กว่าจะรับแม่นขนาดนี้ลุงยุทธนา นิจกิจ ต้องผ่านการฝึกฝนมานานกว่า 1 ปีต้องใช้ทั้งกำลังแขน และสายตาที่เฉียบคม รับลูกทุเรียนให้ตกลงกลางกระสอบ.. 

ทุเรียนที่พร้อมตัด จะต้องดูที่หนาม และสีผิว อย่างพันธุ์หมอนทอง หนามต้องใหญ่ ห่าง ผิวเปลือกเป็นสีทอง ส่วนพันธุ์ก้าวยาว หนามเล็ก แหลม ถี่ ผิวเปลือกเป็นสีเขียวหม่น แต่ถ้าไม่มั่นใจก็ต้องเคาะฟังเสียงก่อน

แต่กว่าจะได้ทุเรียนคุณภาพตรงความต้องการ ชาวสวนต้องดูแลอย่างพิถีพิถันมานานกว่า 6 เดือน ตั้งแต่การปลูก ที่ต้องเว้นระยะระหว่างต้นและแถวด้านละ 8-10 เมตร การตัดแต่งกิ่งให้เป็นระเบียบและเป็นทรงพุ่มที่ดีไว้ลำต้นเดี่ยว เหมาะแก่การไว้ผล และไม่บดบังแสงแดดซึ่งกันและกัน พร้อมทั้งควบคุมความสูงไม่ให้เกิน 7 เมตร ก็จะทำให้ต้นออกผลดก คุณภาพดีแบบนี้

จากนั้นชาวสวนจะทยอยลำเลียงทุเรียนออกจากสวน ขนไปขายส่งที่ล้ง หรือสถานที่รับซื้อผลไม้

...

ช่วงฤดูกาลผลไม้ เดือนมีนาคม ถึงปลายเดือนกรกฎาคม จะมีทุเรียนส่งขายที่ล้ง นับพันนับหมื่นลูกต่อวัน ซึ่งแต่ละล้งก็ไม้ได้รับซื้อทุเรียนทุกสายพันธุ์ อย่างล้งเอกเก่ง ตลาดผลไม้เนินสูง จังหวัดจันทบุรี จะรับซื้อเฉพาะพันธุ์หมอนทอง เพราะราคาดี แปรรูปได้ จึงเป็นที่ต้องการของตลาด

ทุเรียนหมอนทองที่ได้ราคาสูง จะต้องมีปลายหนามแหลม และขั้วที่สมบูรณ์ หากคุณสมบัติครบ ล้งจะรับซื้อกิโลกรัมละ 45 บาท แต่ถ้าเป็นทุเรียนตกไซส์ รูปร่างไม่สวย เนื้อน้อย จะรับซื้อถูกกว่ากิโลกรัมละ 5 บาท 

สำหรับทุเรียนที่จะถูกส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ ผู้รับซื้อจะแพ็กใส่กล่องอย่างดี เพื่อป้องกันทุเรียนเสียหาย

ส่วนที่ขายตลาดในประเทศ จะมีพ่อค้าแม่ค้าจากทั่วทุกสารทิศ มารอซื้อทุกวัน ปีนี้ทุเรียนหมอนทองในตลาดสดกรุงเทพมหานครขายเฉลี่ยกิโลกรัมละ 80 - 120 บาท 

ราคาทุเรียนหมอนทองแพงแบบนี้มา 2 ปีแล้ว เนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย จากสภาพอากาศที่หนาวเย็น แต่หากผลผลิตในปีต่อไปมีเพิ่มขึ้น ผู้บริโภคอาจจะได้รับประทานทุเรียนในราคากิโลกรัมละ 50-60 บาท อีกครั้ง.