีเดียว แต่แอบกระซิบก่อนว่า รูทนี้เหมาะกับการขับรถไปเที่ยวจะสะดวกที่สุดนะจ๊ะ
สำหรับรูทนี้ แนะนำให้ออกเดินทางแต่เช้าวันเสาร์ เพื่อไปเที่ยวที่ฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ก ตั้งแต่เช้าถึงบ่ายแก่ๆ จากนั้นช่วงเย็นไปเช็กอินเข้าที่พักที่ ณดล สตรีมไซด์ ไทยวิลล่า แล้วพักผ่อนให้เต็มที่ ตื่นเช้ามาอีกวัน แวะเที่ยวริมทางที่สวนมิ่งมงคล จากนั้นก็ขับรถกลับกรุงเทพฯ ในช่วงบ่ายได้ชิลๆ รถไม่ติด
ว่าแต่ ในแต่ละจุดที่แวะจะมีอะไรน่าสนใจบ้าง มาดูกันดีกว่า
1. ฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ก
ออกจากกรุงเทพฯ ยามเช้า รถราไม่เยอะ ก็ขับรถมุ่งหน้ามาที่ จ.สระบุรีกันเลย ใช้เส้นทางกรุงเทพฯ-สระบุรี แยกขวาเข้าถนนมิตรภาพ ผ่านทางแยกเข้าอำเภอมวกเหล็ก ตลาด อ.ส.ค. แล้วกลับรถมาอีกฝั่งถนน ฟาร์มโคนมอยู่ฝั่งตรงข้ามกับตลาด อ.ส.ค. นี่เอง
...
'ฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค' หรือองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ถือเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์การเริ่มต้นการเลี้ยงโคนมของประเทศไทย เนื่องจากเป็นฟาร์มโคนมแห่งแรกที่รัฐบาลไทยและรัฐบาลเดนมาร์คร่วมกันจัดตั้งขึ้น โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และ พระเจ้าเฟรดเดอริค พระมหากษัตริย์องค์ที่ 9 ของประเทศเดนมาร์ค ได้เสด็จเปิดฟาร์มโคนมด้วยกัน เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2505
ปัจจุบัน ภายในพื้นที่ 2,700 ไร่แห่งนี้ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร และจุดเรียนรู้ด้านโคนมอย่างครบวงจรสำหรับประชาชนทั่วไปที่สนใจ และมีกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสในการเยี่ยมชมฟาร์มแห่งนี้ ได้แก่
การนั่งรถพ่วงชมทุ่งหญ้ากับฝูงโคนม การปั่นจักรยานเสือภูเขาในสนาม ATV ชมวีดิทัศน์ประวัติ อ.ส.ค. ชมการสาธิตรีดนม ทดลองรีดนม ชมพิพิธภัณฑ์สองกษัตริย์ไทย-เดนมาร์ค ป้อนนมให้ลูกโค บรรยายการเลี้ยงโคครบวงจร การทำอาหารหมักสำหรับโค การแสดงวิถีชีวิตคาวบอย ชมแปลงสาธิตหญ้าอาหารโคกว่า 35 ชนิด กระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์คในทุกขั้นตอน ชมสวนเกษตร สวนสมุนไพร เป็นต้น
...
แต่ละจุดใช้เวลาท่องเที่ยวพอสมควร เผลอแป๊บเดียวก็หมดเวลาไปทั้งเช้า สำหรับใครที่อยากนั่งรถพ่วงชมทุ่ง เขาเปิดรอบการเข้าชมทุกวัน เวลา 09.00 น./10.00 น./ 11.00 น./13.00 น./14.00 น./15.00 น. ในราคาเด็ก 70 บาท และผู้ใหญ่ 120 บาท ส่วนเด็กสูงไม่เกิน 90 ซม. เข้าชมฟรี
...
...
