ความโล่งโปร่งสบายของเรือนไทยช่วยรักษาตัวหนังใหญ่นับร้อยตัวไว้ให้คนรุ่นหลังได้ชม.

นอกจากวัด จะเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและที่พำนักของพระสงฆ์แล้ว “วัดขนอน”ยังมีชื่อเสียงในเรื่อง "หนังใหญ่" การแสดงชั้นสูงของไทยตั้งแต่สมัยโบราณ...

บึ่งรถออกจากกรุงเทพฯเมืองฟ้าอมรไปไม่ถึง 2 ชั่วโมง เราก็ได้ไปยืนสัมผัสความเงียบสงบกลางลาน วัดขนอน ต.สร้อยฟ้า อ.โพธาราม จ.ราชบุรี กันเป็นที่เรียบร้อย ไม่บ่อยนักที่จะได้เห็นลานวัดสะอาดโปร่ง โล่งสบาย ร่มครึ้มด้วยไม้ใหญ่อย่างที่ทางวัดนี้ ตั้งใจให้เป็น

นอกจากความเป็นวัดอันเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและที่พำนักของพระสงฆ์แล้ว วัดขนอนซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลองยังมีชื่อเสียงขจรขจายในเรื่อง "หนังใหญ่" การแสดงชั้นสูงของไทยตั้งแต่ สมัยโบราณสืบสานมาจนถึงปัจจุบัน แต่น้อยคนจะได้รู้จักและรับชม

"วัดหนังใหญ่" จึงกลายเป็นชื่อที่เรียกอย่างลำลองของวัดขนอนไปโดยปริยายอีกชื่อหนึ่ง ด้วยเหตุที่ว่าทางวัดเป็นเจ้าของตัวหนังใหญ่ 313 ตัว ตกทอดมาตั้งแต่สมัยหลวงปู่กล่อม ในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งแต่ละตัวล้วนแสดงฝีมือเชิงช่างในการแกะสลักตัวหนังอย่างวิจิตรบรรจง บัดนี้นำมาจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์หนัง ใหญ่ อยู่ที่เรือนไทยอันร่มรื่นภายในวัดนั้นเอง


เรือนไทยอายุ 80 ปีที่เป็นพิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดขนอน.

โรงอบกล้วยตากพลังแสงอาทิตย์ที่อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรินธร.

ต้องอธิบายกันให้พอเห็นภาพสักเล็กน้อยว่า "หนังใหญ่" ก็มีลักษณะคล้ายกับหนังตะลุง ส่วนมากทำจากหนังโค มีเพียงหนังเจ้าที่ ใช้หนังเสือ หรือหนังหมีในการแกะสลัก ผิดกันแต่ เพียงหนังใหญ่มีขนาดใหญ่กว่า เวลาแสดงคนเล่นต้อง ออกมาเต้น-รำเชิดหนังอยู่หน้าจอ เล่นกันเป็นคณะ มีทั้งคนพากย์และเจรจา ส่วนหนังตะลุงเล่นคนเดียวอยู่หลังจอ ผู้ชมก็รับฟังกับดูเงาบนหน้าจอกันไป

พระครูพิทักษ์ศิลปาคม เจ้าอาวาสวัดขนอน เล่าว่า ตามความเชื่อสมัยก่อนมักจะไม่เก็บรักษาตัวหนังไว้ในกุฏิ หรือในบ้านคน เชื่อว่าทำให้เกิดไฟไหม้ แต่มักจะทำโรงไว้นอกวัด เก็บไว้ในโรงหุงข้าวแล้วก็จะเอาหนังไปวางบนแคร่เพราะที่หุงข้าวมีควัน แมลงจะไม่รบกวน แต่เวลาฝนตกมันชื้น หมาได้กลิ่นหนังก็มารบกวน เมื่อสามสิบกว่าปีก่อนเคยมีฝรั่งมาขอซื้อตัวหนังใหญ่ เขามาติดต่อวัดขนอนด้วยแต่เราไม่ขาย เมื่อเราเอาเข้าโครงการพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เรามีการจัดการดูแล มีการเรียนรู้ทำให้ตรงนี้อยู่ได้

การอยู่ได้ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ต้องเรียกว่าอยู่ได้ดีจนถึงขั้นได้รับยกย่องให้เป็น 1 ใน 6 ชุมชนดีเด่นของ โลกที่มีผลงานในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูวัฒนธรรมเชิงนามธรรม จากศูนย์วัฒนธรรมแห่งเอเชียและแปซิฟิกเพื่อยูเนสโก หรือรางวัลยูเนสโก 2550 (ACCU PRIZE) ท่านเจ้าอาวาสวัดขนอนกล่าวถึงปัจจัยที่ส่งให้ได้รางวัลนั้นเป็นเพราะความสมัครสมาน สามัคคีของหลายส่วนที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่สถาบันสูงสุดคือสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สถาบันสงฆ์ ผู้นำจิตวิญญาณเข้ามาช่วย แล้วก็มีสถาบันชุมชนคือชาวบ้านเข้ามา มีเยาวชนเข้ามาทำงาน เป็นการผสมผสานกันในเรื่องอนุรักษ์ ศิลปวัฒนธรรม

ทุกวันนี้พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดขนอนเป็นแหล่งเรียนรู้ดูงานของสถานศึกษา โรงเรียนหลายแห่งที่พา นักเรียน นักศึกษามาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรักษาตัวหนังใหญ่ไว้ในสภาพสมบูรณ์ ส่วนใหญ่เป็นตัวละครจากเรื่องรามเกียรติ์ เช่น ชุดหนุมานถวายแหวน ชุดสหัสสกุมาร ชุดเผากรุงลงกาและศึกอินทรชิต ครั้งที่ 1


รูปปั้นสาธิตทำเหมืองดีบุกที่สวนผึ้ง.



ตัวหนังใหญ่ในพิพิธภัณฑ์นั้นเป็นตัวหนังเก่าแก่แต่ดั้งเดิม แบ่งตามลักษณะหนังที่แตกต่างกันไป ตามท่าทาง บทบาท การกระทำ บางตัวสูงถึง 2 เมตร กว้างเมตรเศษ แต่หนังใหญ่ที่ไว้ใช้แสดงสาธิตให้ชมฟรีกันทุกวันเสาร์ เวลา 10.00 น. ณ โรงแสดงในบริเวณวัดนั้น เป็นตัวหนังที่จัดทำขึ้นใหม่ทั้งหมดเพื่อใช้ในการแสดงโดยเฉพาะ  คนเล่นเต้นหนังใหญ่ล้วนแต่เป็นเด็กเยาวชนในหมู่บ้านที่ผ่านการฝึกหัดกัน
มารุ่นต่อรุ่น จนบัดนี้ย่างเข้าสู่รุ่นที่ 6 แล้ว โดยท่าเต้นนั้นเป็นแบบ พื้นบ้านโบราณของชาวบ้านเอง

สำหรับ พิพิธภัณฑ์นั้นเปิดให้ ชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ไม่เก็บค่าเข้าชม แต่มีตู้บริจาคตามศรัทธา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-3223-3386 โทรสาร. 0-3235-4272

นอกจากนี้ ในช่วงสงกรานต์ยังได้จัดเทศกาลหนังใหญ่ให้เป็นทางเลือกหนึ่งของคนท่องเที่ยวที่รักงานวัฒนธรรม ในวันที่ 13 เมษายนวันเดียวตั้งแต่บ่ายสามโมงถึงสามทุ่ม มีเวทีกลางสำหรับแสดงโขน หนัง ใหญ่ หุ่นกระบอก ลิเกฮูลู หนังตะลุง โขนล้านนา คนที่เคยไปในปีก่อนๆต่างประทับใจไปตามๆกัน

หนังใหญ่วัดขนอนถูกจัดให้เป็นหนึ่งในเส้นทางท่องเที่ยวตามโครงการ "ปิดทองหลังพระ" ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวสืบสานตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ ที่นอกจากได้รับความเพลิดเพลินจากการท่องเที่ยวแล้วยังได้รับความรู้ไปพร้อมกันด้วย

ช่วงปิดเทอมอย่างนี้หากผู้ปกครองพาลูกหลานไปเที่ยวชมวัดขนอนแล้วยังอาจจะเลยไปแถวสวนผึ้ง อำเภอหนึ่งในจังหวัดราชบุรีที่อยู่ติดชายแดนพม่า อากาศดีเหมือนอยู่ภาคเหนือแถมมีรีสอร์ตเก๋ไก๋ให้เลือกพักค้างคืนอยู่ไม่น้อย

และถ้ามีโอกาสผ่านไปถึงสวนผึ้งในช่วงปลายฝนต้นหนาว ก็ต้องไม่พลาดที่จะแวะเที่ยวชมแบบหาความรู้ได้ที่ อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรินธร อยู่ติดกับธารน้ำร้อนบ่อคลึงได้อีกด้วย ในอุทยานธรรมชาติแห่งนี้มีศาลาข้อมูลธรรมชาติวิทยา และ เส้นทางเดินธรรมชาติ 2 เส้นทาง ทั้งยังจะได้พบกับธารน้ำร้อน และสาธิตการทำเหมืองดีบุกที่เคยรุ่งเรืองในอดีตของสวนผึ้งอีกด้วย.


ตัวหนังใหญ่มักทำจากหนังโค นำมาฉลุหรือสลักเป็นภาพตามตัวละคร ในเนื้อเรื่อง.

การเดินทาง


*รถยนต์ส่วนตัว ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 (ถ.เพชรเกษม) ผ่านนครปฐม เข้าสู่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เลี้ยวขวาที่สี่แยกบางแพไปตามทางหลวงหมายเลข 3090 เข้าสู่ อ.โพธาราม ข้ามสะพานแม่น้ำแม่กลอง แล้วเลี้ยวขวาไปตามเส้นทางหลวง 3089 ราว 3 กม. วัดขนอนอยู่ขวามือ

*รถโดยสารประจำทาง มีรถโดยสารปรับ อากาศของโพธารามทัวร์ ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.30-19.30 น.



...