ตอนที่แล้ว (อ่านเพิ่ม : ฤดูหนาว ไม่เหงา ที่ ฮอกไกโด ตอนที่1) เราพาไปเที่ยว 2 วันแรก ตอนนี้ตามสัญญาอีก 2 วันที่ทรงคุณค่า ที่ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น คู่มือคนเมืองพาไปลุยกัน...
Day3
Hakodate Morning Market
ตลาดเช้าฮาโกะดาเตะ ที่นี่เปิดทำการตั้งแต่ตี 5 กันเลยทีเดียว เดินทางได้ง่ายไม่ไกลจากสถานีรถไฟฮาโกะดาเตะเลย สำหรับที่นี่จะขายของสดจำนวนมากให้ผู้คนได้เลือกสรรกัน ทั้งผักสดนานาชนิดในราคาที่ไม่แพง รวมไปถึงของทะเลสดนานาชนิด ที่ขาดไม่ได้สำหรับอาหารของฮอกไกโดคือ ปูยักษ์ (ทาราบะ) ปูตัวใหญ่ที่มีน้ำหนักมากกว่าหนึ่งกิโลกรัม หากว่าไม่ได้ทานถือว่ามาไม่ถึงฮอกไกโด
Toyoura Strawberry Picking
ไร่สตรอเบอร์รี่ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม มาถึงฮอกไกโดเราก็ได้มีโอกาสมาเก็บสตรอเบอร์รี่ด้วยมือของเราเอง ความประทับใจเริ่มต้นด้วยรอยยิ้มของสองเจ้าของไร่ 2 สามี-ภรรยา ที่ทำไร่สตรอเบอร์รี่เล็กๆ ที่ตกทอดกันมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่บนพื้นที่กว่า 30 ไร่ บนเนินเขาริมทะเลสาบโทยะ สตรอเบอร์รี่ที่นี่เรียกว่า “โทชิฮิเมะ” ลูกขนาดไม่ใหญ่มากแต่มีรสชาติที่หวานถูกปาก กว่าจะเป็นสตรอเบอร์รี่ที่นำไปขายได้ต้องทำการเพาะไว้กว่า 11 เดือน นั่นหมายความว่าใน 1 ปี จะเก็บสตรอเบอร์รี่ที่สวยและโตเต็มที่ไปขายได้แค่ 1 ครั้ง (ช่วงเดือนมิถุนายน) ต่อปี แต่หากมีผลเหลืออยู่จะนำไปขายทำแยมสตรอเบอร์รี่ต่อไป เรียกว่ามาตรฐานการควบคุมคุณภาพของที่นี่เคร่งมาก หากพ้นเดือนเก็บเกี่ยวก็จะไม่นำสตรอเบอร์รี่ที่ไม่สมบูรณ์ออกขายเด็ดขาด แต่จะนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อย่างอื่นแทน ซึ่งเราก็ได้เก็บชิมกันอย่างเอร็ดอร่อยถือว่าล้างสวนให้เจ้าของสวนโดยไม่ให้เหลือเปล่า
...
*Self Drive Experience
อีกหนึ่งประสบการณ์ที่พลาดไม่ได้ คือการขับรถเที่ยวด้วยตัวเอง เมื่อมาถึงสนามบินชิโตเสะ นักท่องเที่ยวสามารถหาที่เช่ารถได้ด้วยตัวเอง โดยทางสนามบินได้จัดสถานที่ไว้สำหรับผู้ให้บริการรถเช่าหลากหลายบริษัทมาบริการรถเช่า นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามและเช่ารถได้จากที่สนามบินได้อย่างสะดวกสบาย
ทริปของเราเริ่มประสบการณ์ขับรถด้วยตัวเองที่แคมป์บาร์บีคิวริมทะเลสาบโทยะ หลังจากพักรับประทานอาหารเที่ยงกับเมนูบาร์บีคิว เนื้อแกะ เสิร์ฟพร้อมชีสก้อนใหญ่ ต้องบอกเลยว่าคนไทยกับชีสเป็นอะไรที่คู่กันมาก หลังจากรับประทานอาหารกันเรียบร้อยแล้ว คณะเราก็ได้เริ่มเดินทางต่อ จุดมุ่งหมายของเราอยู่ที่เมืองนิเซโกะ ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองฮาโกะดาเตะใช้เวลาเดินทางเพียง 1 ชั่วโมง ตลอดการเดินทางนั้นก็ได้ชื่นชมกับบรรยากาศความเป็นธรรมชาติของสองข้างทาง เนื่องจากเมืองสองเมืองนี้เรียกได้ว่ายังคงมีความเงียบสงบปลอดจากมลพิษทางการจราจรได้เป็นอย่างดี
Natural Water Park
สายน้ำอันบริสุทธิ์ไหลมาจากยอดภูเขาไฟโยเทอิ หรือภูเขาไฟฟูจิแห่งฮอกไกโด มารวมกันอยู่ที่ Natural Water Park น้ำใสเย็นที่ผู้คนสามารถนำน้ำที่ไหลมาจากยอดภูเขาไฟนี้กลับไปใช้อุปโภคบริโภคกันได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และยังเป็นที่เชื่อกันว่าผู้ใดที่ได้ดื่มน้ำจากที่นี่ จะมีสุขภาพแข็งแรง และมีโชคลาภ ดังนั้นหากได้มาที่แห่งนี้จะต้องเห็นภาพผู้คนที่อาศัยอยู่ละแวกนี้พากันมาเก็บน้ำกลับไปใช้ในครัวเรือนกันมากมาย
นอกจากนี้บริเวณ Natural Water Park มีร้านขายเต้าหู้ที่มีชื่อเสียง เนื่องจากเต้าหู้ของที่นี่ใช้น้ำบริสุทธิ์จากยอดภูเขาไฟโยเทอิ เป็นส่วนประกอบในการผลิตนั่นเอง ทำให้ขึ้นชื่อว่าเต้าหู้ของที่นี่มีรสชาติดีกว่าทุกๆ ที่
Niseko Milk Farm
ฟาร์มนมนิเซโกะ ฟาร์มที่เต็มไปด้วยทุ่งหญ้ากว้างที่ล้อมด้วยทิวทัศน์ที่สวยงามของภูเขาไปโยเทอิด้านหลัง ที่นี่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มีส่วนผสมของนม ได้แก่ ไอศกรีม (ซอฟต์ครีม) พุดดิ้ง นมสด และที่นี่เราได้มีโอกาสทำไอศกรีมของพวกเราเอง นับว่าเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากเพราะเราไม่เคยทราบเลยว่าสามารถทำไอศกรีมได้ด้วยมือ
อุปกรณ์ที่ต้องใช้ ได้แก่ กะละมังขนาดกลาง 1 ใบ กะละมังขนาดเล็ก 1 ใบ อุปกรณ์ตีไข่ น้ำแข็ง นมสด สตรอเบอร์รี่ และเกลือ
...
ขั้นตอนการทำ
• นำน้ำแข็งใส่ลงในกะละมังขนาดกลาง และนำกะละมังขนาดเล็กมาวางไว้บนน้ำแข็งในกะละมังขนาดกลางอีกที
• เทนมสดลงในกะละมังขนาดเล็ก
• ใส่สตรอเบอร์รี่ลงในกะละมัง
• ตัดเกลือลงไปหนึ่งช้อนชา
• ใช้อุปกรณ์ตีไข่ตีส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน โดยตีไปเรื่อย ๆ จนกว่าส่วนผสมทั้งหมดเริ่มข้นเหมือนโยเกิร์ตและเริ่มแข็ง
• เสร็จสิ้นกระบวนการ ได้ไอศกรีมสตรอเบอร์รี่
...
ขั้นตอนทั้งหมดกว่าจะมาเป็นไอศกรีมนั้นทำเอาหมดแรงแต่ก็ภูมิใจสามารถนำวิธีนี้กลับไปทำไอศกรีมกินเองทานเมืองไทยได้แล้ว สร้างความสนุกสนานให้แก่คณะเราเป็นอย่างมาก
Hilton Niseko
เมืองนิเซโกะ ในฤดูร้อนที่คณะเราได้ไปเยือนนั้น ต้องบอกเลยว่าเป็นเมืองที่เงียบสงบเหมาะแก่การพักผ่อนหลีกหนีจากความวุ่นวายของเมืองกรุงได้เป็นอย่างดี จนเหมือนไม่มีผู้คนอาศัยอยู่เลย แต่อีกมุมหนึ่งของเมืองนี้ ในช่วงฤดูหนาว เมืองนิเซโกะได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวนับหมื่นคนต่อปี เนื่องจากเมืองนี้มีชื่อเสียงในการเล่นสกี สกีรีสอร์ต และเทศกาลสกี จึงมีสกีรีสอร์ตเกิดใหม่ขึ้นมากมายที่เมืองแห่งนี้ รวมไปถึงสถานที่ที่เราไปพักในคืนนี้กันด้วย “Hilton Niseko Ski Resort” นับได้ว่าที่นี่เป็นรีสอร์ตในเครื่อง Hilton ที่มีชื่อเสียงอีกที่ในการรองรับการมาท่องเที่ยวของนักผจญภัยหนาวในเทศกาลเล่นสกี ด้วยการบริการที่ครบวงจรทั้งฟิตเนสสำหรับผู้เข้าพัก ออนเซ็นชั้นเยี่ยม ห้องอาหาร บาร์สำหรับผู้ชื่นชอบการสังสรรค์ นวดทรีทเม้นต์ รวมไปถึงร้านขายของ เรียกได้ว่ามีครบทุกอย่างในที่เดียวจริงๆ
...
