Thairath Logo
กีฬา

สารคดี : กอมเบ อัลบั้มครอบครัว

Share :
line-share-logo

สารคดีไทยรัฐออนไลน์สัปดาห์นี้พบกับเรื่องราวของเจนที่ศึกษาเรื่องราวต่างๆ ของชิมแปนซี...

3 เมษายน ปี 2014 เจน กูดดอลล์ มีอายุครบ 80 ปี บทสนทนาของผมกับเจนเริ่มขึ้นตอนผมเขียนเกี่ยวกับโครงการศึกษาชิมแปนซีที่กอมเบ ประเทศแทนซาเนีย ซึ่งมีอายุครบครึ่งศตวรรษพอดี (ดูเรื่อง “เจน กูดดอลล์ ห้าสิบปี ที่กอมเบ” ในฉบับเดือนตุลาคม 2553)

เจนเริ่มศึกษาชิมแปนซีเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 1960 เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่เดือน เธอไม่เพียงคุ้นเคยกับชิมแปนซีหลายตัว แต่ยังค้นพบเรื่องสำคัญสามประการ นั่นคือ ชิมแปนซีรู้จักใช้เครื่องมือ ชิมแปนซีรู้จักประดิษฐ์เครื่องมือ และชิมแปนซีอาจกลายเป็นนักล่าและกินเนื้อได้ เธอยังเริ่มแยกแยะความแตกต่างในบุคลิกภาพของชิมแปนซีแต่ละตัว จากนั้นในปี 1962 เจนก็ลาไปเรียนต่อปริญญาเอกสาขาพฤติกรรมวิทยาที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์

เจน กูดดอลล์: ในยุคหนึ่ง วิชาพฤติกรรมวิทยาเป็นศาสตร์ที่อ้างอิงแนวคิดทฤษฎีอย่างเคร่งครัด และผลการวิจัยต้องมาจากการพิสูจน์หรือการทดลอง ซึ่งจะเป็นเช่นนั้นไม่ได้เลย ถ้าคุณไม่เข้าไปยุ่มย่ามกับสิ่งที่ศึกษาอย่างมาก ดังนั้น แม้ความแตกต่างในแต่ละตัวค่อนข้างจะเป็นที่ยอมรับ แต่กลับไม่มีใครพูดถึง

เดวิด ควาเมน: นักพฤติกรรมวิทยาไม่ชอบพูดถึงความแตกต่างเฉพาะตัว แต่ชอบพูดถึงแบบแผนมากกว่า

เจน: เป็นวิธีคิดที่ลดทอนความซับซ้อนมากๆ ค่ะ

เดวิด: แล้วคุณก็เข้าวงการมา แถมยังอยากพูดถึงความแตกต่างในชิมแปนซีแต่ละตัว รวมทั้งเรื่องบุคลิกภาพและนิสัยใจคอ

เจน: ฉันอยากศึกษาเรื่องอารมณ์ เรื่องของจิตใจและความคิดค่ะ

เดวิด: แล้วทางเคมบริดจ์ว่าอย่างไรครับ

เจน: ฉันแทบช็อกเมื่อมีคนมาบอกว่า สิ่งที่ฉันทำมาตลอดนั้นผิดหมด ผิดทุกอย่างเลยค่ะ ฉันไม่ควรตั้งชื่อให้ชิมแปนซี ฉันไม่ควรพูดถึงบุคลิกภาพ ความคิด หรือความรู้สึกของพวกมัน คุณลักษณะเหล่านี้มีแต่ในมนุษย์เท่านั้น

ดังนั้นผมกับเจนจึงไม่พูดถึงเรื่องแบบแผนหรือแนวคิด แต่คุยกันเรื่องลักษณะนิสัยของชิมแปนซีบางตัวที่กอมเบ

เดวิด: คุณจะบรรยายเจ้าเดวิด เกรย์เบียร์ด ว่าอย่างไรครับ

เจน: บุคลิกของมันออกจะนิ่งๆ และแน่วแน่มากค่ะ

ในภาพนี้สแปร์โรว์ซึ่งเป็นชิมแปนซีอายุมากที่สุดในกอมเบ และเป็นแม่ใหญ่ของครอบครัวตัวเอส (S)

