ครูนำนักเรียนศึกษาสภาพป่าสาคู
หากเอ่ยถึง "สาคู" หลายคนคงนึกถึงสาคูไส้หมู หรือสาคูเปียกมะพร้าวอ่อนแสนอร่อย ใช่ เราเองก็คิดอย่างนั้นเช่นกัน เพราะเข้าใจมาตลอดว่าไอ้แป้งเม็ดเล็กๆ กลมๆ ขาวๆ มันคือเม็ดสาคู ทั้งที่จริงแล้วมันทำมาจากแป้งมันสำปะหลังนี่เอง แต่ถ้าไปถามชาวบ้านอำเภอนาโยง จ.ตรัง พวกเขาจะบอกว่า สาคู คือไม้ตระกูลปาล์มชนิดหนึ่ง ขึ้นในพื้นที่ชุ่มน้ำริมห้วย หนอง คลองบึง และป่าพรุ มีมากแถวตรัง พัทลุง นครศรีธรรมราช ปัตตานี และนราธิวาส สาคูมี 2 ชนิด คือ ยอดแดงและยอดขาว แต่ชนิดยอดขาว ขนาดต้นจะเล็กกว่ามีใบสั้น และเปลาะ
ข้าวเกรียบปากหม้อจากแป้งสาคู
คน ที่นั่นมีวิถีชีวิต ผูกพันกับป่าสาคูมาตั้งแต่ อดีต เพราะตั้งบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำลำคลอง ที่มีต้นสาคูขึ้นเรียงรายหนาแน่น ตลอดสองฝั่ง ประโยชน์ของต้นสาคูเป็นพืชที่ทำให้น้ำในลำห้วยใส เป็นที่เพาะพันธุ์และวางไข่ของสัตว์น้ำต่างๆ เป็นที่กรองสิ่งสกปรกที่ไหลมากับน้ำ ทุกส่วนของต้นสาคูนำมาใช้ประโยชน์ได้หมด เช่น ใบสาคู นำมาทำเป็นตับสำหรับมุงหลังคาและกั้นฝา ทางสาคู ทำเป็นตอกใช้สานเสื่อ และเครื่องมือประมง ยางสาคูใช้ทำกาวปิดกระดาษ เนื้อในลำต้น นำมาทำเป็นแป้งใช้ทำอาหารและขนม ส่วนเปลือกนอกลำต้น ขุดทำเรือ ทำไม้ปูพื้น แม้แต่ต้นสาคูที่ตายแล้ว ในลำต้นก็ยังมี "ด้วงสาคู" ตัวอ้วนกลม แหล่งโปรตีนรสเลิศอาศัยอยู่
แต่เมื่อความเจริญเข้ามาสู่ชุมชน ป่าสาคูก็ถูกทำลาย ชาวบ้านหันมาปลูกพืชเศรษฐกิจ คือยางพาราและปาล์มน้ำมัน นาข้าวถูกเปลี่ยนเป็นนากุ้ง ดงป่าสาคูถูกแผ้วถาง เพราะชาวบ้านเข้าใจว่าต้นสาคูที่ขึ้นเรียงรายริมคลองเป็นสิ่งกีดขวางทางไหล ของน้ำเข้าที่นา จึงตัดโค่นต้นสาคูหวังให้ทางน้ำไหลคล่องขึ้น แต่ กลับกลายเป็นว่าชาวบ้านต้องเจอกับปัญหาน้ำท่วม เพราะไม่มีต้นสาคูมาช่วยชะลอความเร็วยามน้ำหลาก ส่วนยามหน้าแล้ง เมื่อไม่มีต้นสาคูช่วยอุ้มน้ำ ลำคลองก็แห้งผากดินแตกระแหง ส่งผลให้วิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนต้องเปลี่ยนไป
ต้นสาคูที่ตายแล้วภายในจะมีตัวด้วงอาศัยอยู่
