HACHILLE จอดพักผ่อนใต้ร่มไม้ใหญ่หน้าพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ที่ จ.สุโขทัย.

ผมมีเพื่อนที่เติบโตมาด้วยกันหลายคนที่ชอบสะสมของต่างๆ

บางคนใช้เงินจำนวนมากมายมหาศาลสะสมนาฬิกา บางคนชอบเล่นพระก็สะสมพระ ซึ่งต้องใช้เงินในการสะสมมากพอดูเช่นเดียวกัน แต่มีบางคนที่เป็นเพื่อนสมัยเด็กชอบสะสมรูปภาพ ยากาแร็ต ซึ่งในสมัยเด็กๆ เราจะเอารูปภาพที่มีขนาดโตเท่ากับซองบุหรี่เป็นเรื่องราวในวรรณคดีขุนช้าง ขุนแผน มาตัดแล้วก็ร่อนรูปกัน ใครร่อนได้ไกลก็จะกินตัวของคู่แข่ง เป็นความสนุกมากกว่าที่จะเก็บรวบรวมไว้เป็นของสะสม พอโตขึ้นมาเพื่อนผมก็สะสมดวงตราไปรษณีย์ จนกระทั่งมีชื่อเสียงว่าเป็นผู้สะสมดวงตราไปรษณีย์ที่มีชื่อในบรรดานักสะสมทั้งหลาย

คุณเจษฎาต้อนรับสองสามี-ภรรยาชาวฝรั่งเศส อย่างอบอุ่น ที่เจษฎา เทคนิค มิวเซียม.

ในเมื่อมีเพื่อนเป็นนักสะสมต่างๆ จึงมัก มีคำถามว่า "ผมสะสมอะไรบ้าง" คำตอบคือ "ผมสะสมหนังสือ" ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวอะไร เมื่ออ่านแล้วก็จะจดจำไว้ในสมอง ซึ่งการสะสมไว้ในสมองจะไม่กินเนื้อที่และไม่ต้องใช้เงินจำนวนมากในการสะสม เมื่อเป็นเช่นนี้ ผมจึงมีเรื่องในอดีตมาเล่าสู่กันฟังเสมอ ถ้าท่าน ติดตามรายการครอบจักรวาล ทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 สนามเป้า จะมีเรื่องราวที่ผมสะสมออกอากาศให้ชมอยู่ตลอดเวลา ด้วยความที่เป็นคนซอกแซก อยากรู้เรื่องต่างๆของนักสะสม ก็ทำให้ ผมได้รู้จัก นักสะสมรถโบราณ ท่านหนึ่งคือ คุณเจษฎา เดชสกุลฤทธิ์ แล้วก็ได้ไปทำรายการที่ พิพิธภัณฑ์รถโบราณ Jesada Technik Museum มาออกอากาศทางโทรทัศน์ให้ได้ชมไป


...

ภายในรถ HACHILLE ที่สองสามี-ภรรยา ใช้เดินทางท่องโลก.

แล้วทำให้ผู้คนเดินทางไปชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ทั้งคนไทยและชาวต่างประเทศ

สำหรับชาวต่างประเทศมีผู้สนใจเรื่องการสะสมรถโบราณของคุณเจษฎา ที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์กว่า 300 คัน ล้วนแต่เป็นรถ ที่มีอายุกว่า 50 ปีทุกคัน รวมถึงชาวฝรั่งเศสสองสามี-ภรรยา ซึ่ง เป็นผู้ใช้รถโบราณออกท่องโลก โดยดัดแปลงรถตู้ซีตรอง รุ่น ปี ค.ศ.1955 (พ.ศ.2498) ให้เป็นบ้านเคลื่อนที่ไปไหนได้ทุกหน ทุกแห่ง พร้อมทั้งมีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน



********
คุณเจษฎากับรถยนต์โบราณที่สะสม.

สองสามี-ภรรยา คือ ยานน์และเจอรัลดีน เขาใช้ รถ HACHILLE คันนี้ออกท่องโลกตามประเทศต่างๆ ทั้งยุโรป อเมริกา แล้วนำเรื่องราวการท่องโลกมาเขียนลงใน นิตยสารแกสโซลีน (GAZOLINE) เป็นภาษาฝรั่งเศส ซึ่งมียอดขายเดือนละกว่า 100,000 ฉบับ ผมจะขอเล่าเรื่องการท่องเที่ยวในเมืองไทยของสองสามี-ภรรยา ที่ได้แปลมาจากนิตยสารแกสโซลีนที่เขาเขียนไว้

***เจอรัลดีน ยานน์ และคุณสุเมธ ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

ในช่วงการเดินทางมายังอินโดจีน เขาได้ มีโอกาสเข้ามาประเทศไทยโดยผ่านทางชายแดน ลาว ซึ่งเขาเคยเดินทางมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ รถพังเสียก่อน หลังจากวิ่งไปได้ 70 กิโลเมตร ในครั้งนั้นเขาได้รับวีซ่าให้อยู่ในประเทศไทยไม่เกิน 15 วัน แต่ในคราวนี้เขาได้รับอนุญาตให้อยู่ได้นานถึง 6 เดือน

รถซีตรองหน้าหมู ปี 1995 รุ่น HACHILLE พาหะของยานน์และเจอรัลดีน.