ผมถามถึงโกไลแอท ซึ่งเป็นจ่าฝูงเพศผู้ในช่วงปีแรกๆ ของเธอที่กอมเบ

เจน: โกไลแอทเป็นตัวป่วน มันกล้าหาญมากค่ะ เพราะมันจะเผชิญหน้ากับชิมแปนซีไม่ว่าหน้าไหนที่ท้าทายมัน ดังนั้น มันจึงไม่สงบนิ่งเหมือนเดวิด

เดวิด: แล้วเดวิดกับโกไลแอทมีความสัมพันธ์กันอย่างไรครับ

เจน: ฉันคิดว่าพวกมันน่าจะเป็นพี่น้องกันค่ะ พวกมันขลุกอยู่ด้วยกันบ่อยๆ และเดวิดจะคอยเป็นกองหนุนให้โกไลแอทเวลาถูกท้าทาย เป็นเรื่องแย่มากเลยค่ะที่โกไลแอทถูกเพศผู้ตัวอื่นรุมฆ่าตอนแยกฝูง

เมื่อปี 1964 ชิมแปนซีเพศผู้ชื่อ ไมก์ ก้าวขึ้นเป็นจ่าฝูงโดยใช้ความฉลาดแทนพละกำลัง

เดวิด: ไมก์พบวิธีใหม่ในการขึ้นเป็นจ่าฝูงใช่ไหมครับ

เจน: ค่ะ

เดวิด: เล่าให้ฟังหน่อยสิครับ

เจน: มันมีแรงจูงใจสูงมากค่ะ โดยค่อยๆ ไต่เต้าขึ้นไปตามลำดับชั้น แต่มีเพศผู้อื่นๆ อีก 11 ตัวซึ่งล้วนอยู่ในสถานะสูงกว่ามันทั้งนั้น ฉันคิดว่ามันแก่กว่าเดวิดนิดหน่อย ไมก์หยิบแกลลอนเปล่าใบหนึ่งขึ้นมาเป็นอุปกรณ์ช่วย แล้วพบว่าแกลลอนทำให้เกิดเสียงที่น่าทึ่งมาก และชิมแปนซีที่มันทำเสียงใส่ก็พากันวิ่งหนี ไมก์เลยเห็นว่ามันน่าจะใช้แกลลอนนี้ให้เป็นประโยชน์ได้ มันเรียนรู้วิธีเลี้ยงแกลลอนเปล่าสามใบให้อยู่ข้างหน้ามันเสมอ แล้วใช้ทั้งเตะและตี ฉันจำเพศผู้กลุ่มนี้ได้ พวกมันมีกันอยู่ ห้าตัว รวมถึงจ่าฝูงโกไลแอท โดยปกติแล้วไมก์กลัวพวกมันทุกตัวมาก แต่ด้วยแกลลอนสามใบนี้ ไมก์พุ่งตรงเข้าจู่โจมจนพวกนั้นเผ่นแน่บ จากนั้นมันก็นั่งลง [เจนทำเสียงหอบ] แล้วพวกมันก็เข้ามาทำความสะอาดขนให้ไมก์

เดวิด: นั่นคือจุดเริ่มต้นของการที่มันได้ขึ้นเป็นจ่าฝูง

เจน ใช่ค่ะ มันใช้เวลาแค่สี่เดือนในการไต่เต้าไปสู่จุดสูงสุด

ผมให้เธอดูภาพเก่าภาพหนึ่ง เป็นภาพตัวเธอในช่วงปีแรกๆ กำลังถือสมุดบันทึก มีชิมแปนซีตัวหนึ่งใช้มือทั้งสองข้างกุมมือขวาของเธอไว้

เจน: เจ้าฟีแกนค่ะ เป็นชิมแปนซีที่ฉลาดที่สุดของเรา

เดวิด: มันแสดงความฉลาดด้านไหนครับ

เจน: หลายด้านเลยเชียวล่ะ

เจนสาธยายเรื่องที่ฟีแกนรู้วิธีถอดสลักกล่องที่เธอเก็บกล้วยไว้ ฟีแกนกับเอเวอเรด เพื่อนของมัน รู้วิธีถอดสลักนี้ แต่มีเพียงฟีแกนเท่านั้นที่รู้ดีว่า การถอดสลักต่อหน้าเพศผู้ที่อยู่ในสถานะสูงกว่าหมายถึง การต้องยอมยกกล้วยให้พวกนั้น