เมื่อ ผู้คนเริ่มฉุกคิดได้ "คลังปัญญาป่าสาคู" จากมันสมองน้อยๆ ของเด็กๆ ที่เข้าร่วมใน โครงการแคมป์สนุกคิดกับชินคอร์ป ปีที่ 9 ตอน "เยาวชนพอดี โรงเรียนพอเพียง" ของบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จึงถือกำเนิดขึ้น ณ โรงเรียนวัดนาง-ประหลาด หมู่ 5 ต.โคกสะบ้า อ.นาโยง จ.ตรัง โดยเริ่มต้นดำเนินโครงการในโรงเรียนก่อน จากนั้นจะมีการต่อยอดไปสู่ชุมชนภายใต้แนวคิด "แรงบันดาลใจและประสบการณ์สร้างการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม" คลังปัญญาป่าสาคู จึงเป็นศูนย์รวมข้อมูลและแปรรูปป่าสาคู อันนำมาสู่การปลุกจิตสำนึกการอนุรักษ์พันธุ์ ไม้ท้องถิ่นให้กับคนในชุมชนให้ได้ตระหนักถึงความสำคัญและช่วยกันเพิ่ม พื้นที่ป่าสาคูให้มากขึ้น
นายสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงโครงการ "แคมป์สนุกคิดกับชินคอร์ป" ที่ดำเนินโครงการตามแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงว่า "ในความคิดผม คำว่าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง การรู้จักตัวเองให้ดี รู้ขีดความสามารถของตัวเองว่าอยู่ที่ระดับไหน แล้วก็ตั้งเป้าหมายให้พอดีกับตัวเอง โดยจะทำอะไรก็ต้องมีเหตุมีผลตลอดเวลา และที่สำคัญ คือการไม่ประมาท ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราต้องมีทางเลือก หรือยืนอยู่ได้ด้วยตนเอง ทั้งนี้ เศรษฐกิจพอเพียงของแต่ละคนจะต่างกันออกไป ระดับของการปฏิบัติและวิธีการของแต่ละคนก็จะไม่เหมือนกัน ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นสิ่งที่ดีและถูกต้อง หากคนไทยนำมาปฏิบัติก็จะทำให้ประเทศไทยอยู่รอดปลอดภัย" 
ต้นสาคูที่ขึ้นอยู่ริมน้ำ
ด้าน ครูอารี สิงตะสุวรรณโน ครูผู้ดูแลโครงการคลังปัญญาป่าสาคูของโรงเรียนวัดนางประหลาด ย้อนอดีตให้ฟังว่า "เกิดมาก็เห็นป่าสาคูแล้ว ที่นั่นเหมือนกับซุปเปอร์มาร์เกตของพวกเรา วันไหนอยากกินกุ้งหอยปูปลา แม่จะพายเรือเข้าป่าสาคูเอาสวิงไปช้อนหา พักเดียวก็ได้เยอะแยะ เสร็จแล้วก็หาเก็บผักหนามและผักพื้นบ้านอื่นๆที่ขึ้นอยู่แถวนั้นมาแกงด้วย ไม่ต้องเสียสตางค์ซื้อของกินเลย ชีวิตช่วงนั้นมีความสุขมาก"
ครูอารี บอกอีกว่า ก่อนหน้านี้พื้นที่ป่าสาคูลดลงมาก เพราะชาวบ้านไม่เห็นคุณค่า แต่เมื่อมีโครงการคลังปัญญาป่าสาคูเกิดขึ้น ทำให้หลายคนเริ่มตระหนัก เพราะเราจะสอนให้ เด็กๆรู้ถึงประโยชน์ของป่าสาคู เด็กๆก็จะไปบอกพ่อแม่ ต่อให้ช่วยกันอนุรักษ์ต้นสาคูไว้ ที่สำคัญคือมีการต่อยอด และถ่ายทอดความรู้ไปสู่ชุมชน ซึ่งจะกลายเป็นตัวแปรสำคัญในการคงอยู่ของป่าสาคูต่อไปในภายหน้า
ขั้นตอนการทำแป้งจากเนื้อในต้นสาคู.
