เมื่อเร็วๆ นี้ได้ยินว่ามีนักท่องเที่ยวเริ่มเห็น 'วาฬบรูด้า' ว่ายเข้ามาหากินในเขตน่านน้ำทะเลไทยกันแล้ว ว่าแต่...เจ้าตัวยักษ์ปากกว้างตัวนี้มีดีอะไรนะ ทำไมนักท่องเที่ยวต้องเฝ้ารอเป็นปีกว่าจะมีโอกาสได้ชม ไม่รอช้า 'ไทยรัฐออนไลน์' ขออาสาชวนไปหาคำตอบมาให้คลายสงสัย ถ้าพร้อมแล้วตามมาเลย!


วาฬบรูด้า หรือ วาฬแกลบ เป็นวาฬขนาดใหญ่ จัดอยู่ในประเภทสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม แพนหางวางตัวตามแนวราบ และมีรอยเว้าเข้าตรงกึ่งกลาง ครีบคู่หน้ามีปลายแหลม ซี่บนแผ่นกรองค่อนข้างหยาบ และเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ ลักษณะนิสัยทั่วไปไม่ดุร้าย กินปลาเล็กปลาน้อยเป็นอาหาร

ส่วนใหญ่ที่นักท่องเที่ยวมักเห็นกันในแถบท้องทะเลไทย เนื่องจากเป็นแหล่งที่มีปลาเล็กๆ อยู่มาก ทำให้วาฬบรูด้าว่ายเข้ามาหากินอยู่ทุกๆ ปี สำหรับช่วงนี้นักท่องเที่ยวจะเริ่มเห็นวาฬบรูด้าว่ายเข้ามาหากินกันบ้างแล้วในแถบทะเลฝั่งอันดามันทางภาคใต้ของไทย ซึ่งนักท่องเที่ยวก็เฝ้ารอชมกันมาก เพราะเป็นสัตว์ที่น่ารัก มีพฤติกรรมที่น่าสนใจ โดยเฉพาะขณะที่มันอ้าปากว้างโผล่พ้นผิวน้ำเพื่องับกินปลา ถือเป็นภาพไคลแมกซ์ที่นักท่องเที่ยวทุกคนไม่อยากพลาดชม

...

จริงๆ แล้วการชมวาฬบรูด้า นักท่องเที่ยวสามารถไปชมได้หลายที่ เรื่องนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ข้อมูลกับไทยรัฐออนไลน์ว่า โดยทั่วไปวาฬบรูด้าที่พบในน่านน้ำทะเลไทยแบ่ง เป็น 2 กลุ่ม ตามพฤติกรรมการหากิน กลุ่มแรก คือ วาฬบรูด้าที่หากินในอ่าว มักจะพบที่อ่าวไทยตอนใน พวกนี้เวลามาหากินจะมาเป็นฝูงจำนวนหลายสิบตัวสามารถพบเห็นได้ตั้งแต่เขตบางขุนเทียน แม่กลอง ไปจนถึงปากอ่าวบางตะบูน แหลมผักเบี้ยและ หาดเจ้าสำราญ จ.เพชรบุรี โดยจะหากินห่างจากชายฝั่งราว 3-20 กิโลเมตร

กลุ่มที่สอง คือ วาฬบรูด้าที่หากินชายฝั่ง กลุ่มนี้มักหากินเดี่ยวๆ ไม่ได้รวมฝูง มักพบที่ เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี รวมถึงหมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา โดยพวกมันจะหากินไกลจากฝั่งออกไปประมาณ 50 กิโลเมตร นิสัยของวาฬบรูด้าโดยทั่วไป ไม่ได้เป็นสัตว์ตื่นตกใจง่าย เวลาเห็นคนก็จะไม่ตกใจ ดังนั้นก็จะไม่มีการที่จะเข้ามาปะทะเรือรุนแรงหรือทำอันตรายกับนักท่องเที่ยว

ดร.ธรณ์ บอกอีกว่า หากนักท่องเที่ยวต้องการเดินทางไปชมบรูด้าแบบชัวร์ๆ แนะนำว่าให้ไปชมกลุ่มวาฬที่หากินในแถบอ่าวไทยตอนใน เพราะกลุ่มนี้จะว่ายเข้ามาทุกปีในช่วงเวลาที่แน่นอนตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป เพราะเป็นช่วงที่คลื่นลมสงบ ทำให้ออกเรือไปชมได้อย่างปลอดภัยและเห็นได้ง่าย มีการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวชมวาฬบรูด้าโดยเฉพาะอีกด้วย

ส่วนการชมบรูด้าในแถบทะเลใต้ก็ชมได้เช่นกัน ส่วนใหญ่จะพบเวลาเรือของนักท่องเที่ยวแล่นไปเที่ยวตามเกาะต่างๆ และมีการพบเห็นระหว่างทางเสียมากกว่า 

การชมบรูด้าที่ถูกวิธีนั้น ดร.ธรณ์ มีข้อแนะนำที่น่าสนใจมาฝากกัน อย่างแรกคือต้องพกครีมกันแดดและเตรียมอุปกรณ์กันแดดไปให้พร้อม โดยเฉพาะสาวๆ ที่อยากไปล่องเรือชมวาฬ เพราะการล่องเรือไปตามจุดที่จะเห็นบรูด้าต้องใช้เวลาทั้งวัน อาจจะต้องลงเรือสักประมาณ 8-9 โมงเช้า และกลับเข้าฝั่งอีกทีก็ประมาณช่วงบ่ายแก่ๆ และก่อนลงเรือก็ควรเช็กจำนวนผู้โดยสารให้ดี อย่าใช้บริการกับเจ้าของทัวร์ที่บรรทุกคนเกินปริมาณที่กำหนด รวมถึงตรวจเช็กเสื้อชูชีพบนเรือด้วยว่าต้องมีเพียงพอสำหรับผู้โดยสารทุกคน

เมื่อถึงจุดที่ชมวาฬเรือท่องเที่ยวควรจอดห่างจากฝูงวาฬประมาณ 100 เมตร ในรัศมีนี้เรือต้องจอดนิ่งๆ หากเข้าใกล้กว่านี้อาจเป็นอันตรายต่อวาฬได้ ถ้าเรือแล่นเร็วหรือเข้าใกล้เกินไปจนอยู่ในระยะอันตรายต่อวาฬ (ใกล้กว่า 50 เมตร) นักท่องเที่ยวควรเป็นหูเป็นตาและแจ้งเจ้าหน้าที่บนชายฝั่งให้เข้ามาดูแลจัดการต่อไป เรือที่ไม่มั่นใจอย่าไป เช่น พวกเรือเล็ก และอย่าขับเจ็ทสกีไปไล่ต้อนเพื่อชมวาฬเด็ดขาด เพราะเสียงเครื่องยนต์ดังมาก จะเป็นการรบกวนวาฬมากเกินไป ควรชมอย่างเงียบๆ จะดีกว่า

ข้อต่อมาคือ ไม่ควรโยนขนมปังให้วาฬ ปกติวาฬก็ไม่กินขนมปังอยู่แล้ว เพราะอาหารของเขาคือปลาเล็กปลาน้อย นอกจากนี้ การสังเกตจุดที่จะเห็นวาฬบรูด้า ให้สังเกตที่นกนางนวลที่บินมาเป็นฝูงทันทีที่เห็นวาฬบรูด้า เพราะนกนางนวลมักจะมาคอยกินปลาที่กระโดดพ้นน้ำในขณะที่วาฬบรูด้าหากิน ทำให้นกนางนวลพลอยได้กินปลาไปด้วย เหมือนเป็นความสัมพันธ์ในเชิงระบบนิเวศที่สัตว์ 2 ชนิดนี้พึ่งพาอาศัยกัน

"เห็นไม่ต่ำกว่า 40 ตัวแน่นอน แถบนี้เรียกว่าแทบจะตั้งชื่อให้วาฬแต่ละตัวได้เลยเพราะเจอกันทุกปี สาเหตุที่วาฬบรูด้ามาที่นี่ทุกปีเป็นเพราะทะเลแถบนี้มีฝูงปลาเล็กซึ่งเป็นอาหารของบรูด้ามาอยู่ใกล้ฝั่งพอดี จึงทำให้ในช่วงครึ่งปีหลังสามารถเห็นวาฬบรูด้าได้เยอะมาก และชมได้อย่างใกล้ชิดด้วย เมืองไทยเป็นจุดเดียวในโลกที่มีโอกาสเห็นวาฬบรูด้าใกล้ๆ ขนาดนี้ โดยทั่วไปวาฬบรูด้าอาศัยอยู่ในน่านน้ำเขตร้อนทั่วโลกอยู่แล้ว แต่ทำไมที่ไทยเราเห็นได้ทุกปีและเห็นเยอะ เพราะบ้านเราเป็นแหล่งที่เขาว่ายเข้ามาหากินปลาเล็กโดยเฉพาะ นี่เป็นความโชคดีของเรา ทำให้เราได้มีโอกาสได้ชื่นชม" ดร.ธรณ์ อธิบายเพิ่มเติม

...

