แมวมีเก้าชีวิต นั่นคือ สิ่งที่เราชอบพูดกัน แต่คำพูดนี้ไม่ได้เหมารวมสิงโตแห่งเซเรงเกติเอาไว้ด้วย ชีวิตท่ามกลางภูมิประเทศอันหฤโหดแห่งนี้ช่างยากเข็ญ เอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ และความตายก็ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น อายุขัยของทั้งราชันนักล่าแห่งแอฟริกาและเหยื่อของพวกมันมักจะสั้น ถ้าโชคดีและแข็งแกร่งพอ สิงโตเพศผู้ตัวเต็มวัยอาจมีอายุยืนยาวได้ถึง 12 ปี ขณะที่เพศเมียตัวเต็มวัยมักอายุยืนกว่า
กล่าวคือ อาจถึง 19 ปี ทว่า อายุขัยเมื่อแรกเกิดกลับต่ำกว่านั้นมากสำหรับสิงโตทุกตัว หากพิจารณาถึงอัตราการตายที่สูงมากของลูกสิงโต โดยครึ่งหนึ่งอาจตายก่อนอายุสองปีด้วยซ้ำ แต่การอยู่รอดจนเติบใหญ่ก็หาใช่หลักประกันว่า พวกมันจะได้ตายอย่างสงบสุขเสือเป็นสัตว์โดดเดี่ยว ขณะที่สิงโตเป็นสัตว์วงศ์แมวเพียงชนิดเดียวที่เป็นสัตว์สังคมอย่างแท้จริง พวกมันอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูงและกลุ่มพันธมิตร เพราะเหตุใดพฤติกรรมทางสังคม ซึ่งไม่ปรากฏในสัตว์วงศ์แมวชนิดอื่นใด จึงเป็นสิ่งจำเป็นในหมู่สิงโต นี่เป็นการปรับตัวที่จำเป็น เพื่อให้สามารถล่าเหยื่อขนาดใหญ่อย่างวิลเดอบีสต์ มีส่วนช่วยในเรื่องการปกป้องลูก หรือเกิดขึ้นจากแรงกดดันในการแข่งขันแย่งชิงอาณาเขตกันแน่ ขณะที่รายละเอียดเกี่ยวกับโครงสร้างทางสังคมของสิงโตปรากฏมากขึ้นตลอด 40 ปีที่ผ่านมา การค้นพบสำคัญๆ จำนวนมาก กลับมาจากการศึกษาสิงโตอย่างต่อเนื่องภายในระบบนิเวศแห่งเดียวนั่นคือ เซเรงเกติ
อุทยานแห่งชาติเซเรงเกติ ประกอบด้วย ที่ราบทุ่งหญ้ากับป่าไม้ ครอบคลุมพื้นที่ราว 14,750 ตารางกิโลเมตร ใกล้กับพรมแดนตอนเหนือของแทนซาเนีย อุทยานแห่งนี้ถือกำเนิดจากเขตสงวนพันธุ์สัตว์ป่าขนาดเล็กกว่านี้ สมัยอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษในช่วงทศวรรษ 1920 และได้รับการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติอย่างเป็นทางการ เมื่อปี 1951 ระบบนิเวศขนาดใหญ่ที่โอบอุ้มเซเรงเกติอยู่นั้น ไม่เพียงอุดมไปด้วยวิลเดอบีสต์ ม้าลาย และกาเซลล์ ที่อพยพย้ายถิ่นตามฤดูกาล เพื่อติดตามสายฝนไปยังทุ่งหญ้าระบัด แต่ยังครอบคลุมเขตสงวนพันธุ์สัตว์ป่า (ที่ตั้งขึ้นเพื่อการล่าสัตว์) หลายแห่งตามแนวตะเข็บด้านตะวันตกของอุทยานฯ และพื้นที่อื่นๆทางตะวันออก ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการดูแลแบบผสมผสาน (ซึ่งรวมถึงเขตอนุรักษ์ธรรมชาติโงรองโกโร) และส่วนขยายข้ามพรมแดน (เขตสงวนพันธุ์สัตว์ป่าแห่งชาติมาไซมารา) ในเคนยา
...
นอกเหนือจากฝูงสัตว์อพยพแล้ว ระบบนิเวศนี้ยังรองรับประชากรฮาร์ทีบีสต์ โทปี รีดบัก วอเตอร์บัก อีแลนด์ อิมพาลา ควายป่าแอฟริกา หมูป่าแอฟริกา และสัตว์กินพืชอื่นๆ ซึ่งอยู่ติดที่มากกว่า ไม่มีบริเวณอื่นใดในแอฟริกาอีกแล้ว ที่โอบอุ้มประชากรสัตว์กีบอย่างชุกชุมหนาแน่น และอยู่ท่ามกลางภูมิทัศน์อันโล่งกว้างเช่นนี้ ด้วยเหตุนี้ เซเรงเกติจึงเป็นดั่งแดนสวรรค์สำหรับเหล่าราชสีห์และพื้นที่ภาคสนามในฝันของนักวิจัยสิงโต
จอร์จ แชลเลอร์ มาถึงที่นี่เมื่อปี 1966 ตามคำเชิญของอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติแทนซาเนีย เพื่อศึกษาผลกระทบจากพฤติกรรมการล่าของสิงโตที่มีต่อประชากรเหยื่อ เขารวบรวมข้อมูลมหาศาลระหว่างการวิจัยภาคสนามอันเข้มข้นยาวนานถึงสามปีสามเดือน หนังสือที่เขาเขียนขึ้นในเวลาต่อมา ชื่อว่า สิงโตเซเรงเกติ (The Serengeti Lion) กลายเป็นตำราอ้างอิงของนักวิจัยรุ่นหลังๆ
จากนั้นก็มีนักวิจัยรายอื่นๆ ตามมา หนุ่มชาวอังกฤษนาม ไบรอัน เบอร์แทรม คือผู้สืบทอดภารกิจต่อจากแชลเลอร์ เขาอยู่ที่นั่นสี่ปี นานพอที่จะเริ่มแยกแยะปัจจัยทางสังคม ซึ่งส่งผลต่อความสำเร็จในการสืบทอดเผ่าพันธุ์และอธิบายปรากฏการณ์สำคัญอย่างหนึ่งได้ นั่นคือ การฆ่าลูกสิงโตโดยสิงโตเพศผู้ เบอร์แทรมบันทึกกรณีศึกษาไว้สี่กรณี (รวมถึงกรณีต้องสงสัยอีกหลายเหตุการณ์) ที่กลุ่มพันธมิตรเพศผู้ ซึ่งมาใหม่สังหารลูกสิงโตของฝูงที่พวกมันเพิ่งยึดได้ จีนเนตต์ แฮนบี กับ เดวิด ไบกอตต์ สืบทอดงานวิจัยต่อมา และรวบรวมหลักฐานที่บ่งชี้ว่า การรวมกลุ่มเป็นพันธมิตร โดยเฉพาะที่มีสมาชิกสามตัว หรือมากกว่านั้น ช่วยให้สิงโตเพศผู้ยึดและกุมอำนาจเหนือฝูงได้ ดังนั้น จึงสามารถผลิตลูกสิงโตที่อยู่รอดได้เป็นจำนวนสูงกว่า
ต่อมาในปี 1978 เครก แพ็กเกอร์ และ แอนน์ พูเซย์ ก็เข้ามาคุมงานวิจัยดังกล่าวต่อ พูเซย์อยู่กับโครงการศึกษาสิงโตราว 12 ปี ร่วมเขียนรายงานการวิจัยสำคัญๆ หลายฉบับ ส่วนแพ็กเกอร์ยังอยู่กับงานนี้ ในฐานะหัวหน้าโครงการศึกษาสิงโตเซเรงเกติ (Serengeti Lion Project) เมื่อรวมการทำงาน 35 ปี ของแพ็กเกอร์เข้ากับงานที่แชลเลอร์และนักวิจัยคนอื่นๆ ทำไว้ โครงการศึกษาสิงโตเซเรงเกติ ถือเป็นโครงการศึกษาสัตว์ชนิดพันธุ์หนึ่งในภาคสนามที่ต่อเนื่องยาวนานที่สุดโครงการหนึ่ง
“ส่วนใหญ่สิงโตจะตายเพราะฆ่ากันเองครับ” เครก แพ็กเกอร์ บอกผม เป็นคำตอบต่อข้อสงสัยเรื่องการตายจากสาเหตุต่างๆ “สาเหตุการตายอันดับหนึ่งของสิงโตในสภาพแวดล้อมที่ไม่ถูกรบกวน ก็คือสิงโตตัวอื่นๆ”
เขาแจกแจงสาเหตุดังกล่าวออกเป็นหมวดหมู่ ลูกสิงโตที่ตายอย่างน้อยร้อยละ 25 ถูกเพศผู้ที่ยึดฝูงได้ฆ่าทิ้ง บางครั้งถ้าโอกาสอำนวย สิงโตเพศเมียเองก็ฆ่าลูกสิงโตของฝูงข้างเคียงเช่นกัน พวกมันฆ่าแม้กระทั่งเพศเมียตัวเต็มวัยด้วยกัน ถ้าฝ่ายหลังทะเล่อทะล่าเข้าไปป้วนเปี้ยนอยู่ในถิ่นของพวกมัน แพ็กเกอร์บอก ความที่ทรัพยากรมีจำกัด ฝูงสิงโตจึงมีลักษณะของการหวงถิ่น
สิงโตเพศผู้แสดงออก ซึ่งพฤติกรรมหึงหวงแทบไม่ต่างกัน แพ็กเกอร์ บอกว่า “กลุ่มพันธมิตรเพศผู้ก็คือก๊วน หรือแก๊งอันธพาลดีๆนี่เอง ถ้าพวกมันเห็นเพศผู้แปลกหน้ามาเกี้ยวสาวของมัน พวกมันจะฆ่าทิ้งไม่เอาไว้หรอกครับ” และสิงโตเพศผู้ยังพร้อมจะฆ่าเพศเมียตัวเต็มวัย ถ้าการทำเช่นนั้นเอื้อประโยชน์ให้พวกมัน “สิงโตจึงเป็นศัตรูอันดับหนึ่งของสิงโตด้วยกันครับ” แพ็กเกอร์สรุป “ด้วยเหตุนี้ สิงโตจึงต้องอยู่รวมกันเป็นกลุ่มในท้ายที่สุด”
...
เรื่อง เดวิด ควาเมน ภาพถ่าย ไมเคิล นิโคลส์ ข้อมูลจากนิตยสารเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย