จุดชมวิว 3 จัวหวัด.

เมืองลับแลเป็นอำเภอเล็กๆในจังหวัดอุตรดิตถ์ แต่เดิมการเดินทางไปมาไม่สะดวก เส้นทางคดเคี้ยว ต้องผ่านหุบเขาสลับซับซ้อนและป่ารกทึบ ทำให้คนที่ไม่ชำนาญทางพลัดหลงได้ง่าย...

เมืองลับแลเป็นอำเภอเล็กๆในจังหวัดอุตรดิตถ์ แต่เดิมการเดินทางไปมาไม่สะดวก เส้นทางคดเคี้ยว ต้องผ่านหุบเขาสลับซับซ้อนและป่ารกทึบ ทำให้คนที่ไม่ชำนาญทางพลัดหลงได้ง่าย จนได้ชื่อว่าเมืองลับแล แปลว่า มองไม่เห็น มีเรื่องเล่ากันว่าคนมีบุญเท่านั้นจึงจะได้เข้าไปถึงเมืองลับแล บางคนบอกว่าที่นี่คือเมืองแม่ม่าย เพราะตำนานเล่ากันมาว่า คนเมืองนี้ห้ามพูดโกหก ใครโป้ปดมดเท็จจะถูกขับไล่อยู่ในเมืองไม่ได้ และผู้ชายมักพูดโกหกเก่งกว่าผู้หญิง ในเมืองเลยเหลือแต่หญิงสาวและแม่ม่ายเป็นส่วนใหญ่



ประตูทางเข้าเมืองแม่ม่าย.

ปัจจุบันป่ารกทึบได้กลายมาเป็นสวนผลไม้ หลากหลายชนิด ทั้งลางสาด มะไฟ ส้มโอ มังคุด และทุเรียน กระจายตัวอยู่ทั่วหุบเขา จนได้ฉายานามว่า ภูเขากินได้ โดยเฉพาะทุเรียนพันธุ์หลงลับแลและหลินลับแล ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ การขนทุเรียนเหล่านี้ออกจากสวนก็ไม่ธรรมดา เนื่องจากภูมิประเทศที่เป็นภูเขา มีเพียงรถมอเตอร์ไซค์เท่านั้นที่สามารถขี่ลัดเลาะตามไหล่เขาเข้าถึงสวนได้ คนที่นี่จึงคิดวิธีใช้เชือกสลิงขึงข้ามหุบเขาลำเลียงทุเรียนออกจากสวน วิธีลัดนี้ทำให้ทั้งหลงและหลินถึงถนนเส้นหลักได้โดยง่าย กลายเป็นทุเรียนลอยฟ้า

อาจต้องเสียพลังงานในการประคองตัวที่โขยกเขยกตลอดระยะทางมากเสียหน่อย แต่เส้นทางบนภูเขากินได้เส้นนี้ให้ทั้งความมันส์ ในแบบแอดเวนเจอร์และความสวยงามของทิวทัศน์ เมื่อขึ้นไปถึงจุดชมวิวสวนป้าสมเด็จ ณ จุดนี้ นาทีเดียวเที่ยวได้ 3 จังหวัด ยืนอยู่อุตรดิตถ์ ขยับขาจากถนนเพียงก้าวเดียวก็เข้าเขตจังหวัดสุโขทัย พอขยับไปทางซ้ายก็ย้ายไปจังหวัดแพร่แล้ว



เส้นทางขึ้นภูเขากินได้.




ทะเลหมอกเหนือเมืองลับแล.

มาลับแลไม่ต้องกลัวอด อาหารการกินประจำถิ่นที่ต้องลองชิมคือ ข้าวแคบ หรืออาจเรียกว่า หมี่พัน หรือข้าวพัน วิธีการทำคล้ายข้าวเกรียบปากหม้อ ลักษณะเป็นแผ่นแป้งบางๆห่อเส้นหมี่ ไข่ ผัก กากหมู คลุกเคล้าเครื่องปรุงรสและน้ำจิ้ม รสชาติอร่อยและได้คุณค่าทางอาหาร หากใครที่ชอบผ้าทอสวยๆ ลองไปเลือกดู ผ้าซิ่นตีนจก ที่ ม่อนลับแล แหล่งรวมช่างทอผ้าฝีมือดีและหัตถกรรมพื้นบ้านหลากหลายท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นของต้นไม้น้อยใหญ่ ลับแลคงไม่แลลับ ยังมีอะไรให้ค้นหาอีกเยอะ หากมีเวลาจะต้องกลับมาเยือนอีกครั้ง

ออกจากเมืองลับแลผ่านตัวเมืองอุตรดิตถ์ไปราว 30 กม. จะพบอำเภอหนึ่งชื่อว่า ตรอน ฟังแล้วไม่รู้มีความหมายว่าอย่างไร แต่เชื่อหรือในอดีตที่นี่เคยยิ่งใหญ่ในฐานะเมืองเก่าที่มีประวัติศาสตร์เกี่ยวพันกับการเสด็จประพาสต้น เพราะหากย้อนไปเมื่อ 108 ปีก่อน ตรงกับ ร.ศ.120 (พ.ศ. 2444) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสต้นหัวเมืองฝ่ายเหนือ โดยเรือกลไฟ เสด็จฯออกจากพระนครเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ร.ศ.120 ทรงแวะประทับแรมเรื่อยมา



ภาพชาวเมืองลับแลในอดีต.




งานตามรอยเสด็จประพาสต้นที่บ้านหาดสองแคว.


จนเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ปีเดียวกัน ได้เสด็จฯถึงเมืองพิไชย และทรงประทับแรม 1 คืน วันรุ่งขึ้นได้เสด็จฯออกจากเมืองพิไชย สู่เมืองตรอนตรีสินธุ์ มีหลักฐานจากบันทึกพระราชหัตถเลขาว่า เมื่อเวลาเช้า 3 โมง ถึงเมืองตรอน-ตรีสินธุ์ ซึ่งปากน้ำตรอนอยู่ใต้พลับพลาที่ประทับลงไป ทรงประทับแรมที่นี่อีก 1 คืน ก่อนจะเสด็จฯต่อไปยังบางโพท่าอิฐ

ผ่านมาอีกร้อยกว่าปี ชื่อเมืองต่างๆที่พระองค์ ท่านเสด็จประพาสถูกเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เมืองพิไชย ปัจจุบันคืออำเภอพิชัย เมืองตรอนตรีสินธุ์ เหลือเพียงชื่อสั้นๆว่า อำเภอตรอน ส่วนบางโพท่าอิฐ รวมอยู่ในจังหวัดอุตรดิตถ์ ขณะที่ฝั่งตรงข้ามปากน้ำคลองตรอน คือวัดหาดสองแคว คนที่นั่นจึงเชื่อกันว่าจุดที่พระองค์ท่านทรงสั่งให้ตั้งพลับพลาประทับแรมน่าจะอยู่บริเวณหาดทรายริมน้ำน่าน หรือวัดหาดสองแควในปัจจุบันนั่นเอง ดังนั้น ทุกปีในวันที่ 22 ตุลาคม ชาวบ้านหาดสองแควจึงร่วมแรงร่วมใจกันจัดงาน ย้อนรำลึกเส้นทางประวัติศาสตร์ รัชกาลที่ 5 เสด็จเมืองตรอนตรี-สินธุ์ ขึ้น ณ ลานพิกุล วัดหาดสองแคว อ.ตรอน



ผ้าซิ่นตีนจกสวยๆ.




วิธีการทำข้าวแคบ.


ในงานนอกจากการแสดงแสงสีเสียงย้อนรำลึกประวัติศาสตร์ครั้งเสด็จประพาสต้นแล้ว ยังมีการจำลองบรรยากาศวิถีชีวิตของชาวบ้านหาดสองแคว ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากชาวลาวเวียงที่มีวัฒนธรรมการดำรงชีวิตแบบเรียบง่าย เชื่อหรือไม่ทุกวันนี้ชาวบ้านหาดสองแคว ยังคงหามสาแหรกสำรับอาหารคาวหวานไปทำบุญที่วัดทุกวันพระ เห็นแล้วอดชื่นชมไม่ได้ แม้สภาพเศรษฐกิจ สังคม บ้านเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร แต่คนบ้านหาดสองแควยังคงยึดมั่นและดำรงอัตลักษณ์แห่งตนไว้ได้อย่างเหนียวแน่น



บรรยากาศจำลองวิถีชีวิตคนลาวเวียง.


หนาวนี้ใครเบื่อเมืองเหนือที่คนเยอะรถติด ลองหมุนพวงมาลัยเลี้ยวรถไปเยือนอุตรดิตถ์สักครั้ง แล้วจะเข้าใจว่าทำไมใครๆถึงพากันหลงเสน่ห์เมืองนี้กันทั้งนั้น ยืนยันว่ามาแล้วไม่ผิดหวัง สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานแพร่ (แพร่ น่าน อุตรดิตถ์) โทร. 08-6896-5683, 08-1827-6220 จะได้คำตอบที่น่าพอใจ.

...