สามสิบสี่ปีก่อนหน้าที่นิตยสารฉบับนี้จะถือกำเนิดขึ้น เซอเริน เคียร์เคอการ์ด นักปรัชญาชาวเดนมาร์ก ทำนายทายทักด้วยความไม่สบอารมณ์ถึงความซ้ำซากจำเจของศิลปะการถ่ายภาพที่เพิ่งได้รับความนิยม “ด้วยกระบวนการดาแกร์-โรไทป์”  [daguerreotype – เทคโนโลยีการถ่ายภาพรุ่นบุกเบิก] เขาตั้งข้อสังเกต “ไม่ว่าใครก็สามารถถ่ายภาพเหมือนของตนเองได้ จากที่เคยมีเพียงชนชั้นนำเท่านั้น และในเวลาเดียวกัน สิ่งที่เกิดขึ้นกำลังทำให้เราดูเหมือนกันไปหมด ถ้าเช่นนั้น เราจะต้องการภาพเหมือนมากกว่าหนึ่งภาพไปทำไม”

สมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ซึ่งถือกำเนิดขึ้นใน ค.ศ. 1888 หาได้มุ่งพิสูจน์สมมติฐานของเคียร์เคอการ์ดอย่างน้อยก็ในช่วงแรกๆ พันธกิจของสมาคมคือการสำรวจและหน้ากระดาษสีทึมเทาในวารสารทางการของสมาคมก็ไร้ซึ่งภาพถ่ายและสีสันใดๆ เวลาล่วงเลยไปอีกหลายปีกว่าที่นักสำรวจของ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก จะเริ่มใช้กล้องถ่ายภาพในฐานะเครื่องมือเพื่อนำสิ่งที่สร้างชื่อเสียงให้นิตยสารเล่มนี้กลับมา นั่นคือเรื่องราวในภาพถ่ายที่สามารถเปลี่ยนมุมมอง และอาจถึงกับเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนได้

...


การเก็บภาพจากสถานที่ใดสถานที่หนึ่งราวกับสามารถหยุดเวลาไว้ชั่วขณะ ทำให้ภาพถ่ายดีๆ สักภาพสามารถถ่ายทอดเรื่องราวหลากหลายแง่มุมของโลก  จนเราไม่อาจมองภาพที่เห็นด้วยความคิดและมุมมองเดิมๆ ได้อีกต่อไป ท้ายที่สุดแล้ว คงเป็นอย่างที่เคียร์เคอการ์ดเขียนไว้ด้วยว่า “ความจริงคือกับดัก  เมื่อรู้แล้ว เราจะยังหลอกตัวเองได้อีกหรือ”

ทุกวันนี้ โลกของการถ่ายภาพท่วมท้นไปด้วยภาพถ่ายนับล้านๆ ภาพที่มีผู้อัพโหลดทุกนาที เราทุกคนต่างรู้ดีว่าพวกเราอาจกลายเป็น “วัตถุ” ในภาพถ่ายได้ตลอดเวลา ในโลกที่การถ่ายภาพกลายเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็สามารถทำได้  ช่างภาพ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ยังคงรังสรรค์ผลงานที่ทำให้พวกเขาโดดเด่นและแตกต่าง

เหตุผลส่วนหนึ่งอาจเป็นเพียงเรื่องของวิธีการทำงานและรสนิยมส่วนบุคคลที่กำหนดสไตล์หรือแนวทางของช่างภาพแต่ละคน ทว่าเหนือสิ่งอื่นใด ผลงานอันยอดเยี่ยมของพวกเขาย้ำเตือนเราว่า ภาพถ่ายมีพลานุภาพมากกว่าเพียงแค่บันทึกช่วงเวลา สามารถนำพาเราไปยังโลกที่ไม่เคยพบพาน


เมื่อผมบอกใครๆ ว่าทำงานให้นิตยสารเล่มนี้ สิ่งที่ผมเห็นคือแววตาที่เบิกโพลงด้วยความตื่นเต้น และผมก็รู้ดีว่า จะเกิดอะไรขึ้นตามมาเมื่อผมจำต้องบอกว่า “ขอโทษนะครับ ผมก็แค่นักเขียนคนหนึ่งของนิตยสารเท่านั้น” ช่างภาพ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก คือสัญลักษณ์ของคนที่เห็นโลกมามาก  เป็นประจักษ์พยานในความงดงามทั้งมวลบนพื้นพิภพ และผู้ครอบครองตำแหน่งงานในฝันของใครหลายคน  ทว่าบ่อยครั้งที่ผมทำงานร่วมกับช่างภาพ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก  สิ่งที่พบเห็นทำให้ผมชื่นชมมากกว่าจะรู้สึกอิจฉา หากสิ่งที่ขับเคลื่อนพวกเขาคือความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่จะบอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพถ่ายทรงพลังแล้วไซร้ สิ่งที่คอยขัดขวางการแสวงหาของพวกเขาคงไม่พ้นอุปสรรคที่พานพบไม่เว้นแต่ละวัน และเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ทำให้งานสะดุดลง

แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจและออกจะชอบเสียด้วย ช่างภาพ เนชั่นแนล  จีโอกราฟฟิก  มีอะไรเหมือนกันน่ะหรือ ความหิวกระหายในสิ่งที่ยังไม่รู้ ความกล้าที่จะยอมรับในสิ่งที่ตนไม่รู้ และปัญญาที่พร้อมยอมรับว่า “ภาพถ่ายที่ดีนั้นหาใช่ได้มาแบบฉาบฉวย หากต้องแลกมาด้วยความทุ่มเทเสมอ” ดังเช่นที่ช่างภาพผู้หนึ่งว่าไว้


ตลอดระยะเวลา 125 ปีที่ผ่านมา เคียร์เคอการ์ดอาจทั้งถูกและผิดเกี่ยวกับการถ่ายภาพ ภาพถ่ายใน เนชั่นแนลจีโอกราฟฟิก หาได้เผยโลกที่สรรพสิ่งเหมือนกันไปทั้งหมด ทว่าแตกต่างหลากหลายอย่างน่าอัศจรรย์ ไม่เพียงเท่านั้นนับวันภาพถ่ายในนิตยสารฉบับนี้จะยิ่งบันทึกภาพสังคมและชนิดพันธุ์ต่างๆ ตลอดจนภูมิทัศน์ที่ถูกคุกคามจากแรงกระตุ้นในการเปลี่ยนทุกสิ่งให้เหมือนกันไปหมดของเรา นักสำรวจรุ่นหลังๆ ของ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก มักได้รับมอบหมายให้บันทึกภาพสถานที่และสิ่งมีชีวิตที่อีกหนึ่งชั่วคนนับจากนี้อาจดำรงอยู่แต่เพียงในหน้านิตยสารเท่านั้น คุณจะเพิกเฉยต่อเรื่องราวที่ทรงพลังเช่นนี้ได้เชียวหรือ

...


แน่นอนว่า ช่างภาพมืออาชีพทุกคนต่างมุ่งหวังสร้างชื่อด้วยภาพถ่ายประวัติศาสตร์สักภาพ เมื่อโอกาสทองและทักษะฝีมือมาบรรจบกันอย่างประจวบเหมาะสักครั้งในชีวิต ทว่านั่นหาใช่สิ่งที่ช่างภาพ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก แสวงหา ภาพถ่ายอันตรึงตาที่สุดที่เคยปรากฏในหน้านิตยสารฉบับนี้หาใช่ภาพถ่ายของบุคคลสำคัญหรือเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ใดๆ หากเป็นภาพถ่ายของชัรบัต ฆูลา เด็กหญิงชาวอัฟกันวัย 12 ปีที่ช่างภาพสตีฟ แมกเคอร์รี ไปพบเข้าที่ค่ายผู้ลี้ภัยแห่งหนึ่งในปากีสถาน ภาพแววตาสีเขียวทรงพลังราวมีมนตร์สะกดของเธอที่เป็นปกนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับเดือนมิถุนายน ปี 1985 เสียดแทงสำนึกรับรู้และความเพิกเฉยของโลกตะวันตกที่มีต่อชะตากรรมของชาวอัฟกานิสถานทั้งมวล นี่คือ กับดักแห่งความเป็นจริงที่เราไม่อาจทำเป็นทองไม่รู้ร้อนได้อีกต่อไป


แมกเคอร์รีถ่ายภาพอมตะภาพนั้นเนิ่นนานก่อนที่อินเทอร์เน็ตจะแพร่หลายและสมาร์ทโฟนจะเกลื่อนกล่น ในโลกที่ดูเหมือนจะชินชากับภาพถ่ายจำนวนมหาศาลที่โถมทับไม่เว้นแต่ละวันนี้ แววตาเช่นนั้นจะยังคงบาดลึกและบอกเล่าบางสิ่งที่เร่งด่วนเกี่ยวกับตัวเราและความงามอันเปราะบางของโลกที่เราอาศัยอยู่นี้ได้อีกหรือ ผมคิดว่าคำถามนี้มีคำตอบอยู่ในตัวเองแล้ว    

เรื่อง โรเบิร์ต เดรเพอร์ ภาพถ่าย เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ข้อมูลนิตยสาร เนชั่นแนลจีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย

...