ใครที่กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าจากการทำงาน อยากพักสายตาไปมองวิวเขียวๆ สองข้างทาง แล้วปล่อยให้เวลาหมุนไปช้าๆ บทความนี้จะพาทุกคนขึ้นขบวน "นั่งรถไฟเที่ยวเมืองรองภาคเหนือ" สัมผัสเสน่ห์ความสโลว์ไลฟ์ของเมืองเก่าน่ารักอย่าง "ลำปาง" และ "ลำพูน" เมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม อากาศสบายๆ และที่สำคัญคือเดินทางง่าย ค่าใช้จ่ายสบายกระเป๋า งบหลักร้อยก็เที่ยวได้แบบฟินๆ
ปักหมุดนั่งรถไฟเที่ยวเมืองรองภาคเหนือ สโลว์ไลฟ์งบหลักร้อยสบายกระเป๋า
การเดินทางด้วยรถไฟยังคงเป็นเสน่ห์คลาสสิกที่ไม่มีใครทดแทนได้ การได้นั่งมองวิวทิวทัศน์ ภูเขา และวิถีชีวิตผู้คนสองข้างทาง ค่อยๆ เปลี่ยนผ่านไปอย่างไม่เร่งรีบ ถือเป็นการฮีลใจชั้นดี โดยเฉพาะเส้นทางสายเหนือที่มุ่งหน้าสู่ "เมืองรอง" ที่ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและไม่แออัดจนเกินไป
ทำไมต้องเลือก "ลำปาง - ลำพูน" ในทริปรถไฟเมืองรอง?
ลำปางและลำพูนถือเป็นสองจังหวัดเมืองรองภาคเหนือที่มีเส้นทางรถไฟตัดผ่านกลางเมือง ทำให้เดินทางสะดวดโดยไม่ต้องต่อนาน ทั้งสองเมืองมีประวัติศาสตร์ยาวนาน ผู้คนเป็นมิตร มีค่าครองชีพที่ไม่สูงมาก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบประหยัดงบแต่ได้สัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่นอย่างแท้จริง
- ลำปาง เมืองเขลางค์นครที่มีเอกลักษณ์เรื่อง "รถม้า" สถาปัตยกรรมอาคารโบราณสไตล์ชิโน-โปรตุกีส และย่านตลาดเก่ากาดกองต้า
- ลำพูน เมืองหริภุญชัยที่สงบเงียบ โดดเด่นด้วยวัดวาอารามเก่าแก่ วิถีชีวิตที่เรียบง่าย และระยะทางอยู่ห่างจากเชียงใหม่เพียงเล็กน้อย
เริ่มต้นเดินทาง วางแผนตั๋วรถไฟงบประหยัด
การเดินทางด้วยรถไฟไทยไปภาคเหนือ มีขบวนรถไฟให้เลือกหลากหลายตามงบประมาณและความสะดวกสบาย
- รถไฟธรรมดา / รถเร็ว (นั่งชั้น 3) สำหรับสายลุยที่ต้องการประหยัดงบสูงสุด ค่าตั๋วจากกรุงเทพฯ (สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์) ไปลงลำปางหรือลำพูน เริ่มต้นเพียงประมาณ 200 - 300 บาท
- รถด่วนพิเศษ CNR (ตู้นอนปรับอากาศ) สำหรับผู้ที่ต้องการความสบาย นอนหลับพักผ่อนบนรถไฟ แล้วตื่นเช้าพร้อมเที่ยวทันที (ราคาตั๋วเริ่มต้นประมาณ 900 - 1,000+ บาท)
- รถไฟท้องถิ่น (Local Train) หากเริ่มต้นจากเชียงใหม่เดินทางไปลำพูนหรือลำปาง ค่าตั๋วรถไฟท้องถิ่นราคาเริ่มต้นเพียง 10 - 50 บาทเท่านั้น
ไฮไลต์จุดเช็กอินสโลว์ไลฟ์ ห้ามพลาด
1. เช็กอิน "ลำปาง" เมืองรถม้าและสถาปัตยกรรมคลาสสิก
- สถานีรถไฟนครลำปาง และย่านสตรีตอาร์ต
เริ่มต้นทริปทันทีที่ก้าวขาลงจากตู้ขบวน ตัวสถานีเป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้สไตล์ตะวันตกผสมผสาน ยุคสมัยรัชกาลที่ 6 ที่ยังคงความงดงามและมีเอกลักษณ์ เดินออกจากสถานีมาอีกนิดจะเจองานสตรีตอาร์ตตามกำแพงบ้านเรือนที่สะท้อนวิถีชีวิตคนลำปาง เป็นจุดถ่ายรูปต้อนรับทริปที่น่ารักมากๆ
- ถนนคนเดินกาดกองต้า
สัมผัสเสน่ห์ย่านการค้าโบราณริมแม่น้ำวัง ตระการตาด้วยอาคารโบราณหลายสไตล์ ทั้งชิโน-โปรตุกีส เรือนไม้แบบพม่า และบ้านโบราณสไตล์ล้านนา ช่วงเย็นวันเสาร์-อาทิตย์จะปิดถนนเป็นตลาดคนเดิน มีของกินพื้นเมืองอร่อยๆ และสินค้าแฮนด์เมดราคาน่ารักให้เลือกช้อป
- วัดพระธาตุลำปางหลวง
พระธาตุประจำปีเกิดปีฉลู สถาปัตยกรรมล้านนาที่สมบูรณ์และทรงคุณค่าที่สุดแห่งหนึ่ง นั่งรถสองแถวท้องถิ่นจากตัวเมืองไปประมาณ 30 นาที นอกจากจะได้สักการะองค์พระธาตุแล้ว ยังมี Unseen การชม "เงาพระธาตุกลับหัว" ผ่านรูเล็กๆ ในกุฏิพระไม้โบราณอีกด้วย
- มิวเซียมลำปาง และนั่งรถม้าชมเมือง
แวะเรียนรู้เรื่องราวของเมืองเขลางค์นครผ่านนิทรรศการมิวเซียมทันสมัยเข้าใจง่าย จากนั้นลองใช้บริการ "รถม้าลำปาง" เอกลักษณ์หนึ่งเดียวในไทย นั่งรับลมชิลๆ ชมย่านเมืองเก่าในจังหวะที่ไม่เร่งรีบ
2. สัมผัสความสงบที่ "ลำพูน" เมืองเก่าเสน่ห์ล้านนา
- วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร
ศูนย์รวมจิตใจของชาวลำพูน อายุกว่าพันปี เดินทางจากสถานีรถไฟลำพูนมาปักหมุดได้สะดวก กราบสักการะองค์พระธาตุสีทองเหลืองอร่ามเพื่อความเป็นสิริมงคล เดินเล่นในบรรยากาศร่มรื่น และอย่าลืมแวะชิม "ก๋วยเตี๋ยวลำไย" ร้านดังหน้าวัด รสชาติหวานหอมกลมกล่อมราคาประหยัด
- สะพานทาชมภู (จ.ลำพูน)
สะพานรถไฟคอนกรีตสีขาวโค้งสวยงาม ยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 ตั้งเด่นอยู่ท่ามกลางผืนป่าและทิวเขาในอำเภอแม่ทา เป็นจุดถ่ายรูปเช็กอินยอดฮิตของสายเดินทางด้วยรถไฟ ได้รับลมธรรมชาติบริสุทธิ์แบบเต็มปอด
- ขัวม่อ และชุมชนหัตถกรรมบ้านเวียงยอง
เดินข้าม "ขัวม่อ" (สะพานมุงหลังคาโบราณข้ามแม่น้ำกวง) เข้าสู่ชุมชนชาวยอง สัมผัสวิถีชีวิตเรียบง่าย ดูการสาธิตทอผ้ายกดอกลำพูนอันล้ำค่า พร้อมเลือกซื้อของฝากหัตถกรรมจากชาวบ้านโดยตรง ไม่ผ่านคนกลาง
- นั่งรถสามล้อปั่นชมเมืองเก่าลำพูน
สนับสนุนอาชีพผู้สูงอายุในท้องถิ่นด้วยการนั่งรถสามล้อปั่นเที่ยวรอบเมือง ชมคูเมืองโบราณที่ยังคงสมบูรณ์ และแวะกราบอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี ปฐมกษัตรีย์แห่งนครหริภุญชัย
- Tip สำหรับสายเซฟงบ การเดินทางระหว่างสถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมืองลำปางและลำพูน สามารถใช้บริการ รถสองแถวประจำทาง หรือ เช่ารถจักรยานยนต์ วันละประมาณ 200 - 250 บาท หารกัน 2 คน ตกคนละร้อยนิดๆ ได้ทั้งความสะดวกและประหยัดงบสุดๆ
ตารางประมาณการค่าใช้จ่าย ทริป 3 วัน 2 คืน (ฉบับประหยัดงบ)
รายการ | รายละเอียด | ประมาณการค่าใช้จ่าย (บาท) |
ค่าตั๋วรถไฟ | รถไฟธรรมดา/รถเร็ว ขากลับ-ขาไป (นั่งชั้น 3 รับลมชิลๆ) | 300 - 500 |
ค่าที่พัก (2 คืน) | โฮสเทล หรือเกสต์เฮาส์ ท้องถิ่น (ห้องพัดลม/ แอร์ เรตประหยัด) | 400 - 700 |
ค่าเดินทางในพื้นที่ | ค่าเช่ารถ มอเตอร์ไซค์ 3 วัน (แนะนำให้หารกับเพื่อน) หรือรถสองแถว | 300 - 450 |
ค่าอาหาร & เครื่องดื่ม | เน้นเมนูท้องถิ่น สตรีตฟู้ด ข้าวซอย และคาเฟ่ local (สำหรับ 3 วัน) | 500 - 800 |
ค่าเข้าชม / ทำบุญ | ค่าบำรุงสถานที่ท่องเที่ยว พิพิธภัณฑ์ และวัด | 100 - 200 |
รวมประมาณการ | ทริป 3 วัน 2 คืน สโลว์ไลฟ์สบายกระเป๋า | ประมาณ 1,600 - 2,650 บาท |
- Tip สำหรับทริป 3 วัน 2 คืน แม้ยอดรวมจะอยู่ที่ประมาณพันกลางๆ ถึงสองพันนิดๆ แต่เมื่อหารเฉลี่ยออกมาแล้ว ค่ากิน เที่ยว และเดินทาง ยังคงตกอยู่วันละหลักร้อยเท่านั้น ใครมีแบงก์เทา 2 ใบก็กำไปเที่ยวได้แบบมีเงินทอนกลับบ้านแน่นอน
การ "นั่งรถไฟเที่ยวเมืองรองภาคเหนือ" อย่างลำปางและลำพูน ไม่เพียงแต่จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังเป็นรูปแบบการเดินทางที่เปิดโอกาสให้เราได้ซึมซับบรรยากาศรายทาง สัมผัสความสโลว์ไลฟ์แบบไม่เร่งรีบ และช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่นอย่างแท้จริง หากใครกำลังมองหาทริปพักผ่อนช่วงวันหยุดสั้นๆ ลองตีตั๋วรถไฟแล้วออกไปสัมผัสเสน่ห์เมืองรองด้วยตัวเองกันได้เลย
ข้อมูลอ้างอิง: ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย (SRT), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลำปาง (ดูแลพื้นที่ลำปาง-ลำพูน)