และในคราวนี้เอง เขาเดินทางด้วยรถซีตรองหน้าหมูคันนี้ไปทั่วเมืองไทยซึ่งกำลังอยู่ในช่วงฤดูฝน เมื่อรถมีปัญหาก็ได้รับการแก้ไขซ่อมแซมจากช่างในเมืองไทยจนเรียบร้อยทุกครั้ง ในการนำรถไปซ่อมที่อู่ ทั้งสองสามี-ภรรยาได้รับความประทับใจจากเจ้าของอู่ที่ต้อนรับเขาด้วยเครื่องดื่มเย็นๆ และมะม่วงมาให้ รับประทาน ก่อนที่จะลาจาก เจ้าของอู่ยังเสนอให้เขาทั้งสองอาบน้ำโดยไม่คิดเงินด้วย แถมยังมีรอยยิ้มกว้างๆส่งมาให้อีกต่างหาก ทั้งคู่นั่งคิดว่า "นี่ถ้าเราเกิดรถเสียแบบเดียวกันนี้ในยุโรป มิตรภาพและการ บริการจะเป็นเช่นนี้หรือเปล่าหนอ..."

จากนั้นสองสามี- ภรรยา จึงเริ่มออกเดิน ทางผ่านธรรมชาติป่าเขาลำเนาไพรของชนบท ที่สวยงามจนมาถึง สุ-โขทัย และได้พักแรม อย่างสะดวกสบาย เขาสะดุดตาที่พระพุทธรูปในวัดที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัด พระและเณรที่รู้ภาษาอังกฤษก็อยากฟังประสบการณ์ในการเดินทางของ ทั้งสอง การต้อนรับขับสู้ของเขาเหล่านั้น เปี่ยมล้นไปด้วยน้ำใจ ไมตรี ทั้งให้ที่อาบน้ำ ให้ใช้น้ำ ใช้ไฟ และที่พัก ทำให้รู้สึกเหมือน ว่าเป็นที่พักแรมแคมปิ้งระดับสี่ดาวที่ไม่เคย เจอมานาน

ทุกเช้าจะได้ยิน เสียงสวดมนต์ไหว้ พระ และเสียงร้อง เพลงชาติไทยดังแว่วมาจากแถวๆนั้น จะปลุกให้ทั้งสองตื่นขึ้นมารับวันใหม่ ทั้งสองใช้เวลาส่วนใหญ่พักผ่อนอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ถ้าเทียบกับฝรั่งเศสในด้านพื้นที่และประ-ชากรแล้ว ประเทศไทยดูจะเป็นดินแดนที่เดินทางไปมาได้อย่างสะดวกกว่า

เมื่อมาถึงประเทศไทยคราวนี้ เขาได้ไปพบกับนักสะสมรถเก่าอย่างมากมาย จุดที่น่าสนใจของทั้งสองคือ การพบปะที่แสนจะน่าปลาบปลื้มยินดี คือได้พบกับ คุณเจษฎา เดชสกุลฤทธิ์ และ คุณสุเมธ คำวงษา สองคู่เขยที่ได้สร้างพิพิธภัณฑ์รถเก่าที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลก

...

คุณเจษฎาร่ำรวยจากการทำธุรกิจประกอบ รถยนต์ เป็นรถดับเพลิงและรถบรรทุกสาธารณภัย ความหลงใหลในรถเก่าผลักดันให้เขาซื้อรถโบราณมาซ่อมแซมจำนวนมากอย่างเหลือเชื่อ และได้ก่อตั้งเจษฎา เทคนิค มิวเซียม ที่มีรถโบราณเป็น 100 คัน ในสภาพสมบูรณ์พร้อมที่จะขับได้ และอีกกว่า 300 คันที่รอการปรับแต่งใหม่โดยช่างผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะทำตามแบบต้นตำรับโดยไม่มีการใช้ชิ้นส่วนจากที่อื่น แต่จะสร้างขึ้นมาใหม่โดยศึกษาเทคนิคจากวารสาร หรือขอคำแนะนำจากคนที่มีประสบการณ์ซึ่งเป็นชาวยุโรป

เจอรัลดีน และยานน์ ชื่นชมกับรถโบราณของเจษฎา เทคนิค มิวเซียม.

การมาชมรถทุกคันที่คุณเจษฎาสะสม เราไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องรถโบราณทุกคัน เป็นอย่างดี แต่เมื่อมาชมแล้วจะหลงเสน่ห์ ของสถานที่แห่งนี้โดยทันที มีบางคันที่ไม่ธรรมดา คุณสุเมธให้ชมรถ Ford A แบบ ใช้แก๊สที่มีหม้อเผาถ่านอยู่ด้านหลัง ทั้งคุณเจษฎาและคุณสุเมธ ไม่ได้มุ่งที่จะหาเงิน แต่มีจุดมุ่งหมายที่จะให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เป็นที่นัดพบและเป็นที่เก็บรักษารถโบราณทุกรุ่นทุกแบบ เป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อให้ เยาวชนตลอดจนนักท่องเที่ยวที่สนใจมาชื่นชมความสวยงามของรถโบราณ

นั่นเป็นข้อเขียนของสองสามี-ภรรยา ที่ ได้ชื่นชม ประทับใจประเทศไทยและพิพิธภัณฑ์ รถโบราณของไทย

เลยทำให้จุดประกายความคิดขึ้นมา ว่าควรบรรจุพิพิธภัณฑ์รถโบราณแห่งนี้ เอาไว้ในโปรแกรมการท่องเที่ยวเมืองไทย อีกแห่งหนึ่งด้วย.

ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์