ได้ฤกษ์เตรียมแพ็กกระเป๋าออกไปเที่ยวกันอีกแล้ว ก็วันสุดสัปดาห์แบบนี้เป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนและเติมเต็มความสุขให้กับตัวเอง บางคนอาจจะแพลนเที่ยวต่างจังหวัดกับคนรู้ใจ แต่ถ้าใครไม่อยากเที่ยวไกลๆ ต้องไปเที่ยวตลาดกลางกรุง
วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ ขอนำเสนอตลาดน่าเที่ยวอีกหนึ่งแห่งที่รับรองว่าสาวๆ ต้องตกหลุมรักแน่นอน เพราะเดินเที่ยวไปด้วยก็จะได้กลิ่นหอมสดชื่นไปด้วย เป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจาก ปากคลองตลาด ตลาดดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ที่นี่ติดอันดับที่ 4 จากการจัดอันดับ 1 ใน 10 ของตลาดดอกไม้ทั่วโลก และเป็นตลาดกล้วยไม้ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกด้วยนะ ว้าว!
ที่สำคัญคือเป็นตลาดกลางคืนที่มีเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติมาเดินชมกันไม่ขาดสาย ภายในตลาดเต็มไปด้วยร้านค้าขายส่ง ขายปลีก ไม้ดอกและไม้ใบหลากหลายชนิด มีทั้งไม้ดอกพันธุ์ในประเทศ พันธุ์ต่างประเทศ ผัก ผลไม้ ก็มีเช่นกัน ทั้งหมดขายกันในราคาย่อมเยา จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้คนนิยมเดินทางมาเที่ยวชมและช็อปปิ้งดอกไม้สวยๆ กลับบ้านกันไปคนละหลายช่อ
และต่อไปนี้คือ 5 สิ่งทรงเสน่ห์ของปากคลองตลาดที่มัดใจนักท่องเที่ยวให้หลั่งไหลเข้ามาชม ช็อป และแชะภาพสวยๆ กันที่นี่ จะมีอะไรบ้าง...มาชมกัน
1. ดอกกุหลาบอาบกลิ่นรัก
...
ดอกกุหลาบเป็นดอกไม้ที่มีจำหน่ายมากที่สุดในปากคลองตลาด ไม่ว่าคุณจะเดินไปที่ตรอกซอกซอยไหนก็ต้องเจอร้านขายดอกกุหลาบตั้งอยู่ไม่มุมใดก็มุมหนึ่ง แต่ละร้านจะแบ่งขายตามขนาดของดอก มัดขายเป็นกำ กำละ 12 ดอก ถ้าเป็นขนาดมาตรฐานทั่วไปขายอยู่กำละ 75-85 บาท ถ้าเป็นไซส์ใหญ่ขึ้นมาหน่อย ขายกำละประมาณ 90 บาทขึ้นไป ราคาจะแตกต่างไปตามสายพันธุ์กุหลาบ ซึ่งก็มีขายอยู่หลายสายพันธุ์ เช่น ฮอลแลนด์ พาสเทล ชมพูคลาสสิก มาติยา แดงภูพิงค์ แดงกาล่า เป็นต้น
และด้วยความที่เป็นดอกไม้ที่ใช้ได้กับทุกงาน ทุกเทศกาล ไม่ว่าจะเป็นงานแต่ง งานบวช งานขึ้นบ้านใหม่ งานเปิดร้านใหม่ และโดยเฉพาะช่วงวันวาเลนไทน์ ดอกกุหลาบที่ปากคลองจะยิ่งมีจำนวนมากเป็นพิเศษ ผู้คนมาเดินซื้อกันให้ขวักไขว่ เป็นช่วงไฮไลต์ที่นักท่องเที่ยวหลายคนไม่ยอมพลาดที่จะมาเดินชมความคึกคักของตลาดแห่งนี้
2. กล้วยไม้หลากหลายสีสัน
อย่างที่บอกว่า ปากคลองตลาดเป็นตลาดกล้วยไม้ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจที่จะเห็นร้านดอกกล้วยไม้ตั้งขายเรียงรายอยู่ละลานตาไปหมด เรียกว่าตีคู่สูสีกับร้านขายดอกกุหลาบเลยก็ว่าได้ โดยกล้วยไม้ที่นำมาขายกันที่นี่ก็มีหลายสายพันธุ์เช่นกัน มีทั้งพันธุ์ในประเทศและต่างประเทศ เดินผ่านทีไรก็ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ โชยมาทุกที นี่แหละคือเสน่ห์อีกอย่างที่ตลาดไหนก็ไม่มีเหมือน
3. มาลัยไหว้พระ
...
ไม่ใช่แค่ดอกไม้สำหรับประดับประดาเท่านั้น ที่นี่ยังรวมเอาดอกไม้ไทยสำหรับร้อยมาลัย หรือสำหรับไหว้พระ ทำบุญ ในวันสำคัญต่างๆ ของไทย เช่น วันสำคัญทางศาสนา วันพ่อ วันแม่ วันไหว้ครู โดยมีทั้งดอกมะลิ ดอกรัก ดอกดาวเรือง ดอกบัวหลวง ดอกพุด ดอกบานไม่รู้โรย ฯลฯ โดยเฉพาะในช่วงวันไหว้ครูดอกมะลิจะมีมากเป็นพิเศษ ขายกันเป็นลิตร ลิตรละ 800-1,200 บาท รวมถึงมีร้านที่ร้อยพวงมาลัยสำเร็จรูปมาให้เลยก็มี บางร้านก็รับทำพานไหว้ครูตามออเดอร์ด้วย ครบครันจริงๆ
4. สารพัด(ดอก)มัดห่อ
...
...
ความละลานตาอีกอย่างของตลาดดอกไม้แห่งนี้ คือ ห่อดอกไม้เป็นมัดๆ วางเรียงราย ภายในบรรจุดอกไม้หลากชนิดพร้อมขาย ไม่ว่าจะเป็น ไลเซนทัส ลิลลี่ มัม ทิวลิป แกลดิโอลัส เบญจมาศ ยิปโซ ทานตะวัน บอมขาว สร้อยทอง คัตเตอร์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีบริการจัดดอกไม้และอุปกรณ์จัดดอกไม้จำหน่ายครบครันด้วย มีทั้งไม้ใบที่ใช้แซมประดับในแจกันหรือในช่อดอกไม้ กระดาษและโบสีต่างๆ ที่ใช้ในการจัดช่อดอกไม้ สามารถเลือกได้ตามใจชอบ
5. สีสันยามค่ำคืน
นอกจากการชมและเลือกช็อปดอกไม้แล้ว ตลาดดอกไม้แห่งนี้ยังเต็มไปด้วยสีสันความคึกคักของผู้คน ทั้งคนซื้อ คนขาย คนมาเที่ยว คนเข็นของ ส่งของ รถราที่วิ่งรับส่งผู้โดยสาร เป็นบรรยากาศของตลาดกลางคืนที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่หาที่อื่นไม่ได้
เอาเป็นว่า ใครชื่นชอบดอกไม้สวยๆ หอมๆ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การมาเที่ยวปากคลองตลาดแห่งนี้สามารถตอบโจทย์ได้ตรงใจที่สุด นอกจากได้เดินเที่ยวชมและช็อปดอกไม้ที่ถูกใจในราคาน่าคบแล้ว ยังได้แชะภาพความสดชื่นของสีสันดอกไม้นานาชนิด พร้อมชื่นชมบรรยากาศสวยงามของแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำคืนเป็นของแถมอีกด้วย คุ้มจริงๆ
*ล้อมกรอบ*
ที่ตั้ง
ปากคลองตลาด ตั้งอยู่บริเวณถนนจักรเพชร เขตพระนคร กรุงเทพฯ โดยร้านค้าจะเรียงรายตามริมแม่น้ำเจ้าพระยาจนถึงบริเวณถนนมหาราช ตั้งโอบล้อมวัดราชบูรณะ โรงเรียนราชินี และโรงเรียนสวนกุหลาบ
การเดินทาง
มาได้ง่ายๆ หลายวิธีด้วยกัน หากเดินทางมาด้วยรถประจำทาง ให้ใช้บริการรถเมล์สาย 2, 3, 12, 53, 60, 73, 73ก และ 82 แต่ถ้าอยากสัมผัสการเดินทางที่คลาสสิกขึ้นอีกนิด แนะนำให้นั่งเรือมาเที่ยว สามารถนั่งเรือโดยสารของบริษัทเรือด่วนเจ้าพระยา สายท่าวัดราชสิงขร-ท่าน้ำนนทบุรี จะลงเรือจากท่าใดก็ได้แล้วมาขึ้นที่ท่าเรือสะพานพุทธ จากนั้นเดินต่อไปยังปากคลองตลาดได้อย่างสะดวกสบาย
หรือถ้าเดินทางมาด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอส ให้ลงที่สถานีสะพานตากสิน S6 (สายสีลม) ใช้ทางออกที่ 2 จากนั้นใช้บริการเรือด่วนเจ้าพระยาจากท่าสาทร (Central Pier) ไปขึ้นที่ท่าสะพานพุทธ ซึ่งอยู่ใกล้กับปากคลองตลาดเช่นกัน.