Day4 - Sapporo
Kokorono Sato Jouzan (Hometown of the Heart)
ออนเซ็นท่ามกลางบรรยากาศผ่อนคลาย และธรรมชาติ Kokorono Sato Jouzan (Hometown of the Heart) เดินทางจากซัปโปโรใช้เวลาเพียง 40 นาทีเท่านั้น สถานที่แห่งนี้สร้างความประทับใจได้ตั้งแต่แรกเห็นด้วยสวนหย่อมขนาดเล็กบริเวณทางเข้า และสถานที่รับรองเรือนไม้ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ภายในเรือนไม้มีห้องนั่งเล่นและห้องอ่านหนังสือให้ผู้ที่มาเยือนสามารถพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ และที่นี่ท่านสามารถแช่ออนเซ็นเท้า ภายนอกเรือนรับรองมีออนเซ็นแช่เท้ารับรองผู้มาเยือน ด้วยน้ำอุ่นที่สามารถช่วยให้ท่านผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าได้ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ ใต้ร่มไม้เย็นสบาย นับว่าเป็นสถานที่ที่สร้างความประทับใจอย่างมากอีกที่หนึ่ง
Hokkaido Shrine
ศาลเจ้าฮอกไกโด ตั้งอยู่ในเมืองซัปโปโร สวนสาธารณะมะรุยะมะ มีอายุมากกว่า 140 ปี เป็นศาลเจ้าลัทธิชินโต แต่เดิมนั่นชื่อศาลเจ้าซัปโปโร แต่ได้เปลี่ยนเป็นชื่อศาลเจ้าฮอกไกโด เพื่อให้สมกับความยิ่งใหญ่ของเกาะฮอกไกโดโดยคอยปกปักรักษาให้ประชาชนชาวฮอกไกโดมีความสงบสุขร่มเย็น ถือว่าเป็นสถานที่ที่ผู้คนที่นี่ให้ความเคารพกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ
(http://www.thailandbestprice.com/japan/hokkaido-information)
*Hokkaido Ramen
หากได้มาเยือนประเทศญี่ปุ่น อาหารอย่างแรกที่ไม่ควรพลาดคือ “ราเมน” และแน่นอนที่ฮอกไกโดเองก็เช่นกัน “มิโซะ ราเมน” นับเป็นเมนูแนะนำที่พลาดไม่ได้ ด้วยน้ำซุปที่ทำมาจากซุปมิโซะให้รสชาติเข้มข้น เสิร์ฟพร้อมหมูชิ้นใหญ่ ใส่มาในถ้วยใบยักษ์ ไม่ว่าจะทานกี่ครั้งก็ไม่รู้สึกเบื่อจริง ๆ
Tanuki Koji
สถานที่สุดท้ายของการมาเยือนฮอกไกโด “ถนนคนเดินทานุกิ โคจิ” แหล่งช็อปปิ้งรวบรวมของฝาก มีชื่อเสียงในหมู่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าก่อนจะจบทริปเราจะต้องแวะจับจ่ายของฝากกลับเมืองไทย และที่ถนนคนเดินทานุกิ โคจิแห่งนี้ก็มีทุกอย่างที่เหล่าบรรดานักช็อปต้องการ ตั้งแต่ของฝาก ขนม ของรับประทาน เสื้อผ้า กระเป๋า และร้านค้าขายสินค้าอย่างเครื่องสำอางแบรนด์ดังราคาถูก ที่นี่มักจะเต็มไปด้วยผู้คนเดินกันอย่างคึกคัก เรียกได้ว่าเป็นสีสันของซัปโปโรเลยทีเดียว ถนนคนเดินแห่งนี้เดินไม่ไกลจากสวนโอโดริ ใช้เวลาเดินเพียงไม่ถึง 10 นาที หาง่าย ของมีให้เลือกเยอะ มีหรือที่จะไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับเมืองไทย
ข้อมูลในการท่องเที่ยวครั้งนี้ขอขอบคุณการท่องเที่ยวฮอกไกโด ที่นำเราทั้งหมดสัมผัสมนต์เสน่ห์ของฮอกไกโดในแบบที่แตกต่าง และประทับใจ