ขณะ ที่ ป้าละเมียด รัตนะ ปราชญ์ชาวบ้านแห่งบ้านทุ่งแกเจ้ย ต.นาข้าวเสีย อ.นาโยง จ.ตรัง ซึ่งเป็นผู้นำกลุ่มแม่บ้านที่มีบทบาทอย่างยิ่งในการร่วมอนุรักษ์ฟื้นฟูป่า สาคูเล่าว่า แต่ก่อนมีป่าสาคูอยู่รอบหมู่บ้านเยอะมาก แต่พอความเจริญมากขึ้น สาคูถูกทอดทิ้งไม่ได้ใช้ประโยชน์ คนก็เลยไม่สนใจที่จะรักษาป่าสาคู ยิ่งมีการขุดคลองลอกป่าสาคูทิ้ง ยิ่งทำให้ป่าสาคูถูกทำลายเกือบหมด จนเดี๋ยวนี้บางปีแล้งมาก น้ำในคลองแห้งขอด ความอุดมสมบูรณ์หายไป กุ้งหอยปูปลาก็หายหมด ชาวบ้านไม่ได้ทำนา แต่ถ้ามีป่าสาคูปัญหาแบบนี้ก็ไม่เกิดขึ้น
"ถ้าเรา รู้จักนำภูมิปัญญาท้องถิ่นจากป่าสาคูมาประยุกต์ใช้ เราก็จะมีอาชีพ มีกินมีใช้ไม่อดอยาก ตอนนี้ชาวบ้านเริ่มรวมตัวกัน หลังเสร็จจากงานก็มาช่วยกันคิดหาวิธีการผลิตขนมต่างๆจากแป้งสาคู เป็นการส่งเสริมรายได้ และทำให้คนอื่นๆเห็นคุณค่าของต้นสาคู แป้งสาคูทำขนมได้หลายอย่าง เช่น ข้าวเกรียบปากหม้อ ลอดช่อง ซาลาเปา หมันโถว เส้นขนมจีน ใครได้ชิมแล้วก็ชอบบอกหอมอร่อย ที่สำคัญกินแล้วไม่อ้วน เพราะจากผลการวิจัยของนักโภชนาการบอกว่า แป้งสาคูมีเส้นใยสูงมาก ในอนาคตถ้าเราได้รับการส่งเสริม รวมทั้งมีเทคโนโลยีในการรักษาผลิตภัณฑ์จากการแปรรูปแป้งสาคูให้เก็บไว้ได้ นานๆ เชื่อว่าเราจะสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปได้อีกไกล จนเป็นรายได้ หลักช่วยเหลือครอบครัว เราจะได้อยู่กับบ้านไม่ต้องไปไหน ลูกหลานก็ได้เรียนรู้วิถีชีวิตของพ่อแม่ และร่วมกันรักษาวิถีชีวิตของชุมชนแบบพอเพียงไว้ได้" ป้าละเมียดย้ำอย่างมั่นใจ
ป้าละเมียดและลูกสาวช่วยกันทำลอดช่องจากแป้งสาคู
โครงการ คลังปัญญาป่าสาคู อาจเป็นแค่จุดเริ่มต้นเล็กๆที่จะนำไปสู่ จุดกำเนิดองค์ความรู้ที่ยิ่งใหญ่ ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และเป็น แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีชีวิต เพื่อปลุกจิตสำนึกให้ชุมชนเห็นคุณค่าการอนุรักษ์ทรัพยากร และวิถีชีวิตของตน อีกทั้งเป็นการนำเอาความรู้มาพัฒนาทรัพยากรอันเป็นจุดแข็งของชุมชน นำไปสู่ความเป็น ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง ที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคต.
...