ทำความรู้จัก “เนปาล” ประเทศเล็กๆ ในเอเชียใต้ที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล แต่โดดเด่นด้วยภูมิประเทศหลากหลาย ตั้งแต่ที่ราบลุ่มไปจนถึงยอดเขาเอเวอเรสต์ จุดหมายในฝันของนักเดินทางจากทั่วโลก
เนปาลไม่ได้มีเพียงภูเขาหิมะเท่านั้น เพราะภายในประเทศยังประกอบด้วยเนินเขา หุบเขา ที่ราบลุ่ม และสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างกันอย่างมากตามระดับความสูง ภูมิประเทศอันหลากหลายนี้เองที่ทำให้เนปาลกลายเป็นจุดหมายสำคัญของทั้งนักเดินทางสายธรรมชาติ นักปีนเขา และผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์กับวัฒนธรรมเอเชียใต้
ประเทศเนปาล (Nepal) ตั้งอยู่ที่ไหน
เนปาล ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียใต้ บริเวณตอนใต้ของเทือกเขาหิมาลัย เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล ส่วนเมืองหลวงของเนปาลคือ กรุงกาฐมาณฑุ (Kathmandu) ตั้งอยู่ในหุบเขากาฐมาณฑุ ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำคัญด้านการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการเดินทางเข้าสู่พื้นที่ท่องเที่ยวต่างๆ ของประเทศ
อาณาเขตพรมแดนของเนปาล ติดกับประเทศอะไรบ้าง
- ทิศเหนือ : เขตปกครองตนเองทิเบตของจีน
- ทิศตะวันออก : อินเดีย
- ทิศตะวันตก : อินเดีย
- ทิศใต้ : อินเดีย
เมื่อดูจากแผนที่โลกจะพบว่า เนปาลมีรูปร่างทอดยาวจากทิศตะวันตกไปยังทิศตะวันออก ตั้งอยู่ระหว่างประเทศขนาดใหญ่อย่างจีนและอินเดีย แม้มีพื้นที่ไม่กว้างใหญ่มากนัก แต่กลับมีระดับความสูงของภูมิประเทศแตกต่างกันอย่างชัดเจน ตั้งแต่ที่ราบต่ำทางตอนใต้ไปจนถึงแนวยอดเขาสูงที่สุดของโลกทางตอนเหนือ
ทำไม "เนปาล" ถึงถูกเรียกว่า ประตูสู่เทือกเขาหิมาลัย
เหตุผลที่เนปาลมักถูกเรียกว่าเป็น “ประตูสู่หิมาลัย” มาจากที่ตั้งของประเทศ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัย และเป็นที่ตั้งของยอดเขาสูงระดับโลกหลายแห่ง
จุดที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ ยอดเขาเอเวอเรสต์ (Mount Everest) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณพรมแดนระหว่างเนปาลกับทิเบต และได้รับการยอมรับว่าเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก โดยมีความสูงประมาณ 8,849 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล
นอกจากเอเวอเรสต์แล้ว เนปาลยังมียอดเขาสำคัญอีกมากมาย โดยเฉพาะเส้นทางเดินเขาที่มีชื่อเสียงอย่าง "อันนะปุรณะ" (Annapurna Circuit) ทำให้ประเทศแห่งนี้เป็นจุดหมายระดับโลกสำหรับการปีนเขา เดินป่า และชมทิวทัศน์ของเทือกเขาหิมาลัย
ภูมิประเทศเนปาลแบ่งออกเป็นกี่ส่วน
ภูมิประเทศของเนปาลสามารถแบ่งออกเป็น 3 เขตสำคัญ ซึ่งเรียงตัวจากทิศเหนือไปยังทิศใต้ ได้แก่ เขตภูเขาสูง เขตเนินเขาและหุบเขา และเขตที่ราบทางตอนใต้
1. เขตเทือกเขาหิมาลัยทางตอนเหนือ