2. พักสบายๆ ที่ ณดล วิลล่า
ช่วงบ่ายอาจจะแวะไปชิมอาหารรสชาติดีที่ร้านแดรี่โฮม ก่อนจะเดินทางเข้าพักที่ 'ณดล สตรีมไซด์ ไทยวิลล่า' ตั้งอยู่ตรงข้ามฟาร์มไทย-เดนมาร์ค ออกจากฟาร์ม ต้องขับวนไปกลับรถมาอีกฝั่งถนน ตรงมาเรื่อยๆ จากนั้นเลี้ยวซ้ายตรงโรงเรียนมวกเหล็ก ตรงไปเรื่อยๆ ผ่านสี่แยกไฟแดง จนเจอวัดบ้านหมากแล้วเลี้ยวขวา ก็ถึงแล้ว
ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นที่พักที่ออกแบบในสไตล์บ้านเรือนไทยดั้งเดิม แต่การบริการเรียกว่าจัดเต็มครบครันเหมือนโรงแรม 5 ดาว ภายในมีส่วนบริการมากมายทั้งห้องอาหาร สระว่ายน้ำ ห้องฟิตเนส จุดชมวิว ทางเดินเล่นริมแม่น้ำ ฯลฯ
นอกจากนี้ ไฮไลต์ของที่นี่ก็คือการเป็นที่พักริมแม่น้ำ เนื่องจากตั้งอยู่ริมธารน้ำตก ในเขตพื้นที่ระหว่าง อ.มวกเหล็ก และ น้ำตกเจ็ดสาวน้อย ถือเป็นมนต์เสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ เหมาะสำหรับการพักผ่อนที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ส่วนภายในโรงแรมก็จะได้สัมผัสกับสวนสวย ที่ประกอบไปด้วยสายน้ำ สระบัว กล้วยไม้นานาชนิด รวมไปถึงพันธุ์ไม้เมืองร้อนที่ขึ้นเขียวขจีชุ่มชื่นในทุกพื้นที่
ในส่วนของห้องอาหาร ผู้เข้าพักสามารถนั่งทานอาหารชิลชิล พร้อมชมวิวริมน้ำได้อย่างสบายกายสบายใจ ส่วนห้องพักก็ออกแบบตกแต่งสวยงาม ด้านหลังห้องพักจะมีระเบียงให้ชมวิวแม่น้ำด้วย เรียกว่าหลังจากไปเที่ยวเหนื่อยมาทั้งวัน ที่นี่สามารถเติมเต็มช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนได้ดีจริงๆ
เริ่มต้นที่ห้องมาตรฐาน ราคา 2,700 บาท นอกจากนี้ยังมีห้องรูปแบบอื่นๆ ให้เลือกพักผ่อนอีกมากมาย เช่น ห้องดีลักซ์ 1 ห้องนอน ห้องดีลักซ์ 2 ห้องนอน ห้องสวีท ห้องวิลล่า เป็นต้น
3. แวะพักริมทาง สวนมิ่งมงคลฯ
ตื่นเช้ามาวันที่ 2 หลังจากรับประทานมื้อเช้า และพักผ่อนภายในโรงแรมหรูกันอย่างเต็มอิ่มแล้ว จากนั้นช่วงสายๆ ก็ได้เวลากลับกรุงเทพฯ แต่ก่อนกลับ ลองแวะบริเวณ กม.125 (บนถนนมิตรภาพขาเข้ากรุงเทพฯ) เพื่อไปเที่ยวที่ 'สวนมิ่งมงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา' ดูสักครั้ง ถือเป็นการพักรถไปในตัว เพราะที่นี่เขามีที่จอดรถกว้างขวาง และยังมีห้องน้ำสวย สะอาด ไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วย
ที่นี่เป็นสวนต้นแบบด้านการอนุรักษ์พลังงาน ที่ได้น้อมนำเอาพระราชดำริฯ เกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงานและการปลูกข้าว มาจัดแสดงไว้ด้วย พร้อมกับมีร้านค้าชุมชน ที่นำผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลผลิตทางการเกษตรมาจำหน่าย มีอยู่หลายร้าน สามารถเลือกชมเลือกช็อปได้ตามใจชอบ
ส่วนภายนอก จะได้พบกับสวนสวยๆ ในพื้นที่ 22 ไร่ ถูกโอบล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่นานาชนิด ผ่านการออกแบบตกแต่งให้เป็นสวนสไตล์ English Cottage Garden ในรูปแบบ Free form คือ ปล่อยให้ต้นไม้เติบโตแบบธรรมชาติ มีแปลงไม้ดอกพันธุ์ต่างๆ ที่ปล่อยให้ขึ้นรวมกันอย่างเป็นธรรมชาติ มีไม้พุ่ม ไม้เลื้อย แซมด้วยกอต้นหญ้า ให้ความสดชื่น ผ่อนคลาย สบายใจ
แถมท้ายด้วยร้านกาแฟ Coffee Cat ที่บริการกาแฟร้อน-เย็น หลากหลายรสชาติ พร้อมเครื่องดื่มซิกเนเจอร์อย่าง 'น้ำผึ้งมะนาว' ที่ใครได้ลองเป็นต้องติดใจ ได้กาแฟและน้ำหวานเพิ่มความสดชื่นแล้ว ก็ขับรถกลับกรุงเทพฯ ได้อย่างสบายใจ
รูทนี้อาจจะต้องควักเงินเก็บออกมาเยอะหน่อย แต่ก็คุ้มค่าคุ้มราคากับความสุขและความสะดวกสบาย น่าจะช่วยเติมเต็มให้วันหยุดครั้งนี้ของคุณ เป็นวันที่น่าประทับใจได้ไม่มากก็น้อย