ส่วนวาฬบรูด้าที่พบในแถบชายฝั่งทะเลใต้ วันนี้เริ่มมีให้เห็นกันแล้ว โดย พงศ์พยัคฆ์ ศรียา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา บอกว่านักท่องเที่ยวเริ่มเห็นวาฬบรูด้าขนาดใหญ่ว่ายเข้ามาหากินใกล้หมู่เกาะสุรินทร์ตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา และในเดือนมกราคมนี้ก็เริ่มเห็นกันมากขึ้น พบประมาณ 3-4 ตัว แต่จะเข้ามาหากินเดี่ยวๆ

"ทะเลแถบนี้มีความอุดมสมบูรณ์กลับมา ปะการังฟอกขาวน้อยลง แหล่งอาหารของบรูด้าอย่างพวกแพลงก์ตอน และปลาเล็กปลาน้อยก็เพิ่มจำนวนมากขึ้น ทำให้บรูด้าว่ายเข้ามาหากินในน่านน้ำแถบนี้เร็วขึ้น ก็ถือเป็นโอกาสดีของนักท่องเที่ยวที่ได้ชมบรูด้าระหว่างล่องเรือ ได้เก็บความประทับใจกลับไป ในส่วนนักท่องเที่ยวของที่นี่ก็อยู่ในกฎกติกาเป็นอย่างดี ไม่มีรายงานว่ามีนักท่องเที่ยวนั่งเรือเล็กเข้าใกล้มากเกินไปหรือทำอะไรที่เป็นการรบกวนวาฬบรูด้า ทางอุทยานฯ เองก็มีการกำชับเรื่องนี้พอสมควร" หัวหน้าอุทยานฯ บอก

เชื่อว่าทุกคนที่ได้พบเห็นเจ้ายักษ์ใหญ่แห่งท้องทะเลตัวนี้ทีไร เป็นต้องตื่นตาตื่นใจและมีความสุขทุกครั้ง เอาเป็นว่าเก็บความประทับใจกลับไปแล้วก็อย่าลืมช่วยกันรักษาธรรมชาติทางทะเลให้อุดมสมบูรณ์อย่างนี้ไปนานๆ นะ เจ้าบรูด้าจะได้ว่ายน้ำเข้ามาหากินในบ้านเราได้ทุกปีไม่มีเบื่อ

...

**ล้อมกรอบ**

แหล่งชมวาฬบรูด้า

1. บริเวณอ่าวไทยตอนใน บริเวณ จ.สมุทรสาคร, สมุทรสงคราม และ จ.เพชรบุรี

ที่นิยมไปกันมากที่สุด คือ บริเวณอ่าว ก.ไก่ โดยสามารถติดต่อเช่าเรือประมงที่บริเวณหาดเจ้าสำราญ จ.เพชรบุรี การเช่าเรือลำขนาดกลางสามารถนั่งได้ 7-8 คน ราคา 3,500 บาท และเรือลำขนาดใหญ่สามารถนั่งได้ 15 คน ราคา 5,000 บาท (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เทศบาลตำบลหาดเจ้าสำราญ โทร.08-9254-5030 หรือ ททท.สำนักงานเพชรบุรี (ดูแลพื้นที่ เพชรบุรี, ราชบุรี) โทร. 0-3247-1005-6, 0-3247-1502

ส่วนในพื้นที่ของอ่าวบางตะบูน จ.เพชรบุรี ติดต่อสอบถามรายละเอียดเรือนำชมวาฬบรูด้าได้ที่ครัวริมทะเลบางตะบูน โทร. 08-6796-5506, คุณจำรูญ พงศ์พิทักษ์ โทร. 0-3258-1233, คุณทิพย์เนตร สุขเจริญ โทร. 08-9796-5506 ส่วนพื้นที่ในเขตแหลมผักเบี้ย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ มนู อรัญพันธ์ ประธานชมรมวาฬบรูด้าแหลมผักเบี้ย โทร. 08-1856-4939 

นอกจากนี้ หากจะเดินทางไปชมที่บริเวณอ่าวในเขต จ.สมุทรสงคราม สามารถสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการชมวาฬบรูด้าได้ที่ ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม (ดูแลพื้นที่ สมุทรสงคราม, สมุทรสาคร, นครปฐม) โทร.0-3475-2847-8, 0-3475-2846

2. เขตพื้นที่ชายฝั่งแถบทะเลตอนใต่ฝั่งอันดามัน บริเวณหมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา

ที่นี่ยังไม่มีการเปิดให้บริการชมวาฬบรูด้าโดยตรง แต่นักท่องเที่ยวที่ล่องเรือไปเที่ยวระหว่างหมู่เกาะเริ่มได้ชมบรูด้ากันแล้ว ระบุว่าพบวาฬบรูด้าขนาดใหญ่ ช่วงลำตัวยาว 10 เมตร พบระหว่างทางใกล้ถึงเกาะสุรินทร์ ห่างฝั่งประมาณ 300 เมตร หากนักท่องเที่ยวสนใจอยากสอบถามจุดที่พบเห็นบรูด้าได้ง่าย สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ตำบลคุระ อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา 82150 โทร. 0-7647-2145, 0-7647-2146 หรือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรุงเทพฯ โทร. 0-2562-0760 หรือ www.dnp.go.th.

...