พื้นที่ตอนเหนือเป็นเขตภูเขาสูงและเป็นส่วนหนึ่งของแนวเทือกเขาหิมาลัย เต็มไปด้วยยอดเขาสูงชัน ธารน้ำแข็ง และพื้นที่ที่มีหิมะปกคลุม สภาพอากาศโดยทั่วไปหนาวเย็น โดยเฉพาะบริเวณที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลมาก ประชากรในเขตนี้อาศัยอยู่จำนวนไม่มาก เนื่องจากภูมิประเทศทุรกันดาร แต่กลับเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ โดยเฉพาะเส้นทางเดินป่ารอบเอเวอเรสต์ ซึ่งดึงดูดนักเดินทางจากทั่วโลกมาเยือนตลอดปี
2. เขตเนินเขาและหุบเขาตอนกลาง
ถัดลงมาคือเขตเนินเขาและหุบเขาตอนกลาง ซึ่งมีทั้งแนวเขา พื้นที่ลาดชัน และหุบเขาที่เหมาะแก่การตั้งถิ่นฐาน เขตนี้เป็นที่ตั้งของเมืองสำคัญหลายแห่ง รวมถึงกรุงกาฐมาณฑุและเมืองโปขรา
หุบเขากาฐมาณฑุเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ภายในบริเวณนี้มีพระราชวัง วัดฮินดู สถูปในพระพุทธศาสนา และชุมชนเก่าแก่จำนวนมาก ขณะที่โปขราเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงด้านทะเลสาบและทัศนียภาพของเทือกเขาอันนาปูรณะ
3. เขตที่ราบทางตอนใต้
บริเวณตอนใต้ของประเทศเป็นที่ตั้งของที่ราบ Tarai ซึ่งต่อเนื่องกับที่ราบทางตอนเหนือของอินเดีย พื้นที่ส่วนนี้มีระดับความสูงน้อยกว่าภาคอื่น มีอากาศอบอุ่นกว่า และเป็นเขตเกษตรกรรมกับที่อยู่อาศัยสำคัญของประชากรเนปาล
สภาพภูมิอากาศของประเทศเนปาล
ภูมิอากาศของเนปาลแตกต่างกันตามระดับความสูงอย่างเห็นได้ชัด พื้นที่ราบทางตอนใต้มีอากาศค่อนข้างร้อนและได้รับอิทธิพลจากลมมรสุม ส่วนพื้นที่เนินเขาตอนกลางมีอากาศเย็นสบายกว่า ขณะที่เขตภูเขาสูงทางตอนเหนือมีอากาศหนาวจัดและมีหิมะปกคลุมในหลายพื้นที่ ส่วนช่วงฤดูฝนได้รับอิทธิพลจากลมมรสุม ทำให้หลายพื้นที่มีฝนตกมาก ส่วนช่วงที่อากาศแจ่มใสและมองเห็นแนวภูเขาได้ชัด มักได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินป่าหรือชมทิวทัศน์
ที่เที่ยวใน "เนปาล" มีอะไรน่าสนใจบ้าง
ความโดดเด่นของเนปาลคือการผสมผสานระหว่างธรรมชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินทางได้หลากหลายรูปแบบ เช่น
- เที่ยวกรุงกาฐมาณฑุ ชมวัด สถูป และสถาปัตยกรรมเก่าแก่
- เดินป่าบริเวณเทือกเขาอันนาปูรณะหรือเขตเอเวอเรสต์
- ชมทะเลสาบและแนวเทือกเขาจากเมืองโปขรา
- เยือนลุมพินี สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า
- สัมผัสธรรมชาติและสัตว์ป่าในพื้นที่ราบ
- เรียนรู้วิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีภาษา ประเพณี และวัฒนธรรมแตกต่างกัน
การเป็นที่ตั้งของยอดเขาเอเวอเรสต์และยอดเขาสูงอีกหลายแห่ง ทำให้เนปาลได้รับภาพจำในฐานะ “ประตูสู่หิมาลัย” ขณะเดียวกัน ศาสนสถาน เมืองเก่า และความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ก็ช่วยให้ประเทศแห่งนี้มีเสน่ห์มากกว่าเพียงจุดหมายสำหรับการปีนเขา จึงเหมาะกับทั้งนักผจญภัย ผู้แสวงบุญ และนักเดินทางที่ต้องการเรียนรู้วัฒนธรรมของเอเชียใต้
ที่มา : britannica.com