เจน: ฉันเฝ้ามองมันค่ะ ฟีแกนนั่งทำเป็นทองไม่รู้ร้อน…และใช้เท้ายึดที่จับเอาไว้เฉยๆ มีเพศผู้ตัวอื่นๆอยู่ใกล้ๆ ฟีแกนนั่งจุ้มปุ๊กอยู่ตรงนั้น มีอยู่ครั้งหนึ่งมันใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมง จนกระทั่งเพศผู้ตัวอื่นจากไปหมดแล้ว มันจึงหยิบกล้วยไปกิน

เดวิด: เล่าเรื่องสแปร์โรว์ให้ฟังหน่อยสิครับ

เจน: เอาตัวรอดเก่งค่ะ เป็นแม่ใหญ่ที่โดดเด่นอีกตัวหนึ่ง มันมีลูกหลายตัวเชียวค่ะ

สแปร์โรว์มีลูกเจ็ดตัว เป็นย่าและทวดของชิมแปนซีอีกหลายตัว ระหว่างที่เจนทำงานอยู่ที่กอมเบนานถึง 54 ปีในฐานะนักวิจัย และต่อมาในฐานะผู้พิทักษ์และผู้อุปถัมภ์ มีช่วงเวลาแห่งความสุขสันต์มากกว่าความโศกเศร้า แต่เมื่อเวลา ผ่านไป งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา เมื่อการสนทนาของเราใกล้จบลง เจนย้อนรำลึกถึงการตายของโฟล ซึ่งเป็นแม่ของชิมแปนซีอย่างน้อยห้าตัว เป็นย่าของชิมแปนซีหลายตัว และเป็นแม่ใหญ่ผู้ยิ่งใหญ่และเป็นที่รักมากที่สุดที่กอมเบเคยมีมา

เดวิด: โฟลตายอย่างไรครับ

เจน: ตอนข้ามลำธารค่ะ มันแก่มากแล้ว ตอนนั้นมันอยู่กับฟลินต์ซึ่งอายุแปดปีแล้ว แต่ยังต้องพึ่งโฟลอยู่ ฉันร้องไห้หรือเปล่าน่ะหรือ ร้องค่ะ

เดวิด: พบร่างมันไหมครับ

เจน: ฉันไม่ได้พบเองหรอกค่ะ แต่ได้เห็นมัน และที่น่าเศร้าที่สุดก็คือ ฉันเห็นฟลินต์อยู่ข้างๆ ร่างโฟล มันคงไม่เข้าใจจึงได้แต่ดึงมือโฟลอยู่อย่างนั้น ทำเหมือนตอนโฟลยังมีชีวิตอยู่ คล้ายจะอ้อนว่า “ทำความสะอาดขนให้ผมหน่อยครับแม่” ถึงจุดหนึ่งมันก็ผละจากโฟลไปยังต้นไม้ที่พวกมันเคยนอนอยู่ด้วยกันเมื่อประมาณสองคืนก่อน มันปีนขึ้นไปอย่างช้าๆ ช้ามากๆค่ะ และเดินช้าๆ ไปตามกิ่งไม้จนมาถึงรังนี้ มันยืนดูรัง แล้วหันหลัง ก่อนจะปีนกลับลงมา เป็นภาพที่สะเทือนใจเหลือเกินค่ะ

สามสัปดาห์ต่อมา ฟลินต์ก็ตรอมใจตาย ลูกกำพร้าที่อาลัยแม่ของมันตัวนี้เป็นชิมแปนซีที่ ดร.เจน กูดดอลล์ นักพฤติกรรมวิทยา ผู้ตระหนักว่าชิมแปนซีมีบุคลิกภาพและอารมณ์ความรู้สึก ไว้อาลัยให้

เรื่อง เดวิด ควาเมน ภาพถ่าย อานัป ชาห์ และฟีโอนา โรเจอร์ส 

อ่านเพิ่มเติม...
ชิมแปนซีกอมเบ อัลบั้มครอบครัวเจน กูดดอลล์วิชาพฤติกรรมวิทยานิสัยของชิมแปนซีสารคดีเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิก