ตั้งแต่มีแหล่งช็อปชิมชิลแห่งใหม่ล่าสุด ณ ใจกลางกรุง อย่างตลาดน้ำคลองผดุงกรุงเกษม นักท่องเที่ยวก็พากันหลั่งไหลเข้ามาชมความงดงามตามวิถีไทยอย่างล้นหลาม ทั้งโซนตลาดน้ำ และตลาดบก นี่ขนาดเพิ่งเปิดตลาดมาได้แค่ 3-4 วัน คนก็แห่กันมาขนาดนี้ ใครยังไม่ได้ไปถือว่าตกเทรนด์ไปโดยปริยาย!
ไม่ใช่แค่ขาเที่ยวชาวไทยเท่านั้นนะ แต่ฝรั่งมังค่า ก็พากันแห่แหนไปเที่ยวชมตลาดน้ำย่านกลางกรุงกันไม่ขาดสาย สงสัยว่าที่นี่จะต้องมีของดีของเด็ดซ่อนอยู่แน่ๆ อย่ากระนั้นเลย ไทยรัฐออนไลน์ ขออาสาพาไปตะลุยเที่ยวตลาดน้ำแห่งใหม่ จากดำริของท่านนายกฯ กันดีกว่า ว่าจะมีอะไรน่าสนใจบ้าง พร้อมแล้วก็ตามมาดูกันเลย!
1. น้ำโบราณ
วัยรุ่นสมัยนี้จะรู้จัก 'น้ำจรวด' หรือเปล่านะ? น้ำจรวดเป็นน้ำหวานโบราณที่อัดแก๊สเพิ่มความซ่า เหมือนกับน้ำอัดลมสมัยนี้นี่แหละ เพียงแต่ว่าคนขายจะอัดแก๊สเข้าไปในแก้วให้เราเห็นกันจะจะเลย ความน่าตื่นตาตื่นใจอยู่ตรงที่เราที่ยืนดูวิธีการทำน้ำโบราณ ที่คนขายจะต้องผสมน้ำหวานกลิ่นผลไม้ต่างๆ น้ำเชื่อม และน้ำแข็งบดเข้าด้วยกัน จากนั้นจึงนำไปอัดแก๊ส โดยมีอุปกรณ์สำคัญคือ สแตนเลส ที่ทำเป็นรูปจรวดเชื่อมต่อกับถังแก๊ส เวลาอัดแก๊สแต่ละแก้วก็จะมีเสียงซ่าๆ ออกมา ทั้งเพลินทั้งอร่อยสดชื่น บอกเลย!
...
ใครอยากลองชิมแนะนำให้เดินไปที่โซนตลาดบก จุดที่ใกล้ๆ กับเวทีกลาง บริเวณนั้นเป็นที่ตั้งของร้าน 'วาสนา น้ำโบราณ' สังเกตง่ายๆ จะมีคนล้อมหน้าร้านต่อคิวซื้อน้ำกันเพียบ ร้านนี้มีน้ำหวานกลิ่นผลไม้ให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสละ องุ่น ลิ้นจี่ บลูเบอร์รี่ มะนาว แอปเปิ้ล ฯลฯ ใส่โหลแก้วใสเรียงรายอยู่ตรงหน้า สนนราคาเพียงแก้วละ 20 บาทเท่านั้น
2. ขนมไหมฝัน
ตั้งอยู่ติดกันกับร้านน้ำโบราณก็คือร้าน 'ขนมไหมฝัน' ขนมโบราณอีกอย่างหนึ่ง ที่หาชิมได้ยาก ตัวขนมทำจากน้ำตาลตีจนฟูฟ่อง ใครๆ ก็ใฝ่ฝันอยากซื้อหามาชิม ความพิเศษของมันอยู่ที่วิธีการทำ จะต้องใช้เครื่องปั่นให้เกล็ดน้ำตาลแตกตัวออกจากกันจนฟูออกมาเป็นเส้นไหมบางเบา อยากได้ไหมฝันสีอะไร ก็เอาเกล็ดน้ำตาลสีนั้นๆ ใส่ลงไปในเครื่อง พอเครื่องปั่นเส้นน้ำตาลออกมาจนพอเหมาะ จึงค่อยๆ พันไหมฝันขึ้นมาจากเครื่องใส่ลงในภาชนะ
ขนมไหมฝันของร้านนี้มีทั้งสีชมพู สีเขียว สีขาว จะซื้อไปให้แฟนชิมเติมความหวานในวันวาเลนไทน์นี้ก็เก๋ดีไม่น้อย สนนราคากระปุกละ 50 บาท ที่สำคัญร้านนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่ร้านที่นายกฯตู่ มาซื้อชิมด้วยตัวเองในวันเปิดตลาดวันแรก โห…เจ้าของร้านออกอาการปลื้มปริ่มสุดๆ ใครอยากจะชิมขนมตามรอยท่านนายกฯ ก็เชิญได้ที่นี่นะจ๊ะ
...
3. ขนมเบื้องโบราณ
'ขนมเบื้อง' ของร้านนี้ทำแค่ 2 ไส้ คือไส้หวานกับไส้เค็ม (จริงๆ มีไส้ครีมด้วยแต่แม่ค้าทำไม่ทันขายก็เลยลดทอนลงเหลือแค่ 2 ไส้) ไส้เค็มนำมะพร้าว ขูดปรุงรสเค็มหวานเพิ่มความหอมด้วยรากผักชี กระเทียม พริกไทย ส่วนไส้หวาน จะหยอดน้ำเชื่อมผสมเนื้อมะพร้าวอ่อนลงไปก่อน จากนั้นโรยหน้าด้วยฝอยทองและลูกพลับเชื่อม ขอบอกว่าให้เครื่องมาเต็มหน้าขนมทั้งสองไส้เลย
ร้านนี้ตั้งอยู่ในโซนตลาดน้ำ ใครเดินลงมาเลียบริมคลองรับรองมองเห็นร้านนี้แน่นอน สนนราคาชิ้นละ 10 บาท คุ้มค่าคุ้มราคามากๆ ระหว่างที่ซื้อก็นั่งดูแม่ค้าทำขนมบนเตาสดๆใหม่ๆ ได้ด้วย ฟินกันไปเลย
...
4. ไข่หมึกใบตอง
มาถึงอาหารคาวกันบ้าง หลังจากลัดเลาะเสาะหาอยู่นาน ก็เจอสิ่งนี้เข้า มันคือ 'ไข่หมึกย่าง' แต่ที่พิเศษกว่าที่อื่นคือ ร้านนี้เขาเอาไข่หมึกมาห่อใบตอง ก่อนจะย่างบนเตาถ่าน แม่ค้าจากบางน้ำผึ้ง ก็เล่าให้ฟังว่า การใช้ใบตองหอก่อนย่างไฟ จะทำให้อาหารข้างในสุกนุ่มชุ่มฉ่ำ เพราะเมื่อใบตองโดนความร้อน จะค่อนๆ คลายไอน้ำออกมา ช่วยให้อาหารไม่แข็งกระด้าง แถมยังทำให้ไข่หมึกด้านในไม่เลอะเขม่าควันไฟด้วย
ร้านนี้ตั้งอยู่ในโซนตลาดน้ำเช่นกัน เป็นเรือขายของขนาดกลางลอยลำจอดนิ่งอยู่ติดริมโป๊ะทางเดิน สังเกตเห็นได้ง่ายๆ สนนราคาอยู่ที่ไม้ละ 7 บาทเท่านั้น หอม อร่อย แถมน้ำจิ้มก็แซ่บเว่อร์
...
5. น้ำตาลปั้น
ของเด็ดที่สุดในตลาดน้ำแห่งนี้เห็นจะเป็น 'น้ำตาลปั้น' เป็นขนมหวานโบราณที่นับวันยิ่งจะหาดูได้ยากมากขึ้นทุกที แต่กลับได้มาเจอที่ตลาดน้ำแห่งนี้ สุดยอดจริงๆ ใครที่ไม่เคยเห็นอาจจะไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเป็นของเด็ดที่ควรไปชม คำตอบคือ ก็เพราะขนมชนิดนี้ต้องใช้ศิลปะการปั้นน้ำตาลที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่เหมือนขนมอย่างอื่น คนปั้นต้องมีจินตนาการและฝีมือที่ประณีตมากๆ นักปั้นมักจะปั้นน้ำตาลให้เป็นสัตว์ชนิดต่างๆ เช่น นก ปลา เต่า กระต่าย จระเข้ มังกร ไก่ สุนัข ลิงตกปลา ลิงถือลูกมะพร้าว ลิงปีนต้นมะพร้าว ดอกกุหลาบ เป็นต้น
ร้านนี้ตั้งอยู่ในโซนตลาดบกฝั่งใกล้ๆ กับท่าเรือบริการนักท่องเที่ยว เป็นร้านเล็กๆ แต่มีคนมุ่งแน่นหน้าร้าน ใครที่อยากไปชมและไปชิม ต้องไปเฉพาะวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์เท่านั้นนะ เพราะคุณป้านักปั้นไม่ได้มาขายทุกวัน สนนราคาอยู่ที่ชิ้นละ 5 - 25 บาทเท่านั้น หากเป็นสัตว์ที่ปั้นง่ายราคาตัวละ 5-10 บาท แต่ถ้าเป็นมังกรหรือลิงตกปลาราคาอยู่ที่ 20-25 บาท
นอกจากนี้ตลอดความยาว 350 เมตร ของทั้งตลาดบกและตลาดน้ำ ที่คู่ขนานทอดยาวไปตามคลองผดุงฯ ยังมีสินค้าอื่นๆ มาจำหน่ายมากมาย รวมถึงยังได้ชมวิวริมคลองสวยๆ ที่มีเรือพายล่องไปมาระหว่างสายน้ำแห่งนี้ให้ได้ชมด้วย ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้วล่ะว่าตลาดน้ำแห่งใหม่นี้ได้กลายเป็ญขวัญใจมหาชนชาวกรุงเทพฯไปซะแล้ว.
*ล้อมกรอบ*
การเดินทาง
สะดวกที่สุดคือนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินไปที่สถานีหัวลำโพง จากนั้นจะมีเรือบริการฟรีจากสถานีหัวลำโพงไปยังตลาดน้ำคลองผดุงกรุงเกษม ใช้เวลานั่งเรือไม่นานประมาณ 15 นาที ระหว่างเดินทางไปตลาดจะได้ชมวิวทิวทัศน์ริมคลอง รวมถึงวิถีชีวิตของผู้คนทั้งสองฝั่งคลองด้วย มีเรือรับส่งบริการทุกวัน(วันนี้ - 1 มี.ค. 2558) ตั้งแต่เวลา 11.00 – 19.00 น.
แต่หากจะมาตลาดด้วยรถยนต์ เจ้าหน้าที่ก็จัดที่จอดรถไว้บริการหลายจุด ได้แก่ วัดโสมนัสวิหาร วัดมกุฏกษัตริยาราม ริมถนนลูกหลวง และราชตฤณมัยสมาคม (สนามม้านางเลิ้ง) จากนั้นสามารถใช้บริการรถบัสโบราณซานฟราน รับส่งทุกวัน ระหว่างเวลา 11.00 – 20.00 น. เส้นทางจากราชตฤณมัยสมาคม (สนามม้านางเลิ้ง) มายังตลาดได้เช